You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จูบอื้อฉาววันแข้งหญิงสเปนคว้าแชมป์โลก เขย่าวงการฟุตบอลสเปนอย่างไร
- Author, เรแดคซิออน
- Role, บีบีซีนิวส์ แผนกภาษามุนโด
- Published
การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิงปี 2023 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน ควรจะเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์และการฉลองชัยชนะ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากแข้งสาวสเปนเอาชนะทีมชาติอังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ออสเตรเลีย กลับกลายเป็นวิกฤตที่ทำให้หลายฝ่ายติดใจและหาทางออกไม่ได้
พฤติกรรมของ หลุยส์ รูเบียเลส ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ที่จูบเข้าที่ริมฝีปากของเจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ หนึ่งในนักฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน ระหว่างพิธีรับเหรียญรางวัล สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนฟุตบอลเป็นอย่างมาก
หลุยส์ รูเบียเลส ยังถูกถ่ายภาพวิดีโอว่าเขาจับของลับของตัวเองระหว่างนั่งอยู่บนที่นั่งโซนวีไอพีหลังจากกรรมการเป่านกหวีดจบเกมด้วย
การจูบปากที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงและพฤติกรรมท่าทางของเขาบนที่นั่งโซนวีไอพี ทำให้วงการฟุตบอลสเปนตกอยู่ในภาวะวิกฤต และผลพวงของเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็อาจไปไกลเกินกว่าจะคาดเดาได้
บีบีซีประมวลคำถามสำคัญเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลสเปนขณะนี้
1. หลุยส์ รูเบียเลส ทำอะไร
ในเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกปี 2023 ซึ่งจัดการแข่งขันที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย หลุยส์ รูเบียเลส ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน วัย 46 ปี รับชมเกมในนัดดังกล่าวบนที่นั่งโซนวีไอพี ซึ่งผลการแข่งขันนัดนี้ แข้งหญิงทีมชาติสเปน เอาชนะทีมชาติอังกฤษไป 1-0
หลังจากเขาได้ยินเสียงนกหวีดจากกรรมการเป่าจบเกม รูเบียเลส ถูกถ่ายภาพได้ว่าเขาได้จับของลับของตัวเองระหว่างการฉลองชัยชนะ ซึ่งขณะนั้น บุคคลที่ยืนอยู่ข้างเขาคือ สมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน และพระราชธิดา อินฟันตาโซฟิอาแห่งสเปน พระชันษา 16 ปี
เหตุการจูบอื้อฉาวเกิดขึ้นระหว่างพิธีมอบถ้วยและเหรียญรางวัล
ระหว่างที่รูเบียเลสแสดงความยินดีกับเจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปนบนเวที เขาใช้มือทั้งสองข้างคว้าศีรษะของเอร์โมโซ ก่อนบรรจงจูบที่ริมฝีปากของเธอ หลังจากเกิดเหตุบนเวที เอร์โมโซโพสต์ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เธอไม่ชอบการกระทำที่รูเบียเลสทำต่อเธอ
หลังจากนั้นรูเบียเลสได้กล่าวขอโทษ แต่มีการแสดงความคิดเห็นจากเปโดร ซานเชซ รักษาการประธานาธิบดีของสเปนที่ชี้ว่า แค่เพียงการขอโทษนั้นไม่พอ นอกจากนี้รักษาการรัฐมนตรีแรงงานของสเปน ยังออกมาประสานเสียงเรียกร้องให้รูเบียเลส ลาออกจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปนด้วย
2. จูบอื้อฉาวที่ก่อวิกฤตลุกลามมากกว่าวงการฟุตบอล
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ฟีฟาประกาศเปิดการสอบสวนทางวินัยต่อกรณีของรูเบียเลส
วันต่อมาสหพันธ์ฟุตบอลสเปนเรียกประชุมนัดพิเศษ ซึ่งมีการคาดหมายว่ารูเบียเลสจะประกาศลาออก แต่เขายืนยันปฏิเสธการลาออกจากตำแหน่ง
รูเบียเลส ยังได้กล่าวคำขอโทษกรณีที่ปรากฏภาพว่าเขาจับของลับของตัวเอง แต่ยืนกรานว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด พร้อมระบุว่า การจูบที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ "เกิดขึ้นร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย อิ่มเอิบ และยินยอมร่วมกัน"
ในวันเดียวกัน เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ ออกมาโต้ว่า การจูบไม่ได้รับความยินยอมจากเธอ และย้ำว่าการจูบดังกล่าวเป็นการกระทำที่เธอไม่ชอบใจ
ด้านรัฐบาลสเปนได้เริ่มดำเนินการตามกฎหมายต่อรูเบียเลสเพื่อที่จะสั่งพักงานเขา ดังที่รัฐมนตรีกระทรวงกีฬากล่าวว่า เขา "ต้องการให้เรื่องนี้เป็นกระแส มีทู (MeToo) ในวงการฟุตบอลสเปน"
เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ฟีฟาได้ประกาศพักงานรูเบียเลสเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการสอบสวนทางวินัย
สหภาพนักฟุตบอลที่ชื่อว่า ฟุตโปร (FUTPRO) ซึ่งเป็นตัวแทนของเจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ ได้ออกแถลงการณ์ที่ลงนามโดยนักฟุตบอล 81 คน ว่าจะไม่ลงเล่นให้กับทีมชาติสเปน หากว่ารูเบียเลส ยังอยู่ในตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน
อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ฟุตบอลสเปนได้ออกมาตั้งคำถามถึงคำให้การและเรื่องเล่าจากฝั่งของเอร์โมโซด้วย และประกาศว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักฟุตบอลที่ออกมาวิจารณ์ประธานสหพันธ์
"สหพันธ์ฟุตบอลสเปนและประธานจะดำเนินการในทุกกรณีเกี่ยวกับคำบอกเล่าที่ไม่เป็นจริงที่ถูกเผยแพร่โดยบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เล่น หรือตัวผู้เล่นเอง" สหพันธ์ฟุตบอลสเปนกล่าว และบอกว่า "เมื่อพิจารณาเนื้อหาของแถลงการณ์จากสหภาพฟุตโปร ทางสหพันธ์ฯ จะเริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อเรื่องนี้"
ด้าน ดิแอซ รักษาการรัฐมนตรีหญิงประจำกระทรวงแรงงานของสเปน กล่าวว่า แนวคิดชายเป็นใหญ่ "ทำงานเป็นระบบ" ในสเปน และแสดงตัวได้อย่างเลวร้ายที่สุดในกรณีการจูบนักฟุตบอลหญิงของรูเบียเลส
ดิแอซ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง เรียกร้องให้สังคมเปลี่ยนทัศนคคิต่อเรื่องนี้ และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเหยื่อที่ถูกคุกคามและโดนกระทำความรุนแรงทางเพศ
"เราได้เห็นด้านที่เลวร้ายที่สุดของสังคมสเปน และโครงสร้างความเป็นชายในประเทศนี้" รัฐมนตรีหญิงกล่าวหลังประชุมกับตัวแทนสหภาพนักฟุตบอล
3. จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้
หลังจากมีการดำเนินการทางกฎหมายและฟีฟาสั่งลงโทษพักงานรูเบียเลส อีกสิ่งที่ยังไม่ปรากฏ คือความเคลื่อนไหวจากสมาชิกของศาลปกครองกีฬาของสเปน อันองค์กรที่เชื่อมโยงกับรัฐบาล ซึ่งต้องติดตามต่อว่าสมาชิกของศาลกีฬาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอิสระด้วยนั้น จะตัดสินใจอย่างไร
หากสมาชิกของศาลกีฬาสเปนดังกล่าวเปิดการสืบสวนต่อกรณีของรูเบียเลส ก็อาจจะนำไปสู่การปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปนได้ในที่สุด
ฟีฟายังมีคำสั่งห้ามรูเบียเลส และสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลสเปนติดต่อกับเอร์โมโซ นักฟุตบอลหญิงวัย 33 ปีด้วย ทั้งนี้ เปโดร โรฆา จังโก มือขวาของรูเบียเลส และรองประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ถูกวางตัวให้บริหารสหพันธ์ฯ ระหว่างที่รูเบียเลสถูกพักงาน
แถลงการณ์จากสหพันธ์ฟุตบอลสเปนระบุว่า เปโดร โรฆา จังโก จะทำหน้าที่รักษาการประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน พร้อมระบุว่า "รูเบียเลสจะต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองในสถานะที่เหมาะสม เขายังเชื่อมั่นในฟีฟา และย้ำว่าด้วยวิธีนี้ เขาจะได้รับโอกาสในการแก้ต่างเพื่อให้ความจริงปรากฏและความบริสุทธิ์ของเขาจะได้รับการพิสูจน์"
อย่างไรก็ตาม การประกาศของฟีฟาว่าจะลงโทษพักงานรูเบียเลสได้รับการตอบรับเชิงบวกจากผู้คนในแวดวงกีฬา แต่บางส่วนตั้งคำถามถึงความเงียบและการไม่แสดงความเห็นใด ๆ จากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟา ซึ่งรูเบียเลสดำรงตำแหน่งรองประธาน
"ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้วรูเบียเลสจะถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน แต่ก็มีโอกาสว่าเขาจะยังนั่งเป็นคณะกรรมการบริหารของยูฟาอยู่ จนกว่าจะหมดวาระในปี 2027" ไซมอน สโตน ผู้สื่อข่าวกีฬาของบีบีซีระบุ
"ยูฟาไม่ออกมาแสดงความเห็นในทางสาธารณะใด ๆ ต่อเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่จากการพูดคุยกับคนในยูฟา บางคนบอกว่าเหลือเชื่อมากที่รูเบียเลสไม่ลาออก"
ด้านยูฟาชี้แจงเหตุที่ไม่แสดงท่าทีว่า เป็นเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในการจัดการแข่งขันของฟีฟา ดังนั้น องค์กรฟุตบอลยุโรปเห็นว่าเป็นการถูกต้องแล้วที่ฟีฟาจะเป็นองค์กรที่นำการสอบสวนเรื่องนี้
อีกด้าน ทีมผู้ฝึกสอนของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปนบางคนได้ประกาศลาออก พร้อมตัดขาดกับ จอร์จ วิลดา โค้ชของทีม ขณะที่วงการกีฬาชนิดอื่น ๆ ต่างส่งสารให้กำลังใจต่อเจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ
จอร์จ วิลดา โค้ชของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน แสดงความเสียใจต่อ "พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม" ของประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ก่อนหน้านี้ วิลดา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลมีเดีย เนื่องจากได้แสดงจุดยืนเคียงข้างรูเบียเลสในช่วงแรก แต่หลังจากที่ฟีฟามีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของรูเบียเลส วิลดาจึงเปลี่ยนจุดยืน
ด้านความเคลื่อนไหวจากครอบครัวของรูเบียเลส มีรายงานว่า แอนเจเลส เบจาร์ มารดาของรูเบียเลส ประกาศอดข้าวเพื่อประท้วงต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยเธอเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "การล่าที่ไม่มีมนุษยธรรม" รายงานข่าวระบุว่า เธอขังตัวเองอยู่ภายในโบสถ์ที่เมืองโมทริล เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลเมดิเตอร์ริเนียนของสเปน บ้านเกิดของรูเบียเลส และให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวอีเอฟอีของสเปนว่า จะอดข้าวประท้วงไปเรื่อย ๆ ทั้งวันทั้งคืน
ครอบครัวของรูเบียเลสยังรวมตัวให้กำลังในเมืองเกิดของเขา โฆษกของครอบครัวระบุว่า พวกเขาทุกข์ทรมานอย่างยิ่งกับรูเบียเลส และบอกว่า เขาถูกตัดสินไปล่วงหน้าแล้วว่ากระทำผิด
"พวกเขา (สื่อ) ไม่หยุดคุกคามพวกเรา พวกเราต้องหนีออกจากบ้าน พวกเราต้องการให้สื่อปล่อยให้เราอยู่ตามลำพังและต้องการให้เจนนี (เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ) บอกความจริง มันไม่ยุติธรรมเลย"
วิกฤตครั้งนี้กำลังกลบความสำเร็จและความยินดีของการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิงของสเปนถ้วยแรก และยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีบทสรุปอย่างไร