You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เกาะติดเหตุสลายการชุมนุม "คณะราษฎร" ที่แยกปทุมวัน
ก่อนถึงเวลานัดรวมตัวเวลา 17.00 น. ไม่ถึงชั่วโมง คณะราษฎรประกาศย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เป็นแยกปทุมวัน ขณะที่ กอร.ฉ. ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
รายงานสด
โลกออนไลน์คึกคัก คนนับแสนชมถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก
สื่อกระแสรองและสื่อกระแสหลัก ต่างรายงานสดการชุมนุมที่ราชประสงค์อย่างคึกคัก พร้อมผู้ชมทางออนไลน์หนาแน่นในหลายช่อง แม้รัฐบาลออกข้อกำหนด "ห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บรรดาที่มี "ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร"ไทยรัฐทีวี รายงานสดจากพื้นที่ ตัดเข้ารายการปกติ เป็นระยะ มีผู้ชมทางเฟซบุ๊กนับหมื่นคน
CNN ชี้ ชนชั้นนำเผชิญความท้าทายใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ
เว็บไซต์ข่าวสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น รายงานถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ว่า “นี่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของกลุ่มชนชั้นนำ โดยเด็กรุ่นใหม่พูดอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะเรื่องพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเคยเป็นเรื่องต้องห้ามมาอย่างยาวนาน”
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซี วิเคราะห์ว่า รัฐไม่สามารถทนการชุมนุมขนาดใหญ่ที่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ได้นาน โดยเฉพาะตอนนี้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จกลับมาและจะทรงประทับในไทยไปอีกสักพักหนึ่ง
“การเคลื่อนไหวต่อไปจะเป็นไปด้วยความยากลำบากเมื่อแกนนำของพวกเขาถูกคุมขังอยู่นอกกรุงเทพฯ และมีคำสั่งห้ามชุมนุม ทางการอาจจะตามจัดการกับพวกที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับการชุมนุม”
เฮด บอกอีกว่า แต่สิ่งที่ผู้คนพูดออกไปแล้วเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว เรื่องต้องห้ามไม่ใช่เรื่องต้องห้ามอีกต่อไป และนอกจากฝ่ายผู้สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสุดโต่งแล้ว คนทุกวัยและจากทุกที่ในประเทศต่างก็เห็นด้วยกับแกนนำนักศึกษาแล้วว่าสมเหตุสมผลที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะเป็นส่วนหนึ่งหากจะมีการปฏิรูปสถาบันต่าง ๆ ในประเทศไทย.
ด้าน นสพ.วอชิงตันโพสต์ บอกว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเช้ามืดวันที่ 15 ต.ค. เป็นสัญญาณแรกของความพยายามที่จะทำลายการเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยที่นำโดยคนรุ่นใหม่เป็นส่วนใหญ่ วอชิงตันโพสต์ กล่าวถึงกรณีการแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ไม่กี่เดือนก่อน การแสดงออกในเชิงลบแบบตรงไปตรงมาแทบจะเป็นเรื่องที่ “ไม่สามารถคิดฝันได้เลย” แต่ได้กลายเป็นเรื่องที่พูดกันตรงไปตรงมามากขึ้นเมื่อการชุมนุมมีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้ประท้วงถือป้ายและโปสเตอร์ที่ล้อเลียนพระมหากษัตริย์
ตลาดหุ้นวันนี้ร่วงแรง ตกกว่า 20 จุด, ปัจจัยการเมืองมีผลให้ลดลงไป 1.66% ปิดที่ 1,242.96 จุด
การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ (15 ต.ค.) เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศคือการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนที่มาพร้อมกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเวลารุ่งสางที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมการซื้อขายในวันนี้ปิดที่ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด หรือ 1.66%
จากมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์และผู้วิเคราะห์หุ้น บอกว่า นอกจากปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการที่สหรัฐไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. แล้ว ซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนผิดหวัง ส่งผลให้ดัชนีดาวน์โจนส์ปรับตัวลดลง 0.58% แล้ว ยังมีปัจจัยกดดันภายในประเทศจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในท้องที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการที่คณะราษฎร 2563 เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมสที่แยกราชประสงค์ในค่ำวันนี้อีกด้วย
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนยังไม่สดใสเท่าที่ควรจากปัจจัยทั้งสองอย่าง
บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า การนัดรวมตัวของผู้ชุมนุมอีกครั้งที่สี่แยกราชประสงค์ในเวลา 16.00 น. ในขณะที่ตำรวจประกาศห้ามชุมนุมโดยเด็ดขาด เป็นประเด็นที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดและระวังการเทขายในช่วงท้ายของการซื้อขาย
โจชัว หว่อง ส่งกำลังใจให้กลุ่มผู้ชุมนุมชาวไทยผ่านทวิตเตอร์
โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง ทวีตข้อความให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมชาวไทยที่ออกมาแสดงพลังต่อสู้ขับไล่เผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มท้องถนน แม้จะถูกสลายการชุมนุมเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้
“อย่าปล่อยให้พวกเขาสู้เพียงลำพัง” เขาระบุ พร้อมติดแฮชแท็ก #LongLivethePeople หรือ "ประชาชนจงเจริญ”
ไมค์ ระยอง ประกาศยึดราชประสงค์สำเร็จ
เวลาประมาณ 16.00 น. เศษ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ ระยอง” หนึ่งในแกนนำ “คณะราฎร 2563” ได้ขึ้นปราศรัยผ่านโทรโข่ง มีการนำแผงเหล็กม้าล้อมรอบตัวเขา ก่อนจะมีรถกระบะเข้าพื้นที่ชุมนุมเพื่อดัดแปลงเป็นเวทีย่อย
นายภาณุพงศ์ได้ประกาศความสำเร็จเบื้องต้นจากการเข้ายึดแยกราชประสงค์ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร พร้อมกล่าวว่า ผู้มาร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักศึกษา หากทำอะไรลูกหลาน ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับบ้าน
“ถ้าวันนี้จะมีการสลายการชุมนุมอีก เจอกูแน่ เมื่อวานมันจับเพื่อนเราไป วันนี้จึงต้องมายึดราชประสงค์ที่เคยมีคนตาย และเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา” ไมค์กล่าว
นศ. ชลบุรี เชียงใหม่ จัดชุมนุม
นอกจากกลุ่มนักเรียนและประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ในใจกลางย่านธุรกิจกรุงเทพมหานครแล้ว ยังมีแนวร่วมอื่น ๆ ในต่างจังหวัดนัดร่วมตัวกันทำกิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ ด้วย
หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "กลุ่มโกงกาง" ประกาศในเฟซบุ๊กแฟนเพจเรียกร้องให้นัดชุมนุมกันเวลา 17.00 น. หน้าหอประชุมธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อเรียกร้องให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทุกท่านในพื้นที่บางแสน ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง มาสนับสนุนสหายและยืนหยัดในหลักการ “ไม่เอารัฐประหาร”
เพจประชาคมมอชอ ได้ประกาศนัดหมายชุมนุมตั้งแต่เวลา 9.30 น. ณ ตึกยุทธศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ก่อนที่ในเวลาต่อมาได้มีการเข้าพูดคุยเพื่อประชุมกับอธิการบดีของมหาวิทยาลัย เพื่อชี้แจงแนวทาง
ขณะที่บรรยากาศบริเวณนัดหมาย มีประชาชนและนักศึกษาเดิยทางเข้ามาสมทบเรื่อย ๆ ท่ามกลางการสลับกันขึ้นพูดของบรรดาตัวแทน ซึ่งจนถึงเวลา 17.00น. การปราศรัยก็ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
ก่อนที่เวลาต่อมาได้เปลี่ยนสถานที่นัดมาหมายไปยังศษลาอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัย พร้อมโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า "เราจะปักหลักรอฟังคำตอบ จนกว่าจะชัดเจนว่าคุณประสิทธิ์ (นศ.มช.) และทนายอานนท์จะได้รับการปล่อยตัว และเคียงคู่ไปกับพี่น้องที่แยกราชประสงค์ กทม.
