You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ก้าวไกล-เพื่อไทย ทางร่วมและทางแยก ก่อนโหวตนายกฯ รอบ 2
พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ยกเลิกอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ภายหลังที่ประชุมร่วมนัดแรกของรัฐสภามีมติ “ไม่เห็นชอบ” ให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ก้าวไกล และเพื่อไทย มีกำหนดนัดหารือร่วมกันช่วงเย็นวันนี้ (14 ก.ค.)
หลังจากผลการลงมติของสมาชิกสองสภา เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายพิธาได้เสียงเห็นชอบ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง และงดออกเสียง 199 เสียง ทำให้นายพิธาขาดเสียงสนับสนุนไป 51 เสียง พรรค ก.ก. ยัง “ไม่ยอมแพ้” เดินหน้าผลักดันให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลสนับสนุนการเสนอชื่อนายพิธาในการโหวตนายกฯ รอบที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ค. นี้ พร้อม ๆ กับพยายามพลิมเกมในสภา ด้วยการเดินหน้า “ปิดสวิตช์ ส.ว.”
ส่วนท่าทีของ พ.ท. แกนนำพรรคอย่าง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ชี้ว่าต้องให้ความสนใจกับกระแสข่าวการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชิงตำแหน่งนายกฯ เพราะอีกขั้ว “สามารถอ้างความชอบธรรม” จากการที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
ก้าวไกล ดันพิธาโหวตนายกฯ ต่อ พร้อมเดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว.
ส.ส. พรรค ก.ก. ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกฯ หรือที่รู้จักในชื่อ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว บ่ายวันนี้
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก. เปิดเผยรายละเอียดเรื่องนี้ในระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 33 โดยบอกว่า การเสนอร่างกฎหมายตัดอำนาจ ส.ว. อาจเป็นหัวข้อที่หยิบมาหารือกับพรรค พท. ด้วยว่าจะเดินแนวทางนี้ คู่ขนานกันไปพร้อมกับการโหวตนายกฯ เพราะเห็นว่า ส.ว. จำนวนมากกระอักกระอ่วนใจ เลยมีคนงดออกเสียงเยอะมาก ไม่มาประชุมเยอะมาก "ก็ปิดสวิตช์ ส.ว. ไปเลยหรือไม่ จะได้สบายใจทุกฝ่าย"
ส่วนแนวทางการเสนอชื่อนายพิธา ในการประชุมร่วมของรัฐสภาจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง นายชัยธวัช กล่าวว่า จะมีคำตอบในวันนี้ หลังการหารือร่วมกับเพื่อไทย แต่ "คงบอกเป๊ะ ๆ อย่างนั้นไม่ได้"
เลขาธิการพรรค ก.ก. ยังกล่าวด้วยว่า การเสนอชื่อนายพิธา 3-5 ครั้ง หรือการเปลี่ยนให้เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อยู่ในฉากทัศน์ที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว หาก 2 พรรคใหญ่ รวมทั้ง 8 พรรคยังจับมือกันแน่น แต่ก็ต้องคู่ไปกับการเสนอแก้กฎหมายตัดอำนาจ ส.ว. ด้วย ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
"ถ้า 8 พรรค แพ็กกันแน่น และ ส.ว. กับฝ่ายรัฐบาลเดิมก็ยังแพ็กกันแน่น ทำคู่ขนานกันไป (ตัดอำนาจ ส.ว.) ก็อาจจะเป็นโซลูชั่น (ทางออก) ที่ดี" นายชัยธวัชกล่าว และบอกด้วยว่า "ปฏิกิริยาหลายฝ่ายหลังทราบผลยังพอมีสัญญาณบวกว่าขอให้เดินหน้าต่อไป รอดูผลโหวตต่อไปของ ส.ว. ในครั้งต่อไปก่อน"
