เกิดอะไรขึ้นกับกาบอง ทำไมทหารต้องรัฐประหารยึดอำนาจ ล้มผลเลือกตั้ง

Published

เจ้าหน้าที่ทหารหลายนายปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของกาบอง ประกาศรัฐประหารยึดอำนาจ ล้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี และจับประธานาธิบดีกักบริเวณ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. เจ้าหน้าที่ทหารเหล่านี้ประกาศให้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันเสาร์ (26 ส.ค.) เป็นโมฆะ ภายหลังประธานาธิบดีอาลี บองโก ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะ และดำรงตำแหน่งอีกสมัย

ประธานาธิบดีบองโก ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2009 ภายหลังการเสียชีวิตของบิดา โอมาร์ บองโก ที่ปกครองประเทศมานาน 41 ปี ส่งผลให้การรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดีบองโก ถือเป็นการยุติการครองอำนาจนาน 53 ปีของตระกูลบองโกอีกด้วย

การรัฐประหารครั้งนี้ ทำให้กาบองเป็นอดีตชาติใต้อาณานิคมฝรั่งเศสในแอฟริกา ที่เผชิญกับการรัฐประหารในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังเช่นที่เกิดกับประเทศมาลี บูร์กินาฟาโซ กินี และไนเจอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับรัฐประหารกาบอง

ทำไมต้องยึดอำนาจ

คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า นายบองโก ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก 2 ใน 3 ท่ามกลางเสียงประณามจากพรรคฝ่ายค้านว่า นี่เป็นการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและเกิดการทุจริตกว้างขวาง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารที่ประกาศรัฐประหารผ่านโทรทัศน์แห่งชาติ โดยระบุว่า จะล้มผลการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะ และยุบ “สถาบันทั้งหมดของประเทศ” พวกเขายังประกาศว่า จะปิดพรมแดนของกาบอง “จนกว่าจะมีการประกาศยกเลิก”

หนึ่งในทหาร 12 นาย ระบุผ่านสถานี กาบอง 24 ว่า “เราตัดสินใจพิทักษ์สันติภาพด้วยการยุติระบอบปัจจุบัน” เขาอธิบายด้วยว่า แรงจูงใจให้ยึดอำนาจ เป็นเพราะ “การไร้ความรับผิดชอบ และธรรมาภิบาลที่คาดเดาไม่ได้ นำมาสู่การบั่นทอนความสามัคคีของคนในชาติ จนเสี่ยงทำให้ประเทศตกอยู่ในความโกลาหล”

ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ และเอเอฟพี รายงานว่า ได้ยินเสียงปืนดังภายในกรุงลีเบรอวีล ภายหลังแถลงการณ์ยึดอำนาจของกลุ่มทหารดังกล่าว

ด้านผู้สมัครชิงประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายค้าน คือ อัลเบิร์ต ออนโด ออสซา วิจารณ์ว่า บัตรลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งหลายแห่ง ไม่ปรากฏชื่อของเขา ขณะที่พรรคพันธมิตรฝ่ายค้านระบุว่า ชื่อของผู้สมัครบางคนที่ได้ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ยังคงปรากฏอยู่บนบัตรลงคะแนน

องค์กรสื่อไร้พรมแดน ระบุว่า สื่อต่างชาติถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ เพื่อทำข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้

และภายหลังปิดการลงคะแนน รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวและระงับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

ชัยชนะสองครั้งก่อนของนายบองโก ถูกวิจารณ์ว่า เป็นชัยชนะที่ได้มาจากการทุจริต ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฝ่ายค้านระบุว่า รัฐบาลเปลี่ยนรายละเอียดของบัตรลงคะแนนเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง

นายบองโก ขึ้นสู่อำนาจ หลังบิดาของเขา คือ โอมาร์ บองโก ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2009

เมื่อปี 2018 นายบองโกป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เขาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้นานเกือบปี และนำมาสู่กระแสเรียกร้องให้เขาลงจากอำนาจ จนในปี 2019 มีความพยายามก่อรัฐประหาร แต่ไม่สำเร็จ ส่งผลให้ทหารที่ก่อกบฏถูกลงโทษจำคุก

กาบองเป็นประเทศแบบไหน

กาบอง ตั้งอยู่ชายฝั่งทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำมันและโกโก้ อย่างไรก็ดี ประชากรกว่า 2 ใน 3 ของประเทศล้วนมีชีวิตอยู่อย่างยากจน

กาบอง มีขนาดประเทศใหญ่เทียบเท่าสหราชอาณาจักร แต่มีประชากรอยู่เพียง 2.4 ล้านคน และพื้นที่ 90% ของประเทศ ปกคลุมด้วยป่า

ภายใต้การปกครองของนายบองโก กาบองเป็นชาติแอฟริกาแรกของโลก ที่ได้รับเงินสนับสนุนสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการพิทักษ์ป่าฝน โดยโครงการริเริ่มป่าแอฟริกากลางของสหประชาชาติ มอบเงิน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กาบอง จากเงินสนับสนุนตามที่บรรลุข้อตกลง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2019

กาบอง เป็นชาติใต้อาณานิคมฝรั่งเศส จนถึงปี 1960 แต่กลับมีประธานาธิบดีเพียง 3 คน จนถึงปัจจุบัน

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนที่ 2 คือ โอมาร์ บองโก กาบองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝรั่งเศส และได้รับการสนับสนุนทางการเมืองและการเงิน เพื่อแลกกับความได้เปรียบทางธุรกิจ

แต่ความสัมพันธ์นี้เริ่มเลือนลาง ภายหลัง อาลี บองโก บุตรชายของโอมาร์ ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2009 เพราะในเวลานั้น ทางการฝรั่งเศสได้เริ่มการสืบสวนปมคอร์รัปชันเกี่ยวกับทรัพย์สินของตระกูลบองโก