หลังสลายชุมนุม นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.ต่างประเทศ จีน, นายกฯ พบ รมว.ต่างประเทศ จีน หารือเรื่องโควิด-19 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงนามในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีผลตั้งแต่เวลา 04.00 น. กดดันผู้ชุมนุมออกจากบริเวณทำเนียบรัฐบาลให้ออกจากพื้นที่ ในเวลาต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ต้อนรับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทวงต่างประเทศจีน เข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล
กระทรวงการต่างประเทศไทยรายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า เป็นการ “ยืนยันความสัมพันธ์ใกล้ชิด พร้อมร่วมกันรับมือความท้าทายจากโควิด-19 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมความเชื่อมโยงภูมิภาค และการใช้แม่น้ำโขงร่วมกันอย่างยั่งยืน”
ผลักดันแนวกั้นของตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนวางแนวกั้นจากแยกประตูน้ำมุ่งหน้าแยกราชประสงค์ เพื่อปิดการจราจรไม่ให้รถเข้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งก็ขับมอเตอร์ไซต์พุ่งชนแนวกั้นของตำรวจและฝ่าเข้าไปร่วมชุมนุมได้สำเร็จ
17.12 น. ผู้ชุมนุมพยายามขยายพื้นที่การชุมนุม พร้อมตะโกน “ไม่มีความเป็นธรรม” ซ้ำ ๆ ก่อนเริ่มผลักแนวกั้นของตำรวจ และสามารถผลักแนวกั้นของตำรวจฝั่งพระพรหมเอราวัณออกมาได้ แต่ตำรวจก็ผลักดันกลับมาที่จุดเดิมได้เกือบจะทันที
6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเรียกร้องรัฐบาลถอนทหารออกจากรัฐสภา, “ไม่มีเหตุผลตามกฎหมายที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้"
พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้เคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยุติการคุกคามผู้ชุมนุมทุกรูปแบบ โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล โดยอ้างเหตุจากการชุมนุมของกลุ่ม “คณะราษฎร 2563” เมื่อวันที่ 14 ต.ค. “ไม่มีเหตุผลตามกฎหมายที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้... แต่เป็นการใช้กฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการจำกัดการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองและการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธของประชาชน ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ”
พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเรียกร้องนายกฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 ข้อ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- นายกฯ ต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยทันที
- รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องให้หลักประกันคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และเสรีภาพในการเสนอข่าวสารและการส่งข้อมูลซึ่งกันและกัน
- ให้นำกองกำลังทหารกลับเข้าที่ตั้ง และให้ตำรวจทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามปกติ หลังพบว่ามีการส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และเข้าควบคุมสถานที่ต่างๆ เช่น อาคารรัฐสภา ซึ่ง “ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศต่อสังคมโลก และอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์รุนแรงภายในอนาคตอันใกล้ได้”
- พรรคร่วมฝ่ายค้านขอคัดค้านและต่อต้านการใช้กำลังและความรุนแรงทุกรูปแบบ กับนักศึกษาและประชาชน ขณะเดียวกันก็ไม่สนับสนุนให้มีการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง
- พรรคร่วมฝ่ายค้านติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนมาโดยตลอด เห็นร่วมกันว่า “การใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าว ยังอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีเหตุผลใดที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมและออกข้อห้ามมิให้มีการชุมนุม”
- ให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยเร็ว เพื่อจะได้นำปัญหาต่างๆ เข้าแก้ไข ผ่านระบบรัฐสภา
ประชาชนไม่สนใจคำสั่งห้าม มารวมตัวที่ราชประสงค์, ผู้ชุมนุมและตำรวจอยู่เต็มพื้นที่แยกราชประสงค์
บรรยากาศการชุมนุมภาคต่อของ "คณะราษฎร" ที่ราชประสงค์, ผู้ชุมนุมหลายร้อยคนไม่สนคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน
ผู้ชุมนุมปิดการจราจรแยกราชประสงค์
เวลาประมาณ 15.40 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตยและหนึ่งในแกนนำกลุ่ม "คณะราษฎร 2563" มาถึงที่แยกราชประสงค์ ได้แจ้งและขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมร่วมทำกำแพงประชาชนเพื่อเป็นโล่ห์มนุษย์และผลักดันเจ้าหน้าที่ออกไป รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนเพื่อขอพื้นที่ให้กับมวลชนที่เข้ามาในพื้นที่ได้