มีความเห็นจาก พท. เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวนี้ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ชี้ว่าการแก้ไข ม.272 อาจทำให้ ส.ว. "ตั้งกำแพงสูงขึ้น" และการแก้ไขคงไม่ได้ง่ายตามที่คิดไว้ เพราะต้องใช้เสียงในรัฐสภากว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นเสียง ส.ว. 84 เสียง
เพื่อไทย “ต้องให้ความสนใจ” ข่าวเสนอชื่อประวิตรแข่งพิธา
ในการให้สัมภาษณ์ต่อรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ นายชัยธวัช เลขาธิการพรรค ก.ก. เปิดเผยด้วยว่า มีความเคลื่อนไหวที่เห็นชัดเจนจากขั้วอำนาจเก่าหรือฝ่ายรัฐบาลเดิมในการ "พลิกขั้วรัฐบาล" แต่สมการในทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ยังไม่แน่ชัด
เขาระบุว่า "หลายแหล่งข่าว" บอกตรงกันว่าถึงขั้นมีการประกาศต่อ ส.ว. ว่าตัวเองหรือฝ่ายรัฐบาลเดิมจะเป็นรัฐบาล "ขอให้งดออกเสียงหรือขอให้ไม่มาประชุมเลยก็ได้ และสั่งให้ป่วยก็มี"
"มีธงการเมืองชัดเจนมาก ว่าต้องการพลิกขั้วรัฐบาล ผลการโหวตเมื่อวานก็เป็นผลจากการเคลื่อนไหวกดดันรุนแรงมากในรอบ 4-5 วันที่ผ่านมา" นายชัยธวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรค ก.ก. ยังไม่ได้พูดถึงความเป็นไปได้ในการดึงพรรคการเมืองอื่น ๆ มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มเติม โดย ก.ก. แสดงออกชัดเจนว่า 312 เสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพแล้ว หรือถึงแม้จะดึงพรรคอื่น ๆ มาเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้พร้อมใจกันโหวตคว่ำชื่อนายพิธา
ภายหลังปิดโหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรกด้วยความพ่ายแพ้ของหัวหน้าพรรค ก.ก. ได้ปรากฏกระแสข่าวการเดินเกมเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. ขึ้นมาแข่งกับนายพิธา ในการโหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 2 นพ.ชลน่านไม่ปฏิเสธข่าวนี้ และบอกด้วยว่า "ทำให้ต้องคิด" และ "ให้ความสนใจพอสมควร" เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพของอีกขั้วที่จะทำได้
เขากล่าวว่า พรรคการเมืองอีกขั้วสามารถอ้างความชอบธรรมว่า 8 พรรคร่วมไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น และอาจเกิดกรณีเสียงข้างน้อย รวมกับ ส.ว. อีก 250 คน ก็มีเสียงที่จะเกิน 376 ได้
นั่นหมายความว่า เสียงของ ส.ว. ที่ไม่เห็นชอบ/งดออกเสียง และโดดประชุม อาจพลิกกลับมาลงคะแนนให้อีกขั้วการเมือง จนมีเสียงสนับสนุนเพียงพอต่อการเป็นนายกฯ
สำหรับ 10 พรรคการเมืองมีเสียง ส.ส. รวมกัน 188 เสียง ในจำนวนนี้มี 148 คนที่โหวตสวนนายพิธา และอีก 40 คนลงมติ “งดออกเสียง” ขณะที่ ส.ว. ลงมติไม่เห็นชอบนายพิธา 34 คน และงดออกเสียง 159 คน
อย่างไรก็ตาม นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเรื่องยากจะประเมินว่าการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญระหว่าง 8 พรรคร่วมคือ จะทำอย่างไรไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น โดยจะปรึกษาหารือกันก่อนว่าจะมีวิธีการจัดการอย่างไร พร้อมกับย้ำว่า จะนำทุกประเด็นที่เกิดขึ้นในสภาที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่ได้เสียงสนับสนุนมาพูดคุยกัน
นอกจากนี้ ในการสัมภาษณ์กับรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ หัวหน้าพรรค พท. ยอมรับด้วยว่า มีการเดินเกมเพื่อให้ พท. ตัดสินใจบางอย่าง และ "เป็นสัญญาณแรงพอสมควร" แม้ดูเหมือนว่า ฝ่ายขั้วรัฐบาลเดิมเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็มีแต้มต่อเพราะใช้ความเห็นสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 13 ก.ค. มาเป็นสารตั้งต้น เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ที่ยาก
"ตอนนี้เพื่อไทยเหมือนอยู่ตรงกลาง ไปซ้ายมากก็โดน ไปขวามากก็โดน ทำยังไงที่จะหาทางออกให้กับก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมให้ดีที่สุด" นพ.ชลน่าน กล่าว
ปมแก้มาตรา 112 ที่ก้าวไกล ไม่ถอย
การอภิปรายและทิศทางการลงคะแนนของสมาชิกสองสภา ที่เน้นหนักไปที่นโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรค ก.ก. เป็นประเด็นที่ หัวหน้าพรรค พท. ยอมรับว่า หากเงื่อนไขยังเป็นเช่นเดิม ผลโหวตที่จะเสนอชื่อพิธาในครั้งหน้าจะไม่แตกต่าง
"ถ้ามุ่งเน้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นเหตุการณ์เดิม สถานการณ์เดิม ผลโหวตก็ไม่แตกต่าง" นพ.ชลน่านกล่าว พร้อมบอกว่า ประเด็นนโยบายมาตรา 112 จะเป็น "ประเด็นหลัก" ในการพูดคุยระหว่าง พท. และ ก.ก. รวมทั้ง 8 พรรคการเมือง ก่อนการโหวตรอบที่สอง
นพ.ชลน่านชี้ว่า หากพูดถึงเฉพาะคุณสมบัติของบุคคลผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็ตรงไปตรงมา แต่ถ้าเอาเหตุผลอื่นมาประกอบ ก็อยู่บนพื้นฐานบนความเชื่อ ความศรัทธา และการคาดการณ์ในสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นแต่ตัดสินไปแล้ว ทำให้การพิจารณาเรื่องนี้ค่อนข้างลำบาก
"ผมเองก็หนักใจพอสมควร ถ้าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่เขาคิดอย่างนี้ แต่พี่น้องประชาชนตัดสินมาอย่างนี้ เจตนารมณ์ของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ไม่สอดคล้องกับความเชื่อความศรัทธาของสมาชิกรัฐสภา ก็เกิดปัญหาขึ้น"
พรรค พท. และอีก 6 พรรคพันธมิตรแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 จึงไม่ยอมให้บรรจุลงในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ในการจัดตั้งรัฐบาลเมื่อ 22 พ.ค. และแม้ถูก ส.ส. “ขั้วอำนาจเดิม” และ ส.ว. รุมถล่มประเด็นนี้ แต่ท่าทีของก้าวไกล ยังคง “ไม่ถอย” ต่อนโยบายแก้ไขมาตรา 112
เลขาธิการพรรคก้าวไกลย้ำว่า เป็นนโยบายที่ใช้ในการรณรงค์การเลือกตั้ง ที่ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชนแล้ว
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาแสดงความเห็นว่า ทิศทางของ ส.ส. และ ส.ว. ในรัฐสภาที่ไม่โหวตให้พิธา เพราะนโยบายมาตรา 112 เป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มนี้ไม่มีทางที่จะกลับมาเห็นชอบให้พิธาเป็นนายกฯ เว้นแต่ มี “ข้อมูลใหม่/สัญญาณใหม่ บังคับให้พวกเขาเปลี่ยนใจ หรือมีมวลชนอันไพศาลออกมาเรียกร้องกดดัน ส.ว. หลายแสนคน”
นายชัยธวัช เลขาธิการพรรค ก.ก. แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า ทั้งสองกรณีเป็นปัจจัยสำคัญ หากจะให้สถานการณ์เปลี่ยนในเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่ง่าย เพราะ "ไม่ชัดเจนว่า สัญญาณใหม่จะเป็นสัญญาณจากใคร ข้อมูลใหม่ คืออะไร เพราะว่า ตอนนี้ก้าวไกลมีแค่ประชาชนอย่างเดียว"