ดีเอสไอแถลงคดี Forex เผยเส้นเงินโยง ภาวุธ สส.ปชน. และฟิล์ม รัฐภูมิ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix - Pawoot Pongvitayapanu/Facebook
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงข่าวเปิดเผยเครือข่ายชักชวนหลอกลงทุนเงินตราต่างประเทศ หรือ ฟอเร็กซ์ (Forex) เชื่อมโยงนักการเมือง นักแสดง และบริษัทเอกชนหลายราย
หนึ่งในผู้ที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมาว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้ คือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เป็น แนวหน้าของฝ่ายค้านที่ออกมาวิจารณ์ตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี โดยมีการเปิดเผยชื่อเขาตามรายงานข่าวตามสำนักต่าง ๆ ก่อนหน้ากำหนดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของดีเอสไอ
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้อง-นักแสดง ที่ถูกเปิดเผยชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นผู้เปิดหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ให้ผู้เสียหายมาลงทุน
บีบีซีไทยประมวลรายละเอียดการแถลงข่าวของดีเอสไอ และคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มที่ดีเอสไอเปิดข้อมูล
ผู้แถลงข่าวในวันนี้ (19 มิ.ย.) ประกอบด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.)
ผู้แทนจากดีเอสไอเปิดเผยว่าคดีนี้มีการสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลาร่วม 6 เดือน โดยขยายผลมาจากการสอบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ จนพบความเชื่อมโยงกับอีกกลุ่มที่เป็นการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ ฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
จากการสอบสวนขยายผลต่อในเรื่องนี้ ดีเอสไอระบุว่าพบผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มโบรกเกอร์: ผู้เปิดหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ให้ผู้เสียหายมาลงทุน โดยเบื้องต้นพบว่ามี 4 บริษัท
- กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB): ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ สอนการลงทุน จากนั้นก็ชักชวนให้มาลงทุนกับโบรกเกอร์
- กลุ่มเพย์เมนต์: บริษัทหรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้กระแสเงินจากโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไหลผ่านระบบ
ดีเอสไอได้ตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญาทั้งหมด 24 จุด ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นสถานที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องใน 3 กลุ่มข้างต้นและบุคคลอีก 9 ราย รวมพบเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ดังนี้
- รถรวม 15 คัน ประกอบด้วยรถหรู 5 คัน และรถยนต์ – รถจักรยานยนต์อื่น ๆ
- เงินสด 65 ล้านบาท
- ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณประมาณ 50 บาท
- เครื่องประดับทองคำ เครื่องประดับเพชร
- กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ
- นาฬิกา 113 เรือน
- เงินแท่ง 12 กิโลกรัม
- เงินต่างประเทศสกุลต่าง ๆ ประมาณ 6 แสนบาท
- อาวุธปืน 3 กระบอกและเครื่องกระสุนปืน
- คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง
- แท็ปเล็ต 2 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง
- อุปกรณ์จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล (Hardware Wallet) 4 ชิ้น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ดีเอสไอยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่คาดการณ์มีผู้เสียหาย 500 ราย ซึ่งบางส่วนได้เข้ามาร้องทุกข์แล้ว ขณะที่ฝ่ายตำรวจไซเบอร์ระบุว่าในฐานข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจพบมีผู้เสียหายแจ้งความในระบบ 65 เคสไอดี โดยมีกลุ่มบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องประมาณ 1,000 บัญชี ความเสียหายรวมประมาณ 100 ล้านบาท
เมื่อรวมข้อมูลทั้งสองหน่วยงาน อธิบดีดีเอสไอ ระบุในการแถลงข่าววันนี้ว่า ประเมินว่ายอดความเสียหายจริงจะอยู่ที่หลักหลายพันล้านบาท โดยดีเอสไอได้อายัดบัญชีผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 77 รายแล้ว แบ่งเป็นนิติบุคคล 20 บริษัท และบัญชีของบุคคลต่าง ๆ อีก 57 ราย โดยแต่ละรายอาจมีหลายบัญชีซึ่งพนักงานสอบสวนได้ระงับการทำธุรกรรมทั้งหมด
ดีเอสไอเผยเส้นเงิน 28 ล้านโยง ภาวุธ สส.ปชน.
