พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

Published
เวลาอ่าน: 5 นาที

พระกรณียกิจโครงการส่วนพระองค์ในด้านสาธารณกุศล ที่ช่วยบรรเทาทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน ก็คือการทรงงานผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

มูลนิธินี้ จัดตั้งตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงรับตำแหน่งเป็นองค์ประธานกรรมการ

โดยตลอดเวลาที่ทรงรับบทบาทเป็นองค์ประธานกรรมการของมูลนิธิฯ พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งผ่านอาสาสมัครของมูลนิธิ และลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือและเยียวยาด้วยพระองค์เองทั้งช่วงที่เกิดพิบัติภัย และช่วงฟื้นฟูหลังเกิดภัย ผ่านการพระราชทานถุงยังชีพ พระราชทานรถประกอบอาหาร ติดตั้งระบบป้องกันและเตือนภัย อีกทั้งยังมีโครงการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบเหตุ

โดยพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการทรงงานบรรเทาสาธารณภัยอันเป็นที่น่าประทับใจของชาวบ้านผู้ประสบภัยมีดังต่อไปนี้

เสด็จเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 25 พ.ย. - 6 ธ.ค. 2563 หลังมีพายุเข้าจนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยมีพื้นที่ประสบภัย รวม 23 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 931,364 คน และมีผู้เสียชีวิต 21 ราย เหตุอุทกภัยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเหตุที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 30 ปี

เฟซบุ๊กเพจ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ได้โพสต์ข้อความรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยเป็นการส่วนพระองค์ ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จไปที่บ้านบางนกวัก หมู่ที่ 3 เพื่อพระราชทานหญ้าแห้งให้แก่โคของราษฎรที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน และเสด็จไปยังบ้านผู้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ พระองค์พระราชทานถุงยังชีพและเงิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากนั้นเสด็จไปยังปากซอยลุงพบ หมู่ 12 บ้านบางนกวัก พระราชทานถุงยังชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่

ทรงทดลองสวมฮิญาบ เสด็จเยือนชายแดนใต้

หลายจังหวัดในแถบชายแดนใต้ประสบอุทกภัยจากฝนตกหนักส่งท้ายปีตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2562 โดยที่ จ.นราธิวาส มีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15-17 ธ.ค. 2562 บริเวณต้นน้ำสายบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมมาก และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำ พร้อมทะลักเข้าสู่ชุมชน หลังจากนั้นวันที่ 18-19 ธ.ค. 2562 ก็เกิดน้ำท่วมซ้ำ ถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่หนที่ 2 ในช่วงปลายปี ทำให้มีผู้ประสบภัยจำนวนมากกว่า 10,000 ครัวเรือน

พายุฝนดังกล่าวส่งผลให้ จ.ยะลา เกิดสถานการณ์น้ำท่วม ดินถล่ม ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอรามัน อำเภอบันนังสตา อำเภอยะหา และ อำเภอกรงปินัง แต่สามารถระบายน้ำลงได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีผู้ประสบภัยประมาณ 5,000 ครัวเรือน

หลังจากที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายลง ในวันที่ 3 ก.พ. 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส เพื่อพระราชทานสิ่งของและทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย เมื่อปี 2562 ในงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแก่นายอําเภอที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าวใน 7 อำเภอ

นอกจากการเสด็จไปเยี่ยมพสกนิกรด้วยพระองค์เองแล้ว ภาพที่ทำให้ผู้คนในพื้นที่ประทับใจที่สุดคือการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงทดลองสวม ฮิญาบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของนักเรียนและชุมชนในจังหวัดนราธิวาส และทรงมีพระปฏิสันถารกับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างไม่ทรงถือพระองค์

การเตือนภัย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีพระดำริในเรื่องการเตือนภัย ทำให้มูลนิธิฯ ตั้งชุมนุมเตือนภัย 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมฝึกอบรมอพยพประชาชนเมื่อเกิดเหตุได้ทัน ตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติในพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สูง ร่วมกับ 8 หน่วยงานในประเทศไทย รวม 510 สถานี

เมื่อฝนตกจะส่งสัญญาณมาที่สำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หากมีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ก็จะส่งสัญญาณไปที่หน่วยเตือนภัยอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากฯ มีการฝึกการอพยพผู้คนอยู่เสมอ สิ่งนี้คือ การป้องกันภัย

โดยทางมูลนิธิฯ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ รับสั่งไว้ว่า

“ถ้าเราเตือนภัยได้ดี จะบรรเทาทุกข์น้อยลง”

“น้ำท่วมซ้ำซาก เราต้องมีการฟื้นฟู ก็ให้ไปช่วยสหกรณ์ผ้าคราม จังหวัดสกลนคร เคยประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายของเรา โดยภาคเหนือร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคอีสานร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคอีสาน"

โดยทรงมีพระนโยบายให้ยกระดับการทำงานของมูลนิธิฯ เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และการจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Centre of Excellence in Flood Relief and Management)”

ไม่โปรดเป็นข่าว

ทางมูลนิธิฯ ได้ระบุเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมา ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายต่อหลายครั้ง ไม่โปรดที่จะเป็นข่าว โดยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ กล่าวถึงพระกรณียกิจของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ไว้ว่า

“ทรงเป็นประธานมูลนิธิฯ มา 27 ปี ทรงช่วยเหลือประชาชน พร้อมกับองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ โดยมีพันธกิจหลักคือ ช่วยบรรเทาทุกข์จากน้ำท่วม ผู้คนต้องอยู่อย่างลำบาก เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จไปบรรจุถุงยังชีพพระราชทานเพื่อนำไปมอบให้แก่ราษฎร โดยไม่เป็นข่าวนับครั้งไม่ถ้วน”

นอกจากทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแบบที่ไม่เป็นข่าวแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังทรงให้ความเมตตากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุกคน ทรงทักทาย ให้กำลังใจ ชื่นชมตลอดเวลาหากทรงมีโอกาสพบ