You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เทคนิคดูดสุญญากาศที่ผิวหนังแบบโบราณ ช่วยให้เซลล์รับวัคซีนโควิดได้ดียิ่งขึ้น
ทีมผู้วิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดใหม่ในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ กำลังพัฒนาอุปกรณ์ดูดสุญญากาศที่ผิวหนัง ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายกับการบำบัดโรคด้วยครอบแก้วแผนโบราณ เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้อนุภาคของวัคซีนเข้าถึงเซลล์ในร่างกายได้ดีขึ้น และผลิตสารภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีออกมาได้มากขึ้น
ผลการศึกษาข้างต้นได้ลงตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ฉบับล่าสุด และขณะนี้กำลังมีการทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าวในการทดลองวัคซีนโควิด-19 ชนิดใหม่ของบริษัท GeneOne Life Science ในเกาหลีใต้
วัคซีนชนิดใหม่ดังกล่าวจัดว่าเป็นวัคซีนดีเอ็นเอ (DNA) ผลิตจากพลาสมิด (plasmid) หรือวงของสายดีเอ็นเอนอกโครโมโซม ซึ่งสามารถจะสร้างภูมิคุ้มกันโดยเข้ารหัสผลิตโปรตีนแบบที่อยู่บนหนามของไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้ แต่ที่ผ่านมาวัคซีนดีเอ็นเอสำหรับป้องกันโควิดยังมีประสิทธิภาพต่ำ เนื่องจากอนุภาคพลาสมิดเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้ยาก
ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัตเจอร์สของสหรัฐฯ จึงริเริ่มนำเทคนิคการดูดสุญญากาศที่ผิวหนังมาประยุกต์ใช้กับการฉีดวัคซีนดีเอ็นเอ โดยจะใช้เข็มฉีดยาส่งวัคซีนเข้าใต้ผิวหนังตามวิธีการปกติก่อน แล้วจึงใช้อุปกรณ์ดูดสุญญากาศที่มีปากกว้างราว 6 มิลลิเมตร ครอบลงบนจุดที่มีการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 30 วินาที
ผลการทดสอบกับหนูทดลองพบว่า การยืดขยายผิวหนังและปล่อยให้คลายตัวด้วยเทคนิคดูดสุญญากาศ ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ผิวหนังถูกดึงเข้าด้านในได้มากขึ้น จนทำให้เกิดการรับอนุภาคพลาสมิดในวัคซีนเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น นำไปสู่การสร้างสารภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีได้มากกว่าเดิมถึง 100 เท่า
ดร. เฮ่า หลิน หนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัตเจอร์สบอกว่า เขาได้ทดลองวิธีฉีดวัคซีนแบบใหม่กับตนเองและพบว่า "มันไม่เจ็บเลย อุปกรณ์ดูดสุญญากาศยังไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนผิวหนังด้วย"
"วิธีนี้ใช้เสริมประสิทธิภาพวัคซีนดีเอ็นเอได้ง่ายและมีราคาถูก ซึ่งวัคซีนดีเอ็นเอนั้นเหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนาอย่างยิ่ง เนื่องจากเก็บรักษาไว้ได้นานถึง 1 ปี ในอุณหภูมิห้อง"
แต่เดิมนั้นเทคนิคการครอบแก้วร้อนบนผิวหนังและรอให้เย็นลง จนเกิดสภาพกึ่งสุญญากาศที่ดูดผิวหนังให้ปูดโปนขึ้น นิยมใช้เป็นวิธีบำบัดทางเลือกเพื่อลดความเจ็บปวดและอาการอักเสบ โดยจัดเป็นการแพทย์แผนโบราณที่มีบันทึกไว้ในตำราของจีนและอียิปต์มานานนับพันปี