You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ผู้หญิงที่เก่งและแกร่งมาก ๆ ช่วยภารกิจเสด็จพ่อได้เยอะ" พสกนิกรที่ร่วมถวายความอาลัย กล่าวถึง "พระองค์ภา" ในความทรงจำ
ตั้งแต่ที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการประกาศ "ข่าวร้าย" ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) สิทธินี ดำรงทรงพร เดินทางจากบ้านย่านชานเมืองกรุงเทพฯ แถบ จ.สมุทรปราการ เข้ามาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทันที
"ตั้งแต่เมื่อคืนเราก็นั่งเฝ้าดูข่าวตลอดเวลา เปิดโน้ตบุ๊กไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยค่ะ บางทีเราจะทานอะไรเราก็ทานไม่ลง เราสงสารพระองค์ท่าน ไม่น่าจากพวกเราไปเร็วขนาดนี้" อดีตข้าราชการครูวัย 65 ปีกล่าวกับบีบีซีไทย
สิทธินีเล่าว่า เธอมาที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ของ รพ.จุฬาฯ ตั้งแต่ 15.00 น. ของวานนี้ ก่อนจะกลับบ้านในเวลา 2.00 น. เพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวและออกมาใหม่ กระทั่งมีการประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ข้าราชการเกษียณอายุคนนี้บอกว่า ตั้งแต่พระองค์ภาทรงพระประชวร ทุก ๆ สิ้นเดือนเธอจะไปสวดมนต์ถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระประชวร กระทั่งมาทราบ "ข่าวร้าย" ที่ทำให้เธอรู้สึกว่า "เสียดายในความรู้ความสามารถของพระองค์ท่าน"
"เวลาท่านเสด็จที่ไหนเราก็จะตามไปรับเสด็จ มีอยู่ครั้งหนึ่งไปรับเสด็จในวัดพระแก้ว ตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา พระองค์ภาที่เห็น เดินเข้ามาแล้วประคองพระราชบิดาทันทีเลย" เธอย้อนเล่าถึงพระองค์ภาในความทรงจำเมื่อครั้งหนึ่งที่มีโอกาสได้รับเสด็จเจ้าฟ้าหญิง
"ทุกครั้งที่เราเห็นภาพออกมา เราจะสังเกตเห็นว่า พระองค์ภาจะอยู่ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดเวลา เวลาเกิดอะไรขึ้นท่านก็จะวิ่งเข้าไปคนแรก ท่านก็จะไปช่วยตลอดเวลา"
ไม่เพียงแต่ความซาบซึ้งต่อภาพของพระองค์ภาที่เคยประจักษ์ด้วยตัวเองจากการรับเสด็จ สิทธินี ยังกล่าวถึงความประทับใจในพระกรณียกิจของเจ้าฟ้าหญิง
"แล้วก็คนที่อยู่ในคุกหญิง ท่านดูแลถึงข้างใน แสดงว่าท่านมีใจที่จะมองว่าทุกคนจะต้องได้มีความสุข ไม่ใช่พระองค์ท่านจะมีความสุขแต่ผู้เดียว แล้วมันก็เป็นภารกิจใหญ่หลวงสำหรับพระองค์ท่าน"
"เสียใจที่พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ด้านทิพวัลย์ กระดีทอง รีบเดินทางมาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ทันทีหลังทราบข่าวที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ประกาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
แม่บ้านวัย 65 ปีรายนี้บอกว่าเธอเดินทางมาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ เป็นประจำอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทราบข่าวเจ้าฟ้าหญิงทรงพระประชวร
"ด้วยจิตวิญญาณของเราเอง เราก็รักในสถาบันอยู่แล้ว แล้วก็มาเฝ้าพระองค์แทบทุกวัน แต่ก่อนมาทุกวัน เป็นปี ๆ" เธอกล่าวและบอกว่าในภายหลังแม้ไม่ได้มาลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาล "แต่ก็เป็นกำลังใจให้ท่านทุกครั้ง"
ทิพวัลย์ยังเล่าถึงพระองค์ภาในความทรงจำครั้งที่เธอเคยได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดที่สุดในชีวิต ในงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เขตจตุจักร ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติของพระองค์
"ท่านก็เดินผ่านพวกเราแบบนี้ พวกเราก็ร้องเพลง Happy Birthday กัน" เธอเล่าพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มจนต้องใช้กระดาษซับ "ท่านก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ท่านก็หันมาทัก โบกมือบ๊ายบาย เสด็จแม่ท่านก็ไปด้วย"
หญิงวัย 65 ปีผู้ซึ่งติดตามพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มาตั้งแต่ที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ มองว่าเจ้าฟ้าหญิงพระองค์นี้ทรงมีพระปรีชาสามารถหลายประการ โดยในวัยเยาว์ทรง "มีความน่ารัก มีความสดชื่นแจ่มใส" ขณะที่เมื่อพระองค์ทรงเจริญพระชันษามาก็เป็น "ผู้หญิงที่เก่งและแกร่งมาก ๆ ช่วยภารกิจเสด็จพ่อได้เยอะ"
"ถ้าท่านอยู่ก็จะดีกว่านี้มากเลย อยากให้ปาฏิหาริย์มีจริง" ทิพวัลย์กล่าวพร้อมน้ำตา
ด้านกาญจนิตย์ สุวรรณโน บอกว่าเธอเดินทางถึงหน้าที่ทำงานซึ่งคือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เขตจตุจักรแล้ว แต่เมื่อมีการประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ เธอก็รีบเปลี่ยนจุดหมายจากการเข้าทำงาน เป็นมาถวายความอาลัยที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เขตปทุมวัน ในทันที
ข้าราชการวัย 58 ปีกล่าวว่า "ความดีของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทำให้ประชาชน" คือสิ่งที่ทำให้เธอต้องมาแสดงความอาลัยทันทีที่ทราบข่าว
"เห็นพระองค์ตั้งแต่ในข่าว ตอนที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ แล้วที่พอมีประชาชนเดือดร้อน ภาพของพระองค์ที่นำถุงพระราชทานไปให้ประชาชน แม้ว่าทางที่ไปจะยากลำบากแค่ไหน พระองค์ก็ไป" เธอกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
กาญจนิตย์เล่าถึงตอนที่เธอเคยไปเฝ้ารับเสด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์นี้ที่เสด็จไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พร้อมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ว่าเธอ "สัมผัสได้ถึงความรู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงไม่ได้ถือพระองค์"
"จะขอจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป และจะทำความดีถวายพระองค์" เธอให้คำมั่นสัญญาถึงพระองค์ภา
ขณะที่ชายหนุ่มวัยเรียนคนหนึ่งในกลุ่มผู้ที่เข้ามาร่วมถวายความอาลัย บอกกับบีบีซีไทยว่า "ใจมันหวิว ๆ" ตั้งแต่ที่เขาได้ทราบข่าวการประชวรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพราะพระองค์ "เป็นแรงบันดาลใจ" ให้กับเขา
"เกิดมาก็เห็นท่านทรงงานเลยตั้งแต่เล็ก ก็เลยถามแม่ว่าคนนี้ทำไมเขาต้องทรงงานขนาดนี้... มีโอกาสได้มารับเสด็จ ครั้งหนึ่งในชีวิตก็[ได้]เห็นท่าน ตอนแรกนั่งไกล ๆ ท่านก็เลยให้ข้าราชบริพารมาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้ประชาชนกระเถิบมาใกล้ ๆ หน้าพระบาทเพื่อให้ได้เห็นท่านอย่างใกล้ชิด ครั้งนั้นก็เลยได้เห็นท่าน ท่านแย้มพระสรวล ท่านโบกพระหัตถ์ ท่านเป็นกันเองมาก" ธเนศ รัตนมงคลการ วัย 20 ปีกล่าว
"ใจมันหวิว ๆ ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยู่ อยู่ดี ๆ ท่านก็ประชวรไป ทุกวันนี้ก็รออยู่ว่าวันใดวันหนึ่งท่านจะกลับมา แต่ว่าปาฏิหาริย์นั้นไม่มีจริงแล้วครับ" นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ผู้นี้สะท้อนความในใจ
"อยากให้พระองค์ท่านไปอยู่บนสวรรค์แบบสุขสบาย ไม่ต้องเป็นห่วงประชาชนครับ เพราะพระองค์ท่านจะอยู่กับพวกเราในใจตลอดไป ถึงแม้เราไม่ได้เห็นท่าน"