เราเที่ยวด้วยกัน : ตร. เปิดกลโกง 2 รร. จับผู้ต้องหา 50 คน ด้านประยุทธ์ปลุกสำนึกคนขโมย ทำประชาชนเดือดร้อน

Published

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการจับกุม "ขบวนการทุจริต โครงการเราเที่ยวด้วยกัน" โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 55 จุดใน จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต จับผู้ต้องหาได้ 50 คน จากเครือข่าย 2 โรงแรม สร้างความเสียหายให้แก่รัฐกว่า 100 ล้านบาท

พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นำทีมแถลงข่าวจับกุม "ขบวนการทุจริต โครงการเราเที่ยวด้วยกัน" โดยระบุถึงพฤติกรรมกลโกงของผู้ประกอบการ ทั้งเปิดให้จองห้องพัก แต่ไม่มีการเข้าพักจริง, นําคูปองที่ได้รับหลังจากเช็กอินห้องพัก ไปสแกนใช้จ่ายกับร้านค้า แต่ไม่มีการซื้อสินค้าจริง, บางโรงแรมมีที่ตั้งจริงและลงทะเบียนถูกต้อง แต่ยังไม่เปิดให้บริการ กลับมีการเปิดให้จองห้องพัก และตั้งราคาจองห้องพักแพงเกินจริง หวังกินส่วนต่างราคาส่วนลด

จ.ชัยภูมิ เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าค้นโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ท และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องรวม 41 ราย 38 จุด แบ่งเป็น เจ้าของโรงแรม 1 ราย, เจ้าของร้านค้า 22 ราย, คนกลางผู้รวบรวมสิทธิหรือสวมสิทธิ 14 ราย, ผู้รับจ้างเปิดบัญชี 3 ราย, ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรม 1 ราย ซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา, ขอนแก่น, เพชรบูรณ์ และศรีสะเกษ

จับกุมผู้ต้องหา : 36 ราย จากหมายจับ 41 ราย

พฤติการณ์ : ลงทะเบียนเป็นรีสอร์ทขนาดเล็ก มีห้องพัก 10 ห้อง นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 63 ถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้สิทธิโครงการ 9,263 ราย ยอดจองห้องพัก 92,028 ห้อง เฉลี่ย 1,000-3,000 ห้องต่อวัน คิดเป็นมูลค่ารวม 33.86 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และยังพบว่ากว่า 99% ของการจองห้องพัก 1 คน จะจอง 10 ห้องเต็มทุกครั้ง และเวลาในการเช็กอินและเช็กเอาท์ทับซ้อนไม่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ยังพบว่าคูปองที่ได้รับหลังจากเช็กอินห้องพักที่ใช้สำหรับสแกนจ่ายกับร้านค้าที่เข้าโครงการมียอดการใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ

พฤติกรรมของผู้ต้องหาจะทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากการตามหา-ตามซื้อสิทธิในโครงการจ่ายค่าตอบแทนให้รายละ 400-500 บาท เมื่อประชาชนขายสิทธิให้แล้ว ผู้ซื้อสิทธิจะให้เจ้าของสิทธิติดตั้งแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" หลังจากนั้นผู้ซื้อสิทธิจะนำโทรศัพท์ของเจ้าของสิทธิไปดำเนินการจองโรงแรมและใช้คูปอง

หรืออีกวิธีคือ นำข้อมูลบัตรประชาชนและซิมการ์ดที่ลงทะเบียนแล้วไปขายต่อให้กับผู้สวมสิทธิในราคา 800-1,000 บาท เมื่อผู้สวมสิทธิได้รับสิทธิจากโครงการแล้ว ก็จะว่าจ้างให้ผู้ร่วมขบวนการกรอกข้อมูลเพื่อจองห้องพักกับทางโรงแรม และมีอีกกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารเพื่อคอยทำธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของสิทธิ หลังจากผู้สวมสิทธิเช็คอินห้องพักตามที่จองไว้ ก็จะนำคูปองที่ได้รับไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่ตนเองควบคุม

ผู้ร่วมกระทำผิด : ประชาชนกว่า 9,000 ราย

มูลค่าความเสียหาย : 101 บาท (รร. 14 ล้านบาท, ร้านค้ากระทำผิด 87 ล้านบาท)

จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงแรมธาราป่าตอง และเครือข่ายรวม 14 ราย ประกอบด้วย เจ้าของโรงแรม 3 ราย, เจ้าของร้านค้า 2 ราย, คนกลางผู้รวบรวมสิทธิหรือสวมสิทธิ 5 ราย, ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรม 4 ราย

จับกุมผู้ต้องหา : 12 ราย

พฤติการณ์ : รร. ได้ปรับจากราคาห้องพักจาก 1,000-1,200 บาท เป็น 7,500 บาท และได้ร่วมมือกับผู้จัดทัวร์เชิญชวนว่าหากประชาชนจองห้องพักเต็มสิทธิ จะให้เข้าร่วมกิจกรรมทัวร์ 3 วัน 2 คืน โดยไม่มีการเข้าพักโรงแรมจริง นอกจากนี้ผู้จัดทัวร์กิจกรรมยังให้ประชาชนชำระค่าบริการในการทำกิจกรรม โดยให้สแกนคูปองที่ได้รับหลังจากการเช็คอินห้องพัก มาสเเกนใช้จ่ายกับร้านค้าที่ตนเองควบคุมไว้

ผู้ร่วมกระทำผิด : ประชาชนกว่า 800 ราย

มูลค่าความเสียหาย : 21.9 ล้านบาท (รร. 18 ล้านบาท, ร้านค้ากระทำผิด 3.9 ล้านบาท)

ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีใน 4 ข้อหาคือ ฉ้อโกง, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ

พฤติกรรมการกระทำความผิดในคดีนี้มีลักษณะของการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งก็จะได้ประสานไปยัง ปปง. ดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินต่อไป

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด และขอให้ทุกคนตระหนักว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญเพื่อประเทศ เพราะเป็น "พฤติการณ์ที่มีผลต่อความอยู่รอดได้ของประชาชนจำนวนมาก"

นายกฯ ยังฝากถึงใครที่คิดจะเอาเปรียบพี่น้องร่วมชาติ โกงชาติ โกงระบบที่รัฐออกมาตรการมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน "ขอให้สำนึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านจะขโมยไปนั้น ส่งผลทำให้คนที่ควรจะได้ กลายเป็นไม่ได้ และกำลังทำลายกลไกและกระบวนการทั้งหมด"

สำหรับโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ออกมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังไทยต้องสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน เมื่อเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19