ก่อนถึงเวลานัดชุมนุม
17.00 น. กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.)
แถลงเตือน 3 ครั้งว่าการชุมนุมเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
และเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น
โฆษก ตร. ระบุว่าเหตุที่ต้องประกาศเตือน 3 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชน
การแถลงครั้งแรกมีขึ้นในเวลาประมาณ
13.00 น. โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ระบุว่าเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.)
ซึ่งมีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
"ท่านจะจัดการชุมนุมไม่ได้โดยเด็ดขาด
หากพบการกระทำผิดเราจพเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย" โฆษก ตร. กล่าวประโยคนี้ซ้ำสองครั้ง
เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า "มาตรการบังคับใช้กฎหมายจะเริ่มเข้มข้นขึ้น"
หลังจากนั้น กอร.ฉ.
ได้ประกาศเตือนห้ามร่วมชุมนุมครั้งที่ 2 เมื่อเวลา 16.20 น. และครั้ง 3 เวลา 17.15 น.
โดยในการประกาศเตือนครั้งสุดท้าย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่าหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น คัดกรอง และให้คนออกนอกพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ร่วมชุมนุมทั้งหมดนับว่ากระทำผิดกฎหมายแล้วทั้งหมด
โฆษก ตร. ยังกล่าวเตือน 3 ข้อ คือ
-
พึงให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องการนำเสนอภาพ ข้อมูลที่จะเป็นการยั่วยุ หรือสร้างกระแสให้เกิดคามรุนแรง
-
เวลานี้สถานการณ์ได้พัฒนาไปตามสภาพ การดำเนินการของตำรวจก็พัฒนาไปตามสภาพด้วย
-
ตำรวจพัฒนาความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายตามสภาพที่เกิดขึ้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ โฆษกตร. กล่าวว่า "ผมไม่เรียกว่าเป็นการสลายการชุมนุม เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด"
ด้านพ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. กล่าวเตือน ผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการชักชวน ยุยง ปลุกปั่นให้มีการรวมกลุ่มชุมนุมนั้น และการโพสต์ข้อความบิดเบือนนับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งภาพและการเช็กอินต่าง ๆ จะนับเป็นหนึ่งพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบการกระทำได้
"การโพสต์เช็กอินว่ามีรูปตัวเองมาร่วมการชุมนุม อย่ามองว่าเป็นเรื่องโก้เก๋สามารถกระทำได้ นั่นคือการรับสารภาพโดยเอาพยานหลักฐานที่ตัวเองถ่ายรูปโพสต์สู่สังคมออนไลน์"
สำหรับการปิดการจราจรนั้น จะมีการปิดเส้นทางเพิ่มเติมบริเวณ ถ.พญาไท ตั้งแต่แยกประทุมวัน แยกราชเทวี รวมถึงแยกสามย่าน ส่วนบริการบีทีเอสนั้น มีการปิด 5 สถานีหลัก คือ ชิดลม ราชดำริ สยาม สนามกีฬา และราชเทวี