ในการแถลงข่าว ร.ต.อ.เขมชาติ ระบุถึงเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ พบว่าเงินจากผู้เสียหายได้ผ่านระบบการชำระเงินหรือระบบเพย์เมนต์ (Payment) เข้าไปสู่บริษัทอื่น ๆ หลายทอด โดยบางบริษัทมีการจดทะเบียนนิติบุคคล แต่เมื่อดีเอสไอไปตรวจสอบที่ตั้งตามที่มีการจดทะเบียน พบว่าไม่ได้มีสภาพเป็นบริษัท
ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวถึงบริษัทเอแอลพีเอฟเอ็กซ์ (ALPFX) ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่ามีสภาพที่ตั้งเป็นทาวเฮาส์ ที่ไม่พบว่ามีการประกอบการธุรกิจตามที่จดทะเบียนไว้จริง นอกจากนี้คณะสอบสวนยังพบว่าเคยมีการแจ้งเตือนเฝ้าระวังในเพจประเทศอังกฤษเกี่ยวกับบริษัทนี้ ที่บ่งชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายบางอย่าง
ระหว่างการแถลงข่าว ดีเอสไอเปิดเผยแผนผังเชื่อมโยงว่าบริษัทเอแอลพีเอฟเอ็กซ์ (ALPFX) มีความ "เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง" กับบริษัทสปาร์ค ดิจิทัล ซึ่งบริษัทสปาร์ค ดิจิทัล เคยโอนเงินไปยังบัญชีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ครั้งละ 2 ล้านบาท 14 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 28 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ค. 2567 จึงเป็นสาเหตุที่ดีเอสไอต้องเข้าไปตรวจสอบ
"ถามว่าคนรับเงินจากบริษัทใด ๆ ก็แล้วแต่ ถ้าเป็นกรรมการหรือเป็นหุ้นส่วน หรือการรับเงินเดือนตามปกติ ก็จะเป็นรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการที่ยอดเงินที่ตัดไป เช่น ผ่านบริษัทแล้วผ่านเข้าตัวบุคคล เพียงไม่กี่วินาที จำนวนหลายครั้ง ตรงนี้เราถึงต้องเข้าไปตรวจสอบแล้วก็รอคำชี้แจง ว่าเงินที่เข้าไปจำนวนหลายล้านบาท มีการเข้าบัญชีส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับในบริษัทอย่างไร" ร.ต.อ.เขมชาติ ระบุในการแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อย่างไรก็ดี เขาเน้นย้ำในอีกช่วงก่อนหน้าของการแถลงข่าวด้วยว่า "ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านที่มีการกล่าวถึงเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว หรือว่าเป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าทางกองคดีเทคโนโลยีเรามีความจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากเส้นทางมีความเกี่ยวข้องกับบุคคล"
ดีเอสไอระบุด้วยว่า ด้วยนายภาวุธ เป็น สส. ที่ยังอยู่ในสมัยประชุม มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำให้ดีเอสไอยังไม่สามารถเรียกมาให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ แต่เตรียมจะทำหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลหลังปิดสมัยประชุม อย่างไรก็ดี พ.ต.ต.ยุทธนา อธิบดีดีเอสไอ ระบุในการแถลงข่าวช่วงหนึ่งว่า "ถ้าท่านสละสิทธิ์ในการคุ้มครองเราก็ยินดี และ [จะ] ให้ความเป็นธรรม"
ฟิล์ม-รัฐภูมิ ถูกโยงเกี่ยวบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์
อีกคนที่ถูกเปิดเผยชื่อในการแถลงข่าวของดีเอสไอว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้คือนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักร้อง-นักแสดง ซึ่งดีเอสไอระบุว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่มโบรกเกอร์
"มีความเกี่ยวข้องกับดารานักแสดงบางท่านด้วย ซึ่งเป็นท่านที่เคยขับเคลื่อนในบริษัท เป็นบริษัท อีเธอร์เวลธ์ (Eterwealth) ซึ่งเชื่อมโยงกับการที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน" ร.ต.อ.เขมชาติ ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของดีเอสไอ ระบุในช่วงแรกของการแถลงข่าว
ร.ต.อ.เขมชาติ ขยายความในเวลาต่อมาว่ากรณีความเชื่อมโยงกับนักแสดงคนนี้ เริ่มจากมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องในกลุ่มโบรกเกอร์ ได้แก่บริษัทที่ชื่อ คิวอาร์เอช (QRS) และเอชเอฟเอ็ม (HFM) ซึ่งบริษัทเอชเอฟเอ็มมีความเชื่อมโยงอยู่ในกลุ่มบริษัทอีเธอร์เวลธ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับฟิล์ม รัฐภูมิ
"อีเธอร์เวลธ์ก็คือเชื่อมโยงกับดารานักแสดง ซึ่งมีการสนับสนุน ให้คำปรึกษา รวมถึงประกอบธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับเอชเอฟเอ็ม ตรงนี้ก็เลยนำไปสู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ก็ขอเรียนอีกครั้งว่าตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ต้องหา เพียงแต่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ซึ่งก็พร้อมในการรับฟังคำชี้แจงทุกประเด็น" ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าว
ดีเอสไอระบุว่าหลังจากนี้จะทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ถ้อยคำ รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลต่าง ๆ ที่ถูกอายัดบัญชีเข้ามาชี้แจงว่าข้อมูลการเงินที่เข้าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่อย่างไร
"เราเริ่มเรื่องก่อนหน้านี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ตรงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายกับบุคคลใด ๆ ในประเด็นเรื่องการเมืองก็ขอยืนยันว่าไม่มีนะครับ เรารู้ว่าพยานหลักฐานไปถึงใคร เราก็จะเรียกมาสืบสวนสอบสวนเราก็ให้ความเป็นธรรม" พ.ต.ต.ยุทธนา อธิบดีดีเอสไอ กล่าวระหว่างการแถลงข่าว
ฟิล์ม รัฐภูมิ - ภาวุธ ปชน. ชี้แจงอย่างไร
ชื่อของนายภาวุธและนายรัฐภูมิ ถูกเปิดเผยออกมาตั้งแต่ก่อนดีเอสไอจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยพรรคประชาชนระบุกับสื่อเมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) อ้างอิงคำพูดของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคว่า ขอรอให้มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการจากดีเอสไอก่อน เพราะ "การกระทำในลักษณะโยนหินถามทางและเดารายชื่อว่าเป็นบุคคลใดนั้น ถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา"
อย่างไรก็ดี โฆษกพรรคประชาชนยืนยันว่า หากพบว่ามี สส. ของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในระดับใด "ต้องมีคำชี้แจงต่อสาธารณะอย่างแน่นอน"
ขณะที่นายภาวุธ ก่อนหน้าการแถลงข่าวของดีเอสไอ ไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาชี้แจงเรื่องนี้ในช่องทางสาธารณะ มีเพียงการอ้างอิงของสำนักข่าวบางสำนัก เช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่ระบุว่าผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปเมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) โดยนายภาวุธกล่าวตอบเพียงสั้น ๆ ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟอเร็กซ์ และขอ "รอดูหมาย" ก่อนจะออกมาให้ความเห็นใด ๆ
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.13 น. ของวันนี้ (19 มิ.ย.) นายภาวุธได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ก่อนเข้ามาทำงานการเมืองเขาเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์ ระบบชำระเงินออนไลน์ เป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Provider) และเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งมีลูกค้าทั้งที่เป็นบริษัทในประเทศและบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่เขาได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัวแล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับบริษัทที่ถูกอ้างถึงในการแถลงข่าวของดีเอสไอได้ เนื่องจากเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว
เขายังชี้แจงกรณีเงิน 28 ล้านบาทที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตนเอง น่าจะมาจากการที่เขาได้เปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบการแลกเปลี่ยนทองคำ (Gold Trading) กับผู้ให้บริการผ่านตัวเเทน (Broker) เมื่อสามปีก่อน ซึ่งเขาเน้นย้ำว่าเป็นลักษณะการลงทุนที่เหมือนการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่คนทั่วไปจำนวนมากลงทุนกัน โดยเมื่อได้ฝากเงินเข้าไปและทำการซื้อขาย จึงมีการฝากและถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุดก็ "ขาดทุน และหยุดการลงทุนไปนานแล้ว"
อย่างไรก็ดี นายภาวุธระบุต่อไปว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำนวนเงิน 28 ล้านบาทที่ดีเอสไอกล่าวถึงนั้นมาจากช่วงเวลาใดและบัญชีใด เนื่องจากได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า ข้อมูลที่ดีเอสไอแถลงอาจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งนายภาวุธระบุว่าพร้อมจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้เพื่อพิสูจน์ความจริงหากดีเอสไอต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม
"ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใด ๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยยืนยันไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. และพร้อมเข้าไปชี้เเจงให้ข้อมูลต่อหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนกับสังคมต่อไป" นายภาวุธ ระบุทิ้งท้าย
ด้านนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ให้สัมภาษณ์กับไนน์เอ็นเตอร์เทน เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเขาเชื่อว่ามีการกลั่นแกล้งทำให้มีชื่อตัวเองถูกดึงไปเชื่อมโยง ซึ่งเขาพร้อมชี้แจงและเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความเป็นธรรม




