หลังจากนั้นผู้ชุมนุมมีความพยายามรุกเข้าในพื้นที่แยกราชประสงค์ พร้อมตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรี
ต่อมา 16.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ได้ผลักดันแนวตำรวจตระเวนชายแดนหญิง ให้เปิดพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ก่อนยึดพื้นที่สองฝั่งถนนราชดำริบริเวณสี่แยกได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบฝูงชนบางส่วนได้มีการเตรียมโล่ เพื่อการควบคุมสถานการณ์
โฆษก ตร.แถลง ย้าย 3 นายพล, "เกิดการคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติตามแผน"
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงยืนยันข่าวที่สื่อมวลชนรายงานช่วงเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.) พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท่วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ต.ปราศัย จิตสนธิ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) มาช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)
พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เนื่องจากการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมต้องปฏิบัติการตามแผนอย่างเคร่งครัด หากดำเนินการผิดแผนจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นการสั่งให้ 3 นายตำรวจมาช่วยราชการ ไม่ได้แปลว่าเป็นความผิด แต่เป็นการเรียกตัวมาสืบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าสิ่งที่ได้ปฏิบัติไปแล้วมีความผิดพลาดหรือไม่อย่างไร หากพบว่าเป็นความบกพร่องจะได้มีการปรับความเข้าใจในการดำเนินการ
"กรณีการสั่งย้ายครั้งนี้เรียกว่าเกิดการคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติตามแผน หลังจากนี้หากพบว่ามีใครไม่มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ก็ต้องดำเนินการเหมือนกัน"
เพื่อไทยเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง, "การจัดชุมนุม...ไม่มีการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ"
พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องชอบธรรมของรัฐบาลต่อการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในนามของ "คณะราษฎร 2563" ด้วยการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ไม่ได้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมและเสมอภาคด้วยเหตุผลโดยสรุป 4 ประการ คือ
- เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ไม่มีสถานการณ์ใดที่เข้าข่ายเหตุของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
- จากข้ออ้างที่ว่า มีการปลุกระดมให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนั้น หากจะมีความผิดก็เป็นเพียงความผิดอาญาตามกฎหมายปกติ ซึ่งมีบทลงโทษเพียงเล็กน้อย และเป็นเรื่องปกติของการจัดชุมนุม และการจัดชุมนุมก็ไม่ได้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย และความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชาชน และไม่มีการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
- จากข้ออ้างเรื่องส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นข้ออ้างที่ไม่เหมาะสมเพราะมีการชุมนุมหลายครั้งแล้ว ในขณะที่ผู้ชุมนุมแต่ละคนมีการป้องกันตนเองและไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ในที่ชุมนุม
- การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ถือเป็นการปฏิบัติไม่ชอบธรรมและเป็นไปโดยไม่สุจริตและเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมแล้ว เพียงเป็นเวลาวิกาลจึงนอนพักเพื่อรอรุ่งสางก็จะแยกกับภูมิลำเนา
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้หยุดการใช้อำนาจคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบ และปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมตัวทันที
ทีมทนายความระบุ นายอานนท์ถึง จ.เชียงใหม่แล้ว
ช่วง 15.00 น. แฮชแท็ก #ทนายอานนท์ ขึ้นเทรนดิ้งอันดับ 2 ในทวิตเตอร์ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่ปรากฏความคืบหน้าของนายอานนท์ นำภา และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษา ม.เชียงใหม่ ที่ถูกควบคุมตัวจากกรุงเทพฯ ขึ้นเครื่องบินตำรวจไป จ. เชียงใหม่
โดยก่อนออกเดินทาง นายอานนท์ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. ว่า "ล่าสุด มีหน่วยหนุมานกองปราบ พร้อมอาวุธ มาควบคุมตัวผม รอขึ้นฮอ ที่กองบินตำรวจ"
ผู้ใช้งานทวิตเตอร์บางส่วนใช้งานเว็บไซต์ตรวจสอบพิกัดการบิน ตั้งข้อสังเกตว่าพิกัดสุดท้ายของเครื่องบินที่นายอานนท์เดินทาง หรือเที่ยวบินหมายเลข 2E064 หรือ 28064 หยุดลงที่ 16°57'00.0"N 99°21'00.0"E ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างจังหวัดตากและสุโขทัย ตั้งแต่เวลาประมาณ 14.20 น. ซึ่งเลยกำหนดการที่ทนายอานนท์ควรจะเดินทางถึง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ 14.00 น.
ขณะที่ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ข้อความเมื่อเวลา 12.45 น. ให้ข้อมูลว่า " อานนท์ นำภา และ ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจ เลขประจำเครื่องบิน 28064. โดยไม่มีทนายความขึ้นไปด้วย ผู้อยู่บนเครื่องบิน ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 4 นาย นักบิน 2 ราย ช่างเครื่อง 2 ราย และหน่วยหนุมานกองปราบ คาดว่าจะนำตัวไป สภ.เมืองเชียงใหม่"
15.30 น. บีบีซีไทยสอบถามไปยังนายวีรนันท์ ฮวดศรี หนึ่งในทีมทนายความของนายอานนท์ เขาให้ข้อมูลว่าทีมทนายความพยายามติดต่อนายอานนท์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และยอมรับว่ามีความเป็นห่วงอยู่บ้าง
ส่วนนายประสิทธิ์นั้น มีสัญญาณเรียกแต่ไม่มีผู้รับสาย
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.02 น. นายวีรนันท์ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า นายอานนท์เดินทางถึง จ.เชียงใหม่แล้ว และสามารถติดต่อกับทีมทนายได้แล้ว
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ภาพข้อความจากหน้าเฟซบุ๊กนายอานนท์ที่ระบุว่า เขาและประสิทธิ์ถึงกองบิน 41 เชียงใหม่ แล้ว และตำรวจจะพาตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขังทันที จากคดีชุมนุมที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. โดยไม่รอทนายความที่เดินทางไป
หลังจากนั้นไม่นานเฟซบุ๊กของนายอานนท์ ซึ่งเขามักโพสต์ข้อความเป็นประจำก็ไม่สามารถเข้าถึงได้
ไม่สน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ประชาชนเริ่มรวมตัวที่ราชประสงค์
15.15 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวที่แยกราชประสงค์ ฝั่งหัวมุมห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่าที่บริเวณแยกราชประสงค์ประชาชนหลายสิบคน เริ่มเดินทางมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว และตะโกน "ประยุทธ์ออกไปๆ" รวมถึง "ปล่อยเพื่อนเราๆ"
ในเวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าการมาชุมนุม "เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" กำลังตำรวจส่วนหนึ่งเข้ากันพื้นที่สกายวอล์คบริเวณทางเข้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อกดดันผู้ชุมนุมลงไปยังด้านล่าง ขณะที่สกายวอล์คฝั่งมุ่งหน้าสยามสแควร์ถูกปิด
ที่เซ็นทรัลเวิลด์เวลานี้
15.00 น. ตำรวจตั้งแถวด้านข้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์
แอมเนสตี้ฯ ห่วงสถานการณ์ในไทยหลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยหาทางเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมกับแสดงความกังวลว่าข้อกำหนดที่ออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เช่น ห้ามการชุมนุมของบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และห้ามการเผยแพร่ข้อมูลที่ "อาจทำให้เกิดความหวาดกลัว"
"คำสั่งที่คลุมเครือและรุนแรงเช่นนี้ จะยิ่งนำไปสู่การจับกุม ควบคุมตัว และดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมมากขึ้น" มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคด้านการรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว
"คาดว่าจะมีการชุมนุมอีกครั้งในวันนี้ เราจึงเรียกร้องทางการไทยให้หาทางเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น
"การจับกุมผู้ชุมนุมจำนวนมากเมื่อเช้านี้ (15 ต.ค.) เป็นวิธีการที่ไม่ชอบธรรมเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ การดำเนินงานของรัฐเช่นนี้มีเจตนาอย่างชัดเจนเพื่อปราบปรามผู้ที่มีความเห็นต่าง ทำให้เกิดความหวาดกลัวในกลุ่มประชาชนที่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม เราขอเรียกร้องให้ตำรวจไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยสงบทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และผู้ชุมนุมทุกคนที่ถูกควบคุมตัวจะต้องสามารถติดต่อทนายความได้"
6 พรรคฝ่ายค้านนัดถกปมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หยุดการชุมนุม
นักการเมืองฝ่ายค้านทั้งพรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชาติ ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการ ตชด. ภาค 1 ตั้งแต่เวลาประมาณ 12.30 น. เพื่อเตรียมเป็นนายประกันให้กับประชาชนที่ถูกควบคุมตัวในระหว่างตำรวจเปิดปฏิบัติ “ยึดคืนพื้นที่” ทำเนียบฯ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา
สำหรับผู้ชุมนุมที่ถูกคุมตัวไปที่ ตชด.ภาค 1 มีจำนวน 23 คน เป็นแกนนำ 5 คน และผู้ร่วมชุมนุม 18 คน โดย 2 คนคือ นายอานนท์ นำภา และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ถูกนำตัวไปที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และณัฐชนน ไพโรจน์ จะถูกนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ต่อไป
ขณะที่เวลา 15.00 น. แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าทีต่อการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล
นายพิธา ลิ้มเจริญ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า เวลานี้ทุกประเทศต่างจับจ้องมาที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่นักสิทธิมนุษยชน แต่รวมถึงนักลงทุนและภาคธุรกิจ จึงขอฝากไปยังผู้มีอำนาจว่าหากจะตัดสินใจอะไร ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย