พรรณิการ์ เผย สน. พญาไท ยอมเพิกถอนเอกสารขอยกเลิกพาสปอร์ต 3 แกนนำคณะก้าวหน้าแล้ว

น.ส. พรรณิการ์ วานิช

ที่มาของภาพ, คณะก้าวหน้า

คำบรรยายภาพ, น.ส. พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116
Published

น.ส. พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางเข้าพบผู้กำกับ สน.พญาไท เพื่อขอให้เพิกถอนเอกสารที่ตำรวจส่งไป ยังกรมการกงสุลให้ยกเลิกหรือยับยั้งการออกหนังสือเดินทางของเธอ รวมทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ประธานและเลขาธิการคณะก้าวหน้า จากการเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

ความเคลื่อนไหวของ น.ส.พรรณิการ์ในวันนี้ (21 เม.ย.) มีขึ้นหลังจากที่เธอเดินทางไปทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน ห้างสรรพสินค้า MBK เมื่อวานนี้ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเธอไม่สามารถทำพาสปอร์ตได้ และให้สอบถามไปยังฝ่ายตรวจสอบประวัติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลชี้แจงกับเธอว่า เหตุที่ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้เป็นเพราะ สน.พญาไท มีหนังสือ ที่ ตช 0015 (บก.น.1)4/478 ลงวันที่ 19 เม.ย. 2564 ลงนามโดย พ.ต.ท. บารมี วงษ์อินตา รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.พญาไท ขอให้เพิกถอนหรือยับยั้งการออกหนังสือเดินทางของนายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส. พรรณิการ์ โดยระบุว่าทั้งสามเป็นผู้ต้องหาอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จึงขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของทั้ง 3 คน

เจ้าหน้าที่แจ้งด้วยว่า กรมการกงสุลจะทำหนังสือสอบถามไปยัง สน.พญาไท ถึงความจำเป็นของคำร้องให้ระงับการออกหนังสือเดินทาง และหาก สน.พญาไท ยกเลิกหนังสือ กรมการกงสุลจึงจะสามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้

กฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการกระทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

สำหรับคดีที่นายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส. พรรณิการ์ ถูกดำเนินคดีที่ สน.พญาไท เป็นคดีที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธอิสสระ ร้องทุกข์กล่าวโทษว่าแกนนำคณะก้าวหน้าทั้งสามกระทำผิดกฎหมายอาญา ตามมาตรา 116 จากการทำงานการเมืองในนามพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอัยการซึ่งนัดฟังคำสั่งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 19 พ.ค. นี้

น.ส. พรรณิการ์ วานิช

ที่มาของภาพ, คณะก้าวหน้า

คำบรรยายภาพ, น.ส. พรรณิการ์ทราบว่าเธอถูกระงับการทำพาสปอร์ต หลังจากพาสปอร์ตเล่มเก่าหมดอายุ จึงได้ไปขอทำเล่มใหม่ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถออกเล่มใหม่ให้ได้

น.ส. พรรณิการ์ให้ข้อมูลว่า ช่วงที่ผ่านมา นายธนาธรและนายปิยบุตรยังสามารถใช้หนังสือเดินทางเล่มเดิมเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่กรณีของเธอ หนังสือเดินทางหมดอายุ จึงต้องไปทำใหม่ แต่ไม่สามารถทำได้

โดยในวันนี้ น.ส.พรรณิการ์ได้เข้าพบและยื่นหนังสือชี้แจงต่อผู้กำกับ สน. พญาไทระบุว่า เธอมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักในสังคม ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และมีความจำเป็นที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศ จึงจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาเพิกถอนเอกสารว่าด้วยการยับยั้งการออกหนังสือเดินทางที่ส่งไปถึงกรมการกงสุลก่อนหน้านี้

ผลการหารือ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผู้กำกับ สน.พญาไท แจ้งว่าจะดำเนินการยกเลิกคำขอดังกล่าวและนำส่งไปยังกรมการกงสุลภายในวันนี้ และคาดว่าจะสามารถดำเนินการต่อพาสปอร์ตได้ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือเดินทางให้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอธิบดีกรมการกงสุล

น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่าผู้กำกับ สน.พญาไทชี้แจงว่า คำขอระงับการออกหนังสือเดินทางเป็น "มาตรฐานการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีความมั่นคง" โดยเฉพาะคดีเกี่ยวข้องกับ ม.112 ว่าด้วยการหมิ่นสถาบันกษัตริย์และ ม.116 ว่าด้วยการยุยงปลุกปั่น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า หากผู้ต้องหาหลบหนีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดีจะบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม หนังสือของตำรวจเป็นเพียงการขอความร่วมมือไปยังกรมกงสุลเท่านั้น เป็นดุลยพินิจของอธิบดีกรมการกงสุลว่าจะดำเนินการตามคำขอของตำรวจหรือไม่

การเปิดตัวคณะก้าวหน้าต้องปรับรูปแบบเป็นการชี้แจงผ่านแฟนเพจขององค์กรซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4.7 หมื่นรายหลังเปิดตัวได้เพียงวันเดียว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

ที่มาของภาพ, กองโฆษก คณะก้าวหน้า

คำบรรยายภาพ, 3 แกนนำคณะก้าวหน้าที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษว่ากระทำผิดกฎหมายอาญา ตาม ม. 116

ตั้งข้อสังเกตยกเลิกพาสปอร์ตเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

น.ส. พรรณิการ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าพบผู้กำกับ สน. พญาไทว่า ปัจจุบันมีนักการเมืองและนักกิจกรรมถูกดำเนินคดีด้านความมั่นคงเพิ่มขึ้น และมีหลายคนต้องเผชิญกับการถูกจำกัดสิทธิในการเดินทางและทำหนังสือเดินทางเช่นเดียวกับเธอ

"ระหว่างปี 2563-2565 มีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 300 ราย ในขณะที่มีคดีเกี่ยวกับความมั่นคงอีกกว่า 1,800 ราย ถามว่าคนที่โดนคดีการเมืองเหล่านี้ ถ้าเกิดว่าเพียงมีใครไปแจ้งความเอาไว้จะโดนเพิกถอนพาสปอร์ตเลยหรือไม่ แล้วสิทธิเสรีภาพการเดินทาง สิทธิเสรีภาพของบุคคลเหล่านี้อยู่ที่ไหน"

เธอยกตัวอย่างเมื่อปีที่แล้ว ที่ปรากฏเป็นข่าว มีนักกิจกรรมทางการเมือง 11 คน โดยเพิกถอนพาสปอร์ต โดย สน. สำราญราษฎร์ เป็นผู้ขอเพิกถอนพาสปอร์ต หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ "ฮอคกี้" แร็ปเปอร์ชื่อดังที่มีผลงานเป็นที่รู้จักจากเพลง "ประเทศกูมี" ภายใต้กลุ่มศิลปินแร็ปชื่อ Rap Against Dictatorship ทั้ง ๆ ที่คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุดในศาลยุติธรรม

น.ส. พรรณิการ์เห็นว่าการเพิกถอนพาสปอร์ตถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม และตั้งคำถามว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือไม่