ประกาศสำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์

Published
เวลาอ่าน: 8 นาที

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เช้าวันนี้ (12 มิ.ย. 2569) เวลา 07.26 น. ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ มีเนื้อหาระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย. 2569 เวลา 19.48 น. สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมหาราชวัง

สำนักพระราชวัง

12 มิ.ย. 2569

พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ

สำนักพระราชวังมีประกาศ เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้

1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น.

2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569

4. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มาแล้ว 7 ฉบับ นับจากเผยแพร่แถลงการณ์ฉบับแรกเมื่อ 15 ธ.ค. 2565 แจ้งว่า พระองค์ "ทรงมีพระอาการประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย" ขณะทรงทำการฝึกสุนัขทรงเลี้ยง ณ สนามฝึกกองพันสุนัขทหาร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ 14 ธ.ค. 2565

คณะแพทย์ประจำพระองค์จึงได้เชิญเสด็จพระราชดำเนินไปปฐมพยาบาล ณ โรงพยาบาลปากช่องนานา พระอาการประชวรคงที่ในระดับหนึ่ง จากนั้นได้เชิญเสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการตรวจพระวรกายอย่างละเอียด และประทับรักษาพระองค์ต่อไป

แถลงการณ์ฉบับก่อนหน้านี้ เป็นฉบับที่ 7 ลงวันที่ 21 พ.ค. 2569 มีเนื้อหาว่า ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) ตั้งแต่เดือน เม.ย. ทำให้พระอาการไม่คงที่ คณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่พระอาการยังทรุดลง บ่งว่ามีการติดเชื้อที่รุนแรงและยังควบคุมไม่ได้ ส่งผลรบกวนการทำงานของพระอวัยวะสำคัญหลายระบบ โดยคณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด

ย้อนดูแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้านี้ได้ ที่นี่

แถลงการณ์ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 21 พ.ค. 2569

แถลงการณ์ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 31 ส.ค. 2568

แถลงการณ์ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 19 ส.ค. 2568

แถลงการณ์ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 15 ส.ค. 2568

แถลงการณ์ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 7 ม.ค. 2566

แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 19 ธ.ค. 2565

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2565

นายกฯ ชวนคนไทยตั้งมั่นอยู่ในความดี เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่ในหลวง-พระบรมวงศานุวงศ์

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมีใจความสำคัญว่า สำนักพระราชวังได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

"ไม่มีถ้อยคำใดที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยได้อย่างครบถ้วน เพราะความสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงข่าวร้ายที่ประชาชนได้รับรู้ หากเป็นความอาดูรสุดที่จะประมาณที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้คนทั้งชาติ ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ"

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระองค์เป็นขัตติยนารีผู้ทรงคุณูปการยิ่งแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

แม้วันนี้ ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทย ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และความเสมอภาค จะยังคงดำรงอยู่เป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติ เป็นดั่งประกายแสงแห่งเพชรที่ส่องนำทางแก่คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบไป

นายอนุทินกล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้

กระผมในนามของรัฐบาล ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทั้งในและนอกราชอาณาจักร ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตร และพระกรุณาธิคุณ สถิตเป็นมิ่งขวัญ เป็นแสงสว่างแห่งเพชรในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

นายกฯ ให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ-ไม่ห้ามจัดคอนเสิร์ต

นายกฯ อนุทินเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เช้าวันนี้ โดยมีวาระเดียวคือการเตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี และมอบหมายแต่ละกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน ละดูแลพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมงานให้ดีที่สุด

นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของภารกิจด้านต่างประเทศที่มีการเตรียมการนัดหมายผู้นำประเทศต่าง ๆ ไว้แล้ว ก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และได้แจ้งให้ ครม. และหน่วยงานต่าง ๆ ถ้ามีภารกิจจะเดินทางไปต่างประเทศ ก็ขอให้เน้นไปที่ตัวภารกิจ พยายามตัดกำหนดการที่ไม่ใช่ประเด็น และให้ไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

ส่วนของการใช้ชีวิตของประชาชน นายกฯ มองว่าการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ คิดว่าใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่มีอะไร ทุกคนมีความเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมากอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ การดำเนินชีวิต การทำมาหากิน การดำรงชีพต่าง ๆ ก็ขอให้เป็นเรื่องที่ปกติ มั่นใจว่าทุกคนทราบดีว่าแนวทางไหนที่เหมาะสมในช่วงเวลาไว้ทุกข์

เช่นเดียวกับกิจกรรมการจัดคอนเสิร์ตต่างๆ นั้น ที่นายกฯ บอกว่าทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ เหมือนสมัยสมเด็จพระพันปีหลวง ก็สามารถจัดได้ ไม่ได้บังคับ ไม่ได้เป็นกฎหมาย ไม่ว่าจะงานกีฬา คอนเสิร์ต งานประชุมอะไรก็แล้วแต่ เราก็จะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าเราได้ทำตรงนั้นแล้ว ก็ถือว่ารับทราบได้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้ว

รัฐบาลสั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา-ไว้ทุกข์ 15 วัน

วันเดียวกัน (12 มิ.ย.) มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ส่วนราชการดำเนินการ ดังนี้

1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป

2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้

  • สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน
  • กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุมาศ
  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม
  • กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
  • กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย