เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์-แก้ปัญหาสินค้าจีนบุกไทย สรุปไฮไลท์อภิปรายนโยบาย ครม.แพทองธาร วันที่สอง

Published
เวลาอ่าน: 2 นาที

การประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายนโยบายคณะรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันที่สอง ฝ่ายค้านมุ่งเป้าอภิปรายนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และนโยบายทางด้านสังคม ขณะที่รัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงถึงนโยบายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาสินค้าราคาต่ำจากจีน และโครงการเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (13 ก.ย.) เป็นวันที่สองของการประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยตลอดทั้งวัน น.ส.แพทองธาร ไม่ได้เข้ามาที่รัฐสภา เนื่องจากมีภารกิจลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย

บีบีซีไทยสรุปการชี้แจงในนโยบายสำคัญ ๆ ที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ดังนี้

พิชัย บอก “ไม่อยากให้โจมตีประเทศจีนเยอะ” หลัง ปชน. วิจารณ์ “จะปกป้องผู้ประกอบการกี่โมง”

การพัฒนาแรงงานในภาคการผลิตใหม่ การแก้ปัญหาภาคการผลิตของไทยที่ถดถอย และผลกระทบจากการเข้ามาของสินค้าราคาต่ำของต่างชาติ ซึ่งรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ประกาศให้เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน เป็นนโยบายที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดอภิปรายนโยบายด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ว่า การจัดทำนโยบายของรัฐบาลในด้านนี้ เป็นการคิดใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร เพราะแผนการพัฒนาแรงงานของรัฐบาล “ขาดมาสเตอร์แพลน” ทำให้การพัฒนาอาจเป็นไปไม่ได้ตามเป้าหมายที่ใหญ่โต

สส. พรรคประชาชน จากชลบุรี กล่าวถึงการพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมชิปและซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลหวังใช้ฐานความรู้จากอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ในอดีตมาต่อยอดตามที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวชี้แจงว่าประเทศไทยจะเน้นอุตสาหกรรมกลางน้ำ และอุตสาหกรรมการประกอบ แม้จะชื่นชมที่เห็นว่าเป็นการฉลาดในการจัดวางประเทศในช่วงเริ่มต้น แต่เขาเห็นว่า หากประเทศไทยยังตั้งเป้าให้อยู่กับอุตสาหกรรมกลางน้ำแบบนี้ จะทำให้ประเทศและแรงงานวนอยู่ในกับดักเดิม คือ เป็นแค่ OEM หรือเป็นโรงงงานรับผลิต ไม่ได้เป็นผู้นำการผลิตด้านใดด้านหนึ่งอย่างจริงจังเสียที

“อุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ผ่านมาเราก็อยู่กลางน้ำมาตลอด เพราะเทคโนโลยีในการผลิตเหล่านี้เปลี่ยนไป และแรงงานก็ทยอยตกงาน และเราก็มาแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องค่าแรงถูก การให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ถึงเวลาหรือยังที่เราจะพัฒนาฝีมือแรงงานให้อยู่ในอุตสาหกรรมของเราที่เราคุมตลาดได้เอง”

วานนี้ (12 ก.ย.) นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดอภิปรายถึงปัญหาสินค้าต่างชาติราคาต่ำและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างความเสียหายกับผู้ประกอบการไทย พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการภายใต้นโยบายที่รัฐบาลแถลงว่าจะเป็นเช่นไร ในการแถลงนโยบายวันแรก

นายสิทธิพลกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไร และพอจะทำก็ “ทำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ” ดังที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวในเดือน ส.ค. ว่าไม่เน้นการตอบโต้ เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วอย่างนี้ผู้ประกอบการไทยจะพึ่งใครได้

“ในต่างประเทศมีมาตรการปกป้องผู้ประกอบการ ในสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซียก็ออกมาตรการออกมา เราควรพิจารณาแล้วว่า เราควรจัดการเรื่องภาษี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของเราอย่างไร คำถามสุดท้ายที่ประชาชนฝากถามมา สิ่งที่ท่านระบุไว้ในคำแถลงนโยบายว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย คำถามคือกี่โมง” สส. จาก ปชน. กล่าว

ทางด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ย.) ว่าขณะนี้การลงทุนเริ่มไหลเข้ามาในไทย ซึ่งปีที่ผ่านมามีการลงทุนในกิจการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) คิดเป็นเม็ดเงิน 150,000 ล้านบาท และเชื่อว่าภายในไม่อีกกี่ปี จะมีการลงทุนใน PCB ในหลักหลายแสนล้านถึงล้านล้านบาท และส่งผลต่อเนื่องให้การผลิตแผงวงจรไฟฟ้าในสินค้าขั้นสูงอื่น ๆ ตามเข้ามาในประเทศไทย

"เราต้องทำทุกอย่างให้ PCB มันเกิดก่อน และหลังจากนั้น อุตสาหกรรมเกี่ยวกับชิปต่าง ๆ และสมาร์ทโฟน, สมาร์ททีวี, อีวี เอไอ, ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งใช้ PCB ทั้งหมด พวกนี้จะตามเข้ามา" รมว.พาณิชย์ กล่าว

นายพิชัย กล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับนักลงทุนไต้หวันอย่างผู้ผลิตของเอ็นวิเดียร์ ทำให้เห็นว่านักลงทุนมีความมั่นใจในประเทศไทยค่อนข้างมาก เพราะประเทศไทยมีพลังงานเยอะพอ การที่เรามีไฟฟ้าเหลือเป็นหมื่นเมกะวัตต์ กลายเป็นประโยชน์ เพราะนักลงทุนบอกว่าไปตั้งโรงงานเวียดนาม ปัญหาคือพลังงานไฟฟ้าไม่ค่อยเสถียร ถ้าไฟตกทีเสียหายเป็นสิบล้าน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีพลังงานน้ำที่เพียงพอด้วยเช่นกัน

ส่วนประเด็นสินค้าจากประเทศจีน รมว.พาณิชย์ กล่าวว่าไม่ต้องการให้โจมตีสินค้าจีนมากเกินไป ประเทศไทยต้องหาวิธีซึ่งคงจะใช้วิธีรุนแรงอย่างอินโดนีเซียที่ขึ้นภาษีสูงไม่ได้ เพราะประเทศไทยไม่ได้มีอำนาจต่อรองเท่ากับอินโดนีเซีย ซึ่งป้อนปัจจัยการผลิตให้กับจีน

"เรื่องสินค้าจีน เราไม่อยากให้มีการโจมตีประเทศจีนเยอะนัก สถานทูตจีนบอกว่า อย่าทำให้จีนเป็นผู้ร้ายเลย การเป็นมหาอำนาจของเขา เขาอยากให้ความรู้สึกของคนไทยดีกับเขา เราก็คงต้องคิดว่าจะมีวิธีอย่างไร ถ้าใช้วิธีรุนแรงอย่างประเทศอื่น อย่างอินโดนีเซีย เขาขึ้นภาษีสูงเพราะเขามี leverage (อำนาจต่อรอง) อินโดฯ มีแร่ธาตุที่จีนต้องการเพื่อนำไปผลิตอีวี เขาจึงมี leverage ที่ขึ้นภาษีได้ ของเราไม่มี ถ้าเกิดวันดีคืนดี จีนบอกไม่ซื้อทุเรียน อะไรเกิดขึ้นครับ เราหายเป็นแสนล้าน"

นายพิชัย กล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการเรียก 28 หน่วยงานมาหารือกันเพื่อหาทางออก ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ทางที่ดีที่สุดทำอย่างไรให้สินค้านำเข้าต้องได้มาตรฐานสากลและปลอดภัยกับประชาชน โดยเป็นการกำหนดเป็นมาตรฐานที่ใช้กับทุกประเทศ ไม่ได้ใช้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง

เผ่าภูมิ เผยหลักคิดดันเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หวังสร้างเงินใหม่เข้าประเทศ

การเปิดสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เป็นอีกประเด็นที่ฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หยิบยกมาวิจารณ์และแสดงความเห็นในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันแรก ซึ่งในวันนี้ (13 ก.ย.) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวชี้แจงที่มาของแนวคิดการผุดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ว่านี่คือวิธีการบริหารเศรษฐกิจด้วยการใช้ "เงินใหม่"

เขาอธิบายว่า เงินใหม่ คือ สิ่งที่รัฐบาลมองเห็นและเป็นดีเอ็นเอ ก่อนขยายความว่า ทำไมเราถึงหมกอยู่กับเงิน 3-4 ล้านล้าน ในขณะที่เงินจำนวนมหาศาลลอยอยู่ทั่วโลก เพียงแต่แค่รอการดึงดูดการเข้ามาในประเทศ นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเริ่มต้นการเป็นรัฐบาลด้วยการเดินสายชักจูงนักลงทุนเข้ามา เพราะนี่เป็นเงินที่ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ เป็นเงินที่ลอยอยู่ในต่างประเทศที่ต้องการดึงให้เข้ามาในประเทศไทย เช่นเดียวกับการสร้างไฟแนนเชียลฮับเพื่อดึงสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

"ทำไมเราเสนอเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพราะนี่คือเงินใหม่จากการลงทุนจากภาคเอกชนที่อยู่ต่างชาติให้เข้ามาสร้างงาน สร้างอาชีพในประเทศไทย"

ทางด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยังให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาด้วยว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้ากฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์มาแล้ว ซึ่งก็มีคนเห็นด้วยค่อนข้างมาก โดยคาดว่าอย่างเร็วน่าจะเป็นต้นปี 2568 ที่ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ โดยในหลักเกณฑ์ต่าง ๆ รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดว่าเป็นพื้นที่ไหน ขนาดการลงทุนเป็นอย่างไรและอยากเห็นการพัฒนาในรูปแบบใด

"เช่น อยากจะเห็นคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ 50,000 ที่นั่ง ที่เราไม่เคยมี อยากจะเห็นสนามแข่งรถเอฟวัน อยากจะเห็นดิสนีย์แลนด์ที่เมืองไทย ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถกำหนดได้ว่าการลงทุนแต่ละจุดจะสามารถนำการพัฒนาแบบใดในทิศทางที่รัฐบาลอยากเห็นเข้ามา" นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรัฐสภาได้ถามว่าข้อกังวลที่ถูกพูดถึงในการทำประชาพิจารณ์มีประเด็นใดบ้าง รมช.คลัง ยอมรับว่า ข้อกังวลเรื่องของกาสิโนก็มี ซึ่งเขาได้อธิบายว่า โครงการเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จะมีส่วนของกาสิโน ซึ่งตามมาตรฐานของโลกจะอยู่ที่ไม่เกิน 5%

"อันนี้ไม่ใช่โมเดลของสถานการพนันที่จะมีโรงแรมหนึ่งแห่ง มีโต๊ะเล่นไพ่ อันนี้ไม่ใช่ แต่เป็นโมเดลที่จะต้องมีการลงทุน มีการดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเภทใหม่ ๆ เข้ามา อันนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่า Man-made (สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น) เราจะสามารถดึงการลงทุนขนาดใหญ่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ อย่างสิงคโปร์เราก็เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในสิ่งที่เขาทำ" นายจุลพันธ์ ระบุ

"ชวน" ย้ำฝ่ายบริหารต้องซื่อสัตย์สุจริต

นอกจากประเด็นการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นายชวน หลีกภัย สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำมาอภิปรายในการแถลงนโยบายอีกครั้ง หลังจากที่เคยอภิปรายเรื่องนี้ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปีที่แล้ว

ในครั้งนี้เขาได้เปิดอภิปราย โดยนำประเด็นความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มากล่าวในสภา

นายชวนยกช่วงหนึ่งของคำแถลงนโยบายว่า "พร้อมนำพระราชดำรัสมาปรับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน" มา ซี่งพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานคือ "ขอให้พรด้วยความยินดี ให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถวายสัตย์ไปแล้ว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน" เขาได้กล่าวว่า ในประเด็นหนึ่งคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต รัฐมนตรีเข้าบริหารประเทศ ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตในการแต่งตั้งข้าราชการต้องไม่เอาตำแหน่งมาเป็นราคา

อีกส่วน คือการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ อดีตนายกฯ ชวนกล่าวว่า หลักนิติธรรมเป็นหัวใจของการปกครองในเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากยึดหลักนิติธรรมตั้งแต่ต้นปัญหาจะไม่เกิด แต่บังเอิญช่วงหนึ่งเราใช้ฝ่ายบริหารเป็นศาล คือ ตัดสินว่าคนตายเดือนละกี่คน จึงเป็นที่มาของทุกวันนี้ แต่หากยึดมั่นในหลักนิติธรรมแล้วจะไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นพิษภัยต่อประชาชน

“คำถามคือการปฏิญาณตนดังที่กล่าวมานี้ รัฐบาลอื่น ๆ ไม่ปฏิญาณหรือ ข้อความไม่เหมือนกันหรือ... แล้วทำไมปฏิญาณแล้วถึงมีปัญหา มีอันเป็นไป ถูกดำเนินคดี ต้องหนีคดี ถูกจำคุกเพราะอะไร คำตอบก็คือ แม้ปฏิญาณไปแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติ” นายชวนกล่าว

สส.ปชป. ซึ่งเคยเป็นประธานสภาเมื่อสมัยที่แล้วกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่จะทำให้นโยบายของรัฐบาลประสบความสำเร็จคือการปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ยึดหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย