You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

เกาะติดเหตุสลายการชุมนุม "คณะราษฎร" ที่แยกปทุมวัน

ก่อนถึงเวลานัดรวมตัวเวลา 17.00 น. ไม่ถึงชั่วโมง คณะราษฎรประกาศย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เป็นแยกปทุมวัน ขณะที่ กอร.ฉ. ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

รายงานสด

  1. ผู้ชุมนุมฝั่ง ถ.พญาไท ประกาศยุติการชุมนุม

    เวลาประมาณ 20.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่บน ถ.พญาไท ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มแยกย้ายกันออกจากพื้นที่หลังจากที่มีเสียงประกาศซ้ำ ๆ จากหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุม "คณะราษฎร" ว่า "แกนนำประกาศยุติการชุมนุมแล้ว"

    20.40 น. เพจเยาวชนปลดแอก - Free Youth โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประกาศห้ามมวลชนเข้าไปยังบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุพื้นที่ดังกล่าวไม่ปลอดภัยเนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและอาจถูกปิดล้อมได้ ให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน และรอประกาศความคืบหน้าต่อไป

    ด้านนายสิรภพ อัตโตหิ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยขณะนี้ ยืนยันว่าจุฬาฯ เป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้ประชาชนเข้ามาพักหรือเดินผ่านไปยังถนนเส้นอื่นได้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมใด ๆ เพราะไม่มีจัดการชุมนุมตั้งแต่ต้น

  2. ออกจับหมายแกนนำม็อบ 14 ตุลา เพิ่มอีก 12 คน

    เว็บไซต์ไทยพีบีเอสและสำนักข่าวไทยรายงานตรงกันว่า ศาลแขวงปทุมวันได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่ม "คณะราษฎร 2563" เพิ่มอีก 12 คน หลังจากจัดการชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. จนถึงการจัดการชุมนุมที่แยกปทุมวันในวันนี้ ทั้งนี้บางคนได้ถูกออกหมายจับและถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว

    แกนนำทั้ง 12 คน ประกอบด้วย

    • นายภาณุพงศ์ จาดนอก อายุ 23 ปี
    • น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี
    • นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 27 ปี
    • น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี
    • นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อายุ 20 ปี
    • นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ อายุ 29 ปี
    • นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี
    • นายวสันต์ กล่ำถาวร อายุ 48 ปี
    • นายอรรถพล บัวพัฒน์ อายุ 30 ปี
    • นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี อายุ อายุ 23 ปี
    • นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา อายุ 26 ปี
    • นายชินวิตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี

    หมายจับดังกล่าวระบุข้อหาในความผิดฐานเป็นบุคคลตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 เมื่อจับกุมได้แล้วให้ส่งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี

  3. สื่อบันทึกภาพตำรวจใช้โล่ทุบผู้ชุมนุม

    ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งเผยแพร่ภาพซึ่งบันทึกจากการรายงานข่าวของอมรินทร์ทีวี ที่ปรากฏภาพตำรวจชุดควบคุมฝูงชนใช้ โล่กระแทกใส่ผู้ชุมนุมคนหนึ่ง ขณะเกิดเหตุปะทะที่ ถ.พระราม 1 ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียถึงการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุม

    หลังการปะทะและเหตุชุลมุนช่วงรถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด "น้ำสีน้ำเงิน" ใส่ผู้ชุมนุม จึงเกิดแฮชแท็ก #ตํารวจทําร้ายประชาชน ที่กำลังเทรนดิ้งอันดับ 3 ในประเทศไทยแทบจะในทันที ด้วยจำนวนมากกว่า 100,000 ทวิต

  4. สถานการณ์ตึงเครียดช่วงค่ำ

  5. ผู้ชุมนุมวาง "โบว์ขาว" ก่อนถูกรวบตัว

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยบันทึกภาพจังหวะที่ผู้ชุมนุมคนหนึ่งวางโบว์สีขาวซึงเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพของกลุ่มผู้ชุมนุมลงบนพื้นถนนด้านหน้าท็อปบู๊ตของตำรวจควบคุมฝูงชน แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกตำรวจจับกุมไป

  6. แนวตำรวจกระชับพื้นที่ถึงแยกปทุมวัน

    เกือบสองชั่วโมงหลังจากตำรวจเริ่มกระชับพื้นที่การชุมนุมและฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม แนวของตำรวจได้เคลื่อนเข้ามาจนถึงแยกปทุมวันแล้วเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนลงมาจากสกายวอล์ค ไม่เช่นนั้นจะเข้าจับกุม จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดขึ้นไปด้านบนสกายวอล์ค

  7. ภาพจากบริเวณสยามเซ็นเตอร์

    รถฉีดน้ำแรงดันสูงและกำลังตำรวจยังคงจอดอยู่บน ถ.พระราม 1 ด้านหน้าสยามเซ็นเตอร์

  8. ผู้ชุมนุมถอยร่น แสบตาและแสบผิวคาดจาก "น้ำสีน้ำเงิน"

    หลังเจ้าหน้าที่ประกาศหน้าเดินและปะทะกับแนวผู้ชุมนุมบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อ 18.55 น. ที่ผ่านมา รถฉีดน้ำแรงดันสูงได้เคลื่อนที่เข้าใกล้ผู้ชุมนุมและฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมแนวหน้าก่อน 3 ระลอก ก่อนที่จะฉีด "น้ำสีน้ำเงิน" ใส่ เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวในบริเวณดังกล่าวแสบตาและแสบผิวจนต้องถอยร่น คาดว่าน้ำดังกล่าวผสมสารเคมีบางอย่างที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่า ช่วงเหตุชุลมุน มีการฉีดน้ำตรงหน้าสยามเซ็นเตอร์ หลังจากนั้นมีเสียงดังขึ้นมา 1 ปัง และเริ่มรู้สึกแสบตาและผิว คาดว่าสัมผัสถูกสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำจนทำให้แสบตาแสบคอ

  9. เจ้าหน้าที่เตือนผู้ชุมนุมที่ยังอยู่ในพื้นที่จะถูกจับกุม

    ในช่วงเวลา 19.00 น.โดยประมาณซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ได้แถลงสรุปเหตุการณ์เบื้องต้นว่า หลังจากมีการแจ้งเตือนให้ยุติการชุมนุมหลายครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังคงฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงจำเป็นต้องดำเนินการซึ่งเป็นไปตามหลักสากลของการสลายการชุมนุม

    "กอร.ฉ.ขอให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ยุติการชุมนุม ณ เวลานี้ หากยังคงมีการฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ"

    ขณะที่รถขยายเสียงเคลื่อนที่ของตำรวจในที่ชุมนุมได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับเคหสถานทันที ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม

    ด้านแกนนำผู้ชุมนุม ได้ใช้โทรโข่งประกาศให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    "การถอยวันนี้ไม่ใช่การยอมแพ้นะครับ แต่ต้องการให้ทุกคนปลอดภัย"

    "อย่าปะทะนะครับเราไม่อยากเสียใคร" แกนนำประกาศ

  10. สถานการณ์ด้าน ถ.พระราม 1 ยังตึงเครียด

    ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงหลังจากตำรวจเคลื่อนกำลังเข้าประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมบน ถ.พระราม 1 เจ้าหน้าที่ยังกดดันผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องด้วยการฉีดน้ำเข้าใส่เป็นระยะ ๆ โดยรถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนจากบริเวณห้างสยามพารากอน มาถึงสยามเซ็นเตอร์ คาดว่าจะรุกคืบมาเรื่อย ๆ จนถึงแยกปทุมวันซึ่งเป็นที่ตั้งเวทีหลักของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งขณะนี้กระจัดกระจายไปทั้งบน ถ.พระราม 1 และ ถ. พญาไท

    ขณะที่หน่วยพยาบาลของกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศให้มวลชนเข้าไปในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  11. เกิดเหตุชุลมุน เมื่อรถฉีดน้ำเคลื่อนประชิดฝูงชน, นอกจากเหตุปะทะบน ถ.พระราม 1 แล้ว ยังมีเหตุชุลมุนที่ ถ.พญาไท

    เวลา 18.39 น. ในระหว่างแนวร่วมคณะราษฎร ซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมกำลังเปิดปราศรัย โดยประกาศรายชื่อของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 "เพื่อล้างมลทินให้ผู้ชุมนุม" ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อผู้ชุมนุมต่างพากันลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งหนีจากหน้าเวทีซึ่งตั้งอยู่ตรงแยกปทุมวัน ไปใน 2 ทิศทาง กลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปทาง รร.ปทุมวัน ปริ้นเซส อีกกลุ่มแตกฮือไปทางหอศิลป์กรุงเทพฯ ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรถฉีดน้ำแรงดันสูงคันหนึ่งได้เคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ชุมนุม โดยมีเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่า "จะใช้น้ำ ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ภายในเวลานี้" ทำให้นักเรียนและนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวิ่งออกไปตะโกนขับไล่ให้ "ออกไป ๆ" และ "ชู 3 นิ้ว" ใส่

    18.50 น. มีรถน้ำคันที่ 2 และ 3 กลับเข้าพื้นที่ชุมนุมอีกครั้ง ทำให้ผู้ชุมนุมโห่รับ

    18.55 น. ผู้ชุมนุมร่วมกัน "ชู 3 นิ้ว" พร้อมร่วมกันตะโกนว่า "ทุกคนคือแกนนำ"

  12. ตำรวจ-ผู้ชุมนุมปะทะกันบน ถ.พระราม 1

    การเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจบนถนนพระราม 1 เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ประมาณ 18.00 น. รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และขยับแถวเข้ามาใกล้แนวของผู้ชุมนุมมากขึ้นจนทั้งสองฝ่ายประชิดและผลักดันกัน ตำรวจยังคงฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจและบางส่วนถอยร่นไปตั้งหลัก

  13. ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

    หลังจากประกาศเตือนหลายรอบให้ยุติการชุมนุม เวลา 18.51 น. ตำรวจที่ตั้งแนวอยู่บน ถ.พระราม 1 ได้ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ต่างกางร่มออกมาป้องกัน แต่ตำรวจก็ได้ขยับรถฉีดน้ำเข้ามาใกล้ขึ้นและฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ขณะที่แนวตำรวจขยับมาประชิดผู้ชุมนุมมากขึ้นจนห่างกันเพียงไม่กี่เมตร

  14. ตร.ประกาศให้เลิกชุมนุม-เดินหน้ากระชับพื้นที่

    18.20 น. ตำรวจประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม และอ่านข้อกำหนด 3 ข้อตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน

    จากนั้นตำรวจสั่งให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเคลื่อนขบวนจากแยกเฉลิมเผ่าไปบนถนนพระราม 1 มุ่งหน้าแยกปทุมวันที่ผู้ชุมนุมอยู่ ผู้ชุมนุมตะโกนสวนมาว่า "ขี้ข้าเผด็จการ"

    18.38 น. ตำรวจตั้งแนวบริเวณหน้าห้างสยามพารากอน และขยับเข้าหาแนวของผู้ชุมนุมเรื่อย ๆ ขณะที่่ผู้ชุมนุมตั้งแถวอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบเมตร

  15. ห้างใหญ่ปิดหมด ขณะที่รถสุขา-รถอาหาร ถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่ชุมนุม

    นอกจากรถดัดแปลงเป็นเครื่องขยายเสียง ยังมียานพาหนะอีก 2 ชนิดที่กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ออกคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ชุมนุม นั่นคือ รถสุขาเคลื่อนที่ และรถขนเครื่องอุปโภคบริโภค

    ขณะที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ย่านปทุมวัน ทั้งห้างสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ และ MBK ได้ประกาศปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. แล้ว

  16. 3 วัน ตร. จับแล้ว 51 คน

    การชุมนุมใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วง 2 วันนี้ เกิดขึ้นโดยผู้ชุมนุมที่ไม่เกรงว่าจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ชุมนุมส่งเสียงเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา” เป็นระยะ ๆ ระหว่างการรวมตัว หลังมีแกนนำ “คณะราษฎร 2563” และแนวร่วมอย่างน้อย 51 ราย ถูกจับกุมในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรวบรวมตัวเลขไว้ ดังนี้

    • 13 ต.ค. จับกุม 21 คน ในระหว่าง "คณะราษฎรอีสาน" เตรียมตั้งเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ในบรรดาผู้ถูกจับกุมมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน” รวมอยู่ด้วย
    • 14 ต.ค. จับกุม 23 คน จากทำเนียบรัฐบาล และ โรงแรมที่พัก ในจำนวนนี้เป็นผู้ชุมนุม 18 คน และแกนนำ 5 คนที่ถูกจับตามหมายศาลในคดีก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หรือเจมส์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายณัฐชนน ไพโรจน์
    • 15 ต.ค. จับผู้ชุมนุม 7 คน ที่เข้าร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์
  17. “ตลกร้าย” ตร. บุกค้นที่ทำการ “คณะก้าวหน้า” ระหว่างปิยบุตรแถลงค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ผู้กำกับ สน. มักกะสัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ 5 นาย บุกค้นสำนักงาน “คณะก้าวหน้า” อาคารไทยซัมมิท ชั้น 5 ในระหว่างที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กำลังเปิดแถลงข่าวหัวข้อ “ข้อเสนอต่อสังคมไทย กรณีประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมกรณีขบวนเสด็จ" ช่วงเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา

    ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มาโดยไม่มีหมายค้น จึงต้องกลับไปเอาหมายค้นที่ สน. ก่อนกลับมาใหม่ในอีก 15 นาทีต่อมา

    นายปิยบุตรเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ผกก.สน.มักกะสัน ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการเข้าตรวจค้นว่ามีการกระทำสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้น ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ จึงลงนามข้อบันทึกของตำรวจ และไม่แจ้งข้อหาหรือร้องทุกข์กล่าวโทษใด ๆ กับเขา ซึ่งการพูดคุยเป็นไปอย่างสันติ

    เลขาธิการคณะก้าวหน้ายังบอกด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น “ตลกร้าย” เพราะในขณะที่เขากำลังแถลงข่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อเขา

  18. กอร.ฉ. ประกาศเตือน 3 ครั้ง "ห้ามจัดการชุมนุม"

    ก่อนถึงเวลานัดชุมนุม 17.00 น. กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) แถลงเตือน 3 ครั้งว่าการชุมนุมเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น

    โฆษก ตร. ระบุว่าเหตุที่ต้องประกาศเตือน 3 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชน

    การแถลงครั้งแรกมีขึ้นในเวลาประมาณ 13.00 น. โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ระบุว่าเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ซึ่งมีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

    "ท่านจะจัดการชุมนุมไม่ได้โดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิดเราจพเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย" โฆษก ตร. กล่าวประโยคนี้ซ้ำสองครั้ง เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า "มาตรการบังคับใช้กฎหมายจะเริ่มเข้มข้นขึ้น"

    หลังจากนั้น กอร.ฉ. ได้ประกาศเตือนห้ามร่วมชุมนุมครั้งที่ 2 เมื่อเวลา 16.20 น. และครั้ง 3 เวลา 17.15 น.

    โดยในการประกาศเตือนครั้งสุดท้าย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่าหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น คัดกรอง และให้คนออกนอกพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ร่วมชุมนุมทั้งหมดนับว่ากระทำผิดกฎหมายแล้วทั้งหมด

    โฆษก ตร. ยังกล่าวเตือน 3 ข้อ คือ

    • พึงให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องการนำเสนอภาพ ข้อมูลที่จะเป็นการยั่วยุ หรือสร้างกระแสให้เกิดคามรุนแรง
    • เวลานี้สถานการณ์ได้พัฒนาไปตามสภาพ การดำเนินการของตำรวจก็พัฒนาไปตามสภาพด้วย
    • ตำรวจพัฒนาความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายตามสภาพที่เกิดขึ้น

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ โฆษกตร. กล่าวว่า "ผมไม่เรียกว่าเป็นการสลายการชุมนุม เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด"

    ด้านพ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. กล่าวเตือน ผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการชักชวน ยุยง ปลุกปั่นให้มีการรวมกลุ่มชุมนุมนั้น และการโพสต์ข้อความบิดเบือนนับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งภาพและการเช็กอินต่าง ๆ จะนับเป็นหนึ่งพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบการกระทำได้

    "การโพสต์เช็กอินว่ามีรูปตัวเองมาร่วมการชุมนุม อย่ามองว่าเป็นเรื่องโก้เก๋สามารถกระทำได้ นั่นคือการรับสารภาพโดยเอาพยานหลักฐานที่ตัวเองถ่ายรูปโพสต์สู่สังคมออนไลน์"

    สำหรับการปิดการจราจรนั้น จะมีการปิดเส้นทางเพิ่มเติมบริเวณ ถ.พญาไท ตั้งแต่แยกประทุมวัน แยกราชเทวี รวมถึงแยกสามย่าน ส่วนบริการบีทีเอสนั้น มีการปิด 5 สถานีหลัก คือ ชิดลม ราชดำริ สยาม สนามกีฬา และราชเทวี

  19. "เราหลอกตำรวจสำเร็จแล้ว"

    เวลา 17.10 น. แกนนำ "คณะราษฎร" ซึ่งมี น ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ เป็นหนึ่งในนั้น ปรากฏตัวที่แยกปทุมวัน กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ขณะนี้เป็นเยาวชนและนักเรียน เกาะกลุ่มทอดแนวไปจนบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง

    หนึ่งในแกนนำประกาศเชิญชวนประชาชนที่อยู่ด้านบนสกายวอล์คให้ลงมาร่วมชุมนุม พร้อมระบุว่า “เราหลอกตำรวจสำเร็จแล้ว”

  20. เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ นำชาวอุบลฯ ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

    พล.ต.หญิง เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาที่จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9

    อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม ที่นี่