You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19: "เรื่องเงินเราไม่มีปัญหา" นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงการรับมือผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ยืนยันรัฐบาลมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลเศรษฐกิจ ขณะที่วันนี้ (12 ม.ค.) คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 3 มาตรการบรรเทาผลกระทบระยะเร่งด่วน
"เรื่องที่ผมจะต้องขอย้ำ คือเรื่องที่รัฐบาลมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลเศรษฐกิจในรอบการระบาดใหม่นี้ เพราะเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา เราใช้ไป 5 แสนกว่าล้านบาท ยังเหลือ ประมาณ 4.9 แสนล้านบาท นอกจากนี้ เรายังมีงบกลางของงบประมาณปี 2564 อีกประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉินและเร่งด่วน รวมกันแล้ว 6 แสนล้านบาท" พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก
"เรื่องเงินเราไม่มีปัญหา จะใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด และทันการณ์นั่นคือสิ่งสำคัญกว่า"
- แรงงานเมียนมาสมุทรสาคร รอวันตลาดกลางกุ้งกลับมาเปิดอีกครั้ง
- นายกฯ สั่งคุมเข้มชายแดน ด้าน ศบค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่นับสิบกลับจากเมียนมา
- โฆษก ศบค. วอนสังคม "อย่าตั้งข้อรังเกียจ" โรงพยาบาลสนาม เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- โควิด-19: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวัคซีน "ซิโนแวค" ที่ทางรัฐบาลไทยสั่งซื้อ 2 ล้านโดส
พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่ารัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์การระบาด เพื่อกำหนดมาตรการดูแลเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในเรื่อง การช่วยเหลือเงินเยียวยาค่าครองชีพของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการะบาดรอบนี้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องมาตรการช่วยเหลือภายในสิ้นเดือน ม.ค. นี้
พล.อ. ประยุทธ์กล่าวด้วยว่าที่ประชุม ครม. วันนี้ (12 ม.ค.) อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ
1. มาตรการเสริมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชน
2. มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน การลดหย่อนเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน เพิ่มสิทธิประโยชน์ การว่างงาน ฯลฯ
3. มาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าอินเทอร์เน็ต
พร้อมมากกว่าปีที่แล้ว
สำหรับสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.หรือประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าแม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูงถึง 200-300 คนต่อวัน "แต่เป็นการเพิ่มที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ได้สูงขึ้นต่อเนื่องทุกวัน อย่างที่เราวิตกในตอนแรก และผู้ติดเชื้อระลอกใหม่นี้ ใช้เวลารักษาหายเร็วขึ้นมาก"
เขากล่าวว่าการระบาดรอบใหม่นี้ ทางการไทยมีความพร้อมมากกว่าการระบาดในรอบแรกเมื่อปี 2563 มาก ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ ป้องกัน โรงพยาบาล บุคลากร ความรู้ความเข้าใจในการป้องกัน ความร่วมมือและความรับผิดชอบของประชาชน
"แม้เราจะควบคุมการระบาดระลอกใหม่ได้ในเบื้องต้น แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทำให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศให้ลดลงมาเหลือสองหลัก หลักเดียว จนควบคุมได้ในที่สุด"
ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน นายกฯ กล่าวว่าได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย.) เร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ให้เร็ว เพื่อที่ว่าเมื่อวัคซีนมาถึงจะสามารถฉีดให้ประชาชนได้ทันที โดยเฉพาะวัคซีนของแอสตราเซเนกาที่ประเทศไทยได้รับสิทธิให้เป็นผู้ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
"กระทรวงสาธารณสุขได้ทำแผนการฉีดวัคซีนไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลที่ใช้กันอยู่ คือ เรียงตามลำดับความเสี่ยง กลุ่มบุคลการทางการแพทย์ ผู้สูงวัย ผู้มีโรคประจำตัว คนที่พื้นที่ที่มีการระบาดสูง จะได้รับก่อน"
ระบาดระลอกใหม่ พบผู้ติดเชื้อแล้ว 59 จังหวัด
การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในประเทศไทยยังกระจายตัวต่อเนื่อง ล่าสุดพบผู้ป่วยรายแรกใน จ.ร้อยเอ็ด เป็นหญิงวัย 48 ปี ทำงานที่ร้านคาราโอเกะใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่ถูกประกาศเป็น "พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด" ทำให้ขณะนี้มีเพียง 18 จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในการระบาดรอบนี้
วันนี้ (12 ม.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) ในฐานะผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ดูแลพื้นที่อีสานใต้ เดินทางลงพื้นที่ดูแลการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสนามใน จ. อุบลราชธานี ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และแถลงสถานการณ์จากที่นั่นว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 287 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 10,834 ราย หายป่วยแล้ว 6,732 ราย ยังรักษาใน รพ. 4,035 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 67 ราย
สำหรับจังหวัดที่พบผู้ป่วยในการระบาดระลอกใหม่นี้มีทั้งหมด 59 จังหวัดแล้ว จังหวัดล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อคือ จ.ร้อยเอ็ด การสอบสวนโรคเบื้องต้นพบว่าเป็นผู้ที่ทำงานในร้านคาราโอเกะใน จ.ชลบุรี ที่เดินทางกลับบ้านในช่วงปีใหม่ ก่อนที่จะเริ่มปรากฏอาการในช่วงวันที่ 9 ม.ค และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าผู้ป่วยรายใหม่ที่พบส่วนใหญ่อยู่ใน จ.สมุทรสาครและกรุงเทพฯ โดยจังหวัดพื้นที่สีแดงที่มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 50 คน มี 10 จังหวัด ผู้ป่วยสะสม 11-50 คน หรือพื้นที่ส้ม 12 จังหวัด ผู้ป่วยสะสม 1-10 คน หรือพื้นที่สีเหลือง 37 จังหวัด และจังหวัดสีขาวคือยังไม่มีผู้ป่วยเลย 18 จังหวัด
โฆษก ศบค. กล่าวว่าเพื่อควบคุมการกระจายของเชื้อ เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่เดินทางมาจาก 10 จังหวัดพื้นที่สีแดงที่มีผู้ป่วยมากกว่า 50 รายอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
สำหรับ 18 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อในรอบนี้ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ พิษณุโลก อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ยโสธร ศรีสะเกษ มุกดาหาร สกลนคร นครพนม บึงกาฬ ชุมพร พังงา พัทลุง ปัตานี ยะลา
สถานการณ์อุบลราชธานี
นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวถึง จ.อุบลราชธานี ว่าขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมเพียง 3 ราย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจังหวัดมีมาตรการในการทำทะเบียนทุกคนที่เดินทางเข้าจังหวัด โดยการติดตามและประเมินความเสี่ยงโดย อสม. และผู้ใหญ่บ้าน
"มีระบบของการเฝ้าระวังถึงตัวบุคคลเลย ต้องขอบคุณพี่น้องอสม.ที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน" นพ.ทวีศิลป์กล่าว
แม้จะมีผู้ป่วยจำนวนไม่มาก แต่ จ.อุบลราชธานีได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว. สธ. ที่ให้ทุกจังหวัดมีโรงพยาบาลสนาม เพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับการระบาดจำนวนมาก มีการจัดสรรพื้นที่แยกโซนตามความเสี่ยง