น้ำท่วม 2564: พายุโซนร้อน "ไลออนร็อก" พายุลูกล่าสุดของปีนี้ที่กระทบไทย 10-11 ต.ค.

Published

พายุโซนร้อนที่ชื่อว่า "ไลออนร็อก" อันตั้งจากชื่อยอดเขาในฮ่องกง พายุลูกที่ 17 ของปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาไทย ประกาศถึงการคาดการณ์ว่ากำลังจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค. ส่งผลกระทบทำให้ภาคอีสานตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุเมื่อ 4.00 น. เช้าวันนี้ (10 ต.ค.) ว่าพายุโซนร้อนไลออนร็อกที่อยู่ในบริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 260 กม. ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม.ต่อ ชม. เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 10 กม. ต่อ ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค. นี้ และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับต่อไป

กรมอุตุฯ ระบุว่า ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนมากทางตอนบนของภาค

นอกจากพายุโซนร้อน ไลออนร็อก กรมอุตุฯ ยังประกาศถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ซึ่งทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

พายุโซนร้อนไลออนร็อก เป็นพายุหมายเลข 17 ของปีนี้ นอกจากนี้ยังมีพายุอีกลูