โควิด-19: ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ทะลุ 7,000 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศบค.คาดใช้มาตรการคุมเข้มถึง 17 ม.ค.

Published

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) คาดว่าจะต้องบังคับใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อควบคุมการระบาดที่ประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. ไปจนถึงวันที่ 17 ม.ค. นี้ จากนั้นจะดูสถานการณ์ต่อไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. หากปรากฏว่าควบคุมได้ก็จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงข่าววันนี้ (14 ม.ค.) ว่านับตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกในการระบาดระลอกใหม่เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมจากการระบาดระลอกใหม่ทั้งสิ้น 7,025 ราย รวมกับผู้ป่วยสะสมในการระบาดรอบแรกเป็น 11,262 ราย

ข้อมูลการติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมงที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 271 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 259 ราย (จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการสุขภาพ 78 ราย และค้นหาเชิงรุกในชุมชน 181 ราย ) อยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 11 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1 รายเป็นหญิงไทยวัย 29 ปี อาชีพพนักงานในสถานบันเทิงในมาเลเซีย เดินทางเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ
  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 69 ราย

ผู้เสียชีวิตรายที่ 68 เป็นชายสัญชาติอังกฤษ อายุ 71 ปี มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ไทรอยด์ และมะเร็งปอด เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. เข้าพักในสถานที่กักกันทางเลือก จากนั้นเริ่มมีอาการป่วยจากปอดอักเสบ พบว่าติดโควิด-19 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้เสียชีวิตรายที่ 69 เป็นชายไทยอายุ 53 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติเดินทางไปหลายจังหวัดทั้งจันทบุรี ชลบุรี เพชรบุรี โดยรถยนต์ส่วนตัวระหว่างวันที่ 26-30 ธ.ค. ต่อมาวันที่ 3 ม.ค. เริ่มมีไข้ เข้ารับการรักษาและพบว่าติดเชื้อ อาการทรุดลงตามลำดับและเสียชีวิต

  • พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นเด็กเล็กเพิ่มอีก 3 ราย ได้แก่ ทารกวัย 9 เดือนที่ จ. สมุทรปราการ เด็กอายุ 2 ขวบที่ จ. สมุทรสาคร และทารกอายุ 2 เดือนที่เดินทางมาจากปากีสถาน

นพ.ทวีศิลป์ขอความร่วมมือจากประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับมาเลเซียให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากขณะนี้มาเลเซียกำลังมีการระบาดรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 2,000-3,000 คนต่อวัน

แม้ว่าสถานการณ์ของมาเลเซียยังน่าเป็นห่วง จึงหวังจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับที่เกิดในภาคเหนือ ซึ่งมาจากการลักลอบเดินทางเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ โฆษก ศบค. กล่าว

ใช้ยาแรงถึง 17 ม.ค.

นพ.ทวีศิลป์ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงช่วงเวลาที่คาดว่าจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. ว่าที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีมติให้ทุกจังหวัดบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้นไปจนถึงวันที่ 17 ม.ค. จากนั้นจะสถานการณ์ต่อไปอีก 2 สัปดาห์ว่ามาตรการที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.ควบคุมการระบาดได้ผลหรือไม่

"ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. ถึงวันที่ 31 ม.ค. เป็นช่วงเวลาดูผล...ถ้าตัวเลข (ผู้ติดเชื้อรายใหม่) ลดลงเรื่อย ๆ นั่นเท่ากับว่ายา (มาตรการ) ได้ผล"

หากตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง และประชาชนให้ความร่วมมือดี ก็ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มข้นต่อไป

การใช้งาน "หมอชนะ"

นับเป็นครั้งแรกหลังการเปิดตัวแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" ที่มีการรายงานประสิทธิภาพในการทำงานของแอปพลิเคชันดังกล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในการแถลงข่าวของสธ.วานนี้ (13 ม.ค.) กรมควบคุมโรคพบการติดเชื้อของผู้ป่วยรายหนึ่ง แม้ผู้ป่วยรายนั้นจะไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าว แต่จากการสอบสวนโรค สามารถแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงให้กับบุคคลที่ลงทะเบียนหมอชนะได้ ซึ่งได้มีการเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านั้นตามวันและเวลาเดียวกัน ได้กว่า 641 ราย

โฆษก ศบค. อธิบายว่า การแจ้งเตือนจะมาในรูปแบบ SMS ด้วยข้อความว่า "แจ้งเตือนจากหมอชนะ ท่านมีความเสี่ยงจากการไปสถานที่เดียวกันกับผู้ติดเชื้อโควิด เมื่อวันที่...ให้สังเกตอาการที่บ้าน 14 วัน หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส สวมหน้ากากแล้วไปพบแพทย์ สอบถาม 1422"

สำหรับยอดผู้ดาวน์โหลดอปพลิเคชันหมอชนะสะสม 7.18 ล้านคน นพ.ทวีศิลป์. กล่าวว่า การลงทะเบียนใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 5.05 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนคนภายในวันเดียว

"แต่อย่างที่บอกยังไม่เพียงพอครับ ประชาชนคนไทยเรามี 60 กว่าล้านคน ถ้าเราทำได้ประมาณสัก 40 ล้าน จะเป็นระบบที่จะป้องกันของเราได้"สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทย