"รุ้ง" ยืนยัน อานนท์-เพนกวิน ถูกจับแล้ว
น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่าขณะนี้นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ (เพนกวิน) ได้ถูกจับกุมแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้ร่วมชุมนุมจะยังเดินหน้าชุมนุมต่อไปในเวลา 16.00 น. วันนี้
You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ก่อนถึงเวลานัดรวมตัวเวลา 17.00 น. ไม่ถึงชั่วโมง คณะราษฎรประกาศย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เป็นแยกปทุมวัน ขณะที่ กอร.ฉ. ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่าขณะนี้นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ (เพนกวิน) ได้ถูกจับกุมแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้ร่วมชุมนุมจะยังเดินหน้าชุมนุมต่อไปในเวลา 16.00 น. วันนี้
บรรยากาศบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เมื่อเวลาราว 05.19 น.
ตั้งแต่ 04.30 น. ตำรวจในชุดปราบจลาจลพร้อมโล่และอาวุธ ได้เดินเท้าเข้าไปกดดันเพื่อจับกุมผู้ชุมนุมที่อยู่ในบริเวณใกล้โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ก่อนจะเดินต่อไปยังสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อไปยังทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ผู้ชุมนุมได้อพยพและถอยร่นออกจากพื้นที่พี่หลีกเลี่ยงการถูกจับกุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ 04.30 น. ตำรวจในชุดปราบจลาจลพร้อมโล่และอาวุธ ได้เดินเท้าเข้าไปกดดันเพื่อจับกุมผู้ชุมนุมที่อยู่ในบริเวณใกล้โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ก่อนจะเดินต่อไปยังสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อไปยังทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ผู้ชุมนุมได้อพยพและถอยร่นออกจากพื้นที่พี่หลีกเลี่ยงการถูกจับกุม เจ้าหน้าที่กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ความร่วมมือด้วยการออกจากพื้นที่ จนถึงขณะนี้เวลา 05.00 น. ยังไม่มีการใช้ความรุนแรงใด ๆ และไม่ทราบว่ามีผู้ถูกจับกุมหรือไม่
นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่ม "คณะราษฎร" แถลงกับผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า คณะราษฎรจะใช้ยุทธวิธีแบบดาวกระจาย ด้วยการย้ายที่ชุมนุมไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายคือ นายกรัฐมนตรีลาออก โดยจะชุมนุมกลางใจเมือง เช่น ราชประสงค์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า ผู้ชุมนุมขัดขวางเส้นทางเสด็จฯ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติประทับ นั้น นายอานนท์ กล่าวว่า ไม่ได้รับการประสานล่วงหน้าจากตำรวจ ดูเหมือน "ตำรวจจงใจพาขบวนเสด็จฯ เข้าม็อบ"
"รัฐไทยถนัดใช้เรื่องนี้... สื่อบางสื่อจะเอาไปขยายผลแน่นอน" นายอานนท์กล่าว และวิงวอนให้ "สังคมมีสติ ไม่ว่าจะโกรธ จะเกลียดขนาดไหน ขอให้มีสติ"
นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่ม "คณะราษฎร" กล่าวว่า วันนี้ (15 ต.ค.) จะนัดชุมนุมอีกครั้งเวลา 16.00 น. โดยจะปิดถนนราชประสงค์ โดยแกนนำรุ่นที่สองหน้าใหม่แบบม้วนเดียวจบ ส่วนการชุมนุมที่เวทีที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลจะยุติในช่วงเช้าของวันนี้ (15 ต.ค.)
นายอานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะราษฎรจะใช้ยุทธวิธีแบบดาวกระจาย ย้ายที่ชุมนุมไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายคือ นายกรัฐมนตรีลาออก
นายอานนท์ ย้ำว่า การชุมนุมแบบสันติอหิงสา ไม่ก่อความวุ่นวายเพื่อเป็นชนวนให้เกิดการก่อรัฐประหาร
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หนึ่งในแกนนำ "คณะราษฎร" ประกาศชัยชนะหลังพ้นวันที่ 14 ต.ค. ไปไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงเหมือนเมื่อ 47 ปีที่แล้ว
“ในวันนี้เราทุกคนในที่นี้ยังวนกลับมาสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง นี่คือการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 โดยสันติและถนนรอบทำเนียบรัฐบาลให้กลายเป็นถนนราษฎร นี่คือชัยชนะของเรา”
ราว 00.15 น. หน้าสำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนนอก ผู้ชุมนุมโห่ร้องไล่ตำรวจที่เสริมกำลังเข้ามา โดยตำรวจประกาศว่า เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง
นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" และ "คณะประชาชนปลดแอก" ปราศรัยถึงความเลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียมกัน เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมมารับใช้คนส่วนน้อยและชนชั้นนำเพียงอย่างเดียว ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของประเทศ ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเกี่ยวเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่เท่าเทียม และทำให้เกิดการฆ่าตัวตายจำนวนมากจากปัญหาเศรษฐกิจ
นายทัตเทพ กล่าวว่า สิ่งสำคัญก็คือต้องร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน เช่นเดียวกับตัวแทนจากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ที่ย้ำว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน
ด้านนายธนาธร พรรควิฬาร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวปราศรัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการกระจายอำนาจ และนายกรัฐมนตรีต้องลาออก
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่คลิปวิดีโอโดยระบุว่าเมื่อเวลา 23.30 น. มีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าเสริมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีมีทั้งที่เดินเท้าเลี้ยวไปทางถนนนครราชสีมา และเดินเข้าไปทางคุรุสภาอีกราว 150 นาย
พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลเมื่อเวลา 23:30 น. โดยเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมยุติการชุมนุมภายในเวลาเที่ยงคืนนี้ ชี้ว่าหากยังคงฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะมีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะที่กระทบสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยของประชาชน และที่สำคัญคือกระทบกับขบวนเสด็จฯ
ก่อนหน้านี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความห่วงใยผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในวันนี้โดยเฉพาะเยาวชนและนักศึกษา จึงขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้เรียกลูกหลานกลับบ้าน เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันนี้ (14 ต.ค.) ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน และผู้ที่กระทำอื่นใดในลักษณะที่เป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น
นายอนุชา ระบุว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. นี้เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ เป็นบ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชน
บรรยากาศบริเวณเวทีหลัก โดยมีทนายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก ขณะที่ผู้ชุมนุมยังคงนั่งฟังการปราศรัยอย่างเนื่องแน่น เต็มถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล
นายอานนท์ กล่าวว่าขณะนี้ผู้ประท้วงราว 2 แสนคน ได้ล้อมทำเนียบรัฐบาลไว้ทุกด้านแล้ว
เขาระบุว่าผู้ชุมนุมจะไม่ยอมลดเพดานข้อเสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ในเวลาก่อน 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่ามีข้อราชการที่จะกล่าวโดยขอให้สลายการชุมนุมในเวลา 22.00 อย่างไรก็ดี ผู้ชุมนุมได้ส่งเสียงโห่ และร้องตะโกนว่า "ประยุทธ์ออกไป ๆ " ก่อนจะร้องตะโกนคำว่า "ตำรวจออกไป ๆ"
ผู้ชุมนุมยืนกรานไม่สลายการชุมนุม
นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ขึ้นปราศรัยเมื่อเวลาประมาณ 20.55 น. ที่รถปราศรัยใหญ่บริเวณแยกมิสกวัน
ในช่วงแรกนายอานนท์ได้กล่าวถึงประเด็นว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชนพิจารณาตัดลดงบประมาณสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นอยู่ของประชาชนที่ยังยากลำบาก
นายอานนท์ได้ย้ำถึงข้อเสนอสามข้อของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า"คณะราษฎร" ว่าเป็นการรวบรวมข้อเสนอของกลุ่มประชาชนปลดแอกและแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเข้าด้วยกัน ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไปตามข้อเรียกร้องข้อแรกทางกลุ่มผู้ชุมนุมยินดีพูดคุยกับรัฐบาล
ในส่วนของข้อเรียกร้องสองข้อที่เหลือได้แก่การเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ
นายอานนท์ยังประกาศให้ผู้ชุมนุมยังคงอยู่ค้างคืนที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาสลายชุมนุม
เขาระบุว่าหากจำนวนผู้ชุมนุมลดลงจะมีการสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน "ถ้ามีการสลายชุมนุมประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม"
ต่อมาเวลาประมาณ 21.39 น. นายอานนท์ประกาศว่าได้จัดตั้งเวทีหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ใกล้สะพานชมัยมรุเชษฐ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและเริ่มนำมวลชนไปหน้าเวทีใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการตั้งเวทีเล็กที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์อีกแห่งหนึ่ง
น.ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) กล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่บริเวณแยกสะพานชมัยมรุเชฐ โดยชี้ว่าความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศ เกิดจากการร่วมมือของชนชั้นปกครอง และนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ประชาชนมีแต่ยากจนลง เสรีภาพเลวร้ายลง และเศรษฐกิจย่ำแย่ลง แต่ชนชั้นน้ำในประเทศไทยร่ำรวยมากขึ้น
น.ส. จุฑาทิพย์ ยังกล่าวโดยสื่อเป็นนัยโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นระยะ ก่อนที่รถปราศรัยจะเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงศึกษาธิการ
สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้รับแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด จะงดเข้าปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.)
นอกจากนี้ทำเนียบรัฐบาลยังได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ ไปเป็นสถานที่อื่น แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นที่ใด
ในเวลาประมาณตั้งแต่ 19.00 น. ที่แยกมิสกวัน ผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎร ยังคงกล่าวปราศรัยโจมตี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล กับเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง และปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมจำนวน 21 คนที่ถูกจับกุมไปเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.)
ผู้ชุมนุมซึ่งได้เข้ายึดพื้นที่ถนนพิษณุโลกจากแยกมิสกวันไปจนถึงแยกนางเลิ้ง โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยเป็นจุด ๆ ยังได้ร้องตะโกนคำว่า "เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ"
คลิปวิดีโอจากทวิตเตอร์นายแอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล ผู้สื่อข่าวอิสระ และนักวิจารณ์การเมืองและสถาบันกษัตริย์ของไทย แสดงภาพที่เชื่อว่าน่าจะเป็นขบวนเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ขณะฝ่าแนวผู้ชุมนุมประท้วง
นายแอนดรูว์ได้รับคลิปวิดีโอนี้มาจากแหล่งข่าวอีกทีหนึ่งและอนุญาตให้สามารถนำมาโพสต์ได้