ตร.แจงเหตุขอยกเลิกพาสปอร์ตนักกิจกรรม หลังมีเอกสารหลุดจาก สน.สำราญราษฎร์ถึงกรมการกงสุล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ชี้แจงกรณี "เอกสารหลุด" ซึ่งเป็นจดหมายจากตำรวจถึงอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องขอให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาที่มีรายชื่อปรากฏในจดหมายฉบับนี้ออกมาถามหาคำอธิบายและเรียกร้องความเป็นธรรม
เอกสารหลุดดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกโดยนายเดชาธร บำรุงเมืองหรือ "ฮอกกี้" แร็ปเปอร์หนุ่มจากกลุ่ม Rap Against Dictatorship ซึ่งมีชื่อเสียงจากเพลง "ประเทศกูมี" และอีกหลายเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านเผด็จการ
นายเดชาธรเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่าจดหมายฉบับนี้ลงนามโดย พ.ต.อ. ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก. สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2564 สรุปใจความสำคัญได้ว่าตำรวจขอให้กรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทางหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทางขอผู้ต้องคดีความมั่นคงจำนวน 11 คน จากการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากตำรวจได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จึงเป็นที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี
เนื้อที่ปรากฏในจดหมายทำให้นายเดชาธรเข้าใจว่าหนังสือเดินทางของเขาถูกยกเลิกไปแล้ว ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ขณะที่ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ต้องหาในจดหมายดังกล่าวด้วยโพสต์ภาพจดหมายและข้อความทางทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ว่า "ชีวิตนักศึกษาปี 4 ที่กำลังจะเรียนจบและวางแผนทำนั่นทำนี่เยอะมาก เมื่อคืนรู้มาว่าโดนยกเลิกพาสปอร์ตจากคดีทางการเมือง ออกนอกประเทศไม่ได้แล้ว ชีวิตโคตรพัง"
เปิด "เอกสารหลุด" ขอยกเลิกพาสปอร์ต 11 ผู้ต้องหา

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
จดหมายฉบับนี้ ซึ่งบีบีซีไทยได้รับคำยืนยันจาก พ.ต.อ.ทศพลว่าเขาเป็นผู้ลงนามในเอกสารดังกล่าวจริง ระบุว่าผู้ต้องหา 11 คนนี้ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายใต้ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ระบุเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาถูกดำเนินคดี
จดหมายระบุว่าก่อนหน้านี้ สน.สำราญราษฎร์ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการกงสุลขอให้พิจารณายกเลิกหนังสือเดินทาง และ/หรือ ยับยั้งคำขอหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงทั้ง 11 คน ซึ่งกรมการกงสุลได้มีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2564 ว่าได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาที่ 2 แล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 หนังสือเดินทางหมดอายุ และผู้ต้องหาที่ 6,8 และ 10 ไม่มีหนังสือเดินทางจึงไม่เข้าข่ายที่จะยกเลิก
นอกจากนี้กรมการกงสุลได้ขอให้ตำรวจให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหาที่เหลือ ได้แก่ นายเดชาธร น.ส.จุฑาทิพย์ นายกรกช แสงเย็นพันธ์ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก นายบารมี ชัยรัตน์ และนายภาณุมาศ สิงห์พรม มีพฤติการณ์จะหลบหนีไปต่างประเทศอย่างไรและสถานะล่าสุดทางคดีเป็นอย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณาตามคำขอ
พ.ต.อ.ทศพลจึงได้ทำจดหมายฉบับนี้เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่กรมการกงสุลว่า พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว และอัยการกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อสั่งคดี ดังนั้น "บุคคลดังกล่าวจึงยังเป็นที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินดคี"
บีบีซีไทยติดต่อนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอคำอธิบายในเรื่องนี้ และได้รับคำตอบว่าอธิบดีกรมการกงสุลยังไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ และข้อมูลการทำหนังสือเดินทางเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถเปิดเผยได้
เสียงจากผู้ต้องหา
นายเดชาธรบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาและทนายความไม่เคยรู้เรื่องการขอยกเลิกหนังสือเดินมาก่อน และขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าหนังสือเดินทางของเขาถูกยกเลิกแล้วหรือไม่ เขายืนยันด้วยว่าไม่เคยคิดหลบหนีและไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกและตามนัดทุกครั้ง
"ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไปขึ้นศาลตามนัดหมายมาโดยตลอด...ทนายก็ยืนยันว่าไม่เคยได้รับแจ้งจากตำรวจว่าคนที่โดนคดีเหล่านี้จะถูกตัดสิทธิ์ในการขอหนังสือเดินทาง...งงเหมือนกันว่าคดีที่ยังไม่ได้ตัดสิน จะมีผลถึงขั้นถูกระงับพาสปอร์ตเลยหรือ" นายเดชาธรกล่าว และให้ข้อมูลว่าหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันของเขาเพิ่งหมดอายุไปเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ยังไม่แน่ใจว่าสามารถทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แสดงว่าโดน" ศิลปินหนุ่มกล่าว
ล่าสุด นายเดชาธรเดินทางไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานหนังสือเดินทาง ศรีนครินทร์เมื่อวันที่ 25 พ.ย. และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้เพราะเขามีสถานะเป็น "บุคคลเฝ้าระวัง"
นายเดชาธรบอกกับบีบีซีไทยว่า หลังจากนี้เขาจะปรึกษาทนายและขอให้กรมการกงสุลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรถึงเหตุผลที่ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้ เพื่อนำเอกสารนี้ไปแสดงต่อศาลให้พิจารณาว่ามีเหตุสมควรที่จะระงับการออกหนังสือเดินทางให้เขาหรือไม่
นอกจากรู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิแล้ว นายเดชาธรบอกว่าการถูกระงับหนังสือเดินทางจริงจะกระทบกับการทำงานมาก เพราะในฐานะศิลปินเขาจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน อีกทั้งยังกระทบต่อชีวิตส่วนตัวเพราะเขามักพาครอบครัวไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
แร็ปเปอร์ที่ออกมาร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยกับกลุ่มนิสิตนักศึกษาบอกกับบีบีซีไทยว่าเขา "ไม่เคยคิดจะขอลี้ภัยไปต่างประเทศหรือหลบหนีคดี"
"แค่กังวลเรื่องของการเดินทางเพราะปกติจะวางแผนไปต่างประเทศกับครอบครัวทุกปีอยู่แล้ว และงานของผมก็ต้องมีเดินทางไปต่างประเทศบ่อย เพื่ออบรมหรือท่องเที่ยว ก็เลยกลัวว่าจะเสียโอกาส" นายเดชาธรกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตำรวจระบุเป็นไปตามหลักกฎหมาย
บีบีซีไทยเดินทางไปพบ พ.ต.อ. ทศพล ที่ สน.สำราญราษฎร์ พร้อมกับนำจดหมายที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียให้ดู ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเอกสารจาก สน. จริง และชี้แจงว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามหลักการทางกฎหมาย กล่าวคือ ในกรณีที่ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาร้ายแรง พนักงานสอบสวนสามารถยื่นขอให้กรมการกงสุลพิจารณาเพิกถอนหรือระงับหนังสือเดินทางได้
"กรณีนี้ความผิดตาม (ประมวลกฎหมายอาญา) มาตรา 116 เป็นคดีที่มีความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร เคสนี้ก็เข้าข่ายคดีอาญาเรื่องความมั่นคง" พ.ต.อ. ทศพลกล่าว
เขาอธิบายต่อว่าช่วงเวลาที่ยื่นจดหมายถึงกรมการกงสุลคือวันที่ 16 มิ.ย. นั้น คดียังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนในชั้นอัยการ อีกทั้งผู้ต้องหาบางส่วนถูกจับกุมตามหมายจับ แต่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตำรวจจึงจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อกรมการกงสุลให้ระงับการใช้และการออกหนังสือเดินทางชั่วคราว เพราะหากอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาล ก็จะต้องนำตัวผู้ต้องหาไปฟ้องต่อศาล ถ้าผู้ต้องหาไม่อยู่จะยื่นฟ้องไม่ได้
พ.ต.อ.ทศพลชี้แจงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า ล่าสุดอัยการได้มีคำสั่งฟ้องและตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวและศาลอนุญาต
เขาเปิดเผยว่าหลังจากได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาคนหนึ่งในคดีนี้มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อไปทำหนังสือเดินทางกลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากกรมการกงสุลยังมีคำสั่งยับยั้งการออกหนังสือเดินทางตามที่ตำรวจยื่นคำร้องไป กรมการกงสุลจึงได้สอบถามมายัง สน.สำราญราษฎร์ว่าบุคคลดังกล่าวมีหมายจับหรือไม่ มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศหรือไม่ และสมควรออกหนังสือเดินทางให้หรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
พ.ต.ท.ทศพลจึงมีหนังสือตอบกลับไปว่าบุคคลดังกล่าวได้รับการประกันตัว และศาลไม่มีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร จึงเห็นควรให้กองการกงสุลออกหนังสือเดินทางให้ได้
เขาสรุปว่าแม้จะมีการระงับหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวนของตำรวจ แต่เมื่อคดีเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว ก็เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศหรือต้องมารายงานตัวต่อศาลเมื่อใด
"ผู้ต้องหาบางคนไม่เข้าใจ หาว่าเราไปลิดรอนสิทธิของเขาหรือกลั่นแกล้งเขา จริง ๆ แล้วเราไม่ได้อยากไปลิดรอนสิทธิของเขา เราแค่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งถ้ากรมการกงสุลสอบถามมา เราตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ติดเงื่อนไขใด ๆ หรือเราไม่ต้องการตัวเขาแล้ว เราก็บอกไปว่าเห็นควรให้ออกหนังสือเดินทางได้ แต่จะออกให้หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของกรมการกงสุล เรามีหน้าที่ชี้แจงตามแง่กฎหมายเท่านั้น" ผกก. สน.สำราญราษฎร์กล่าว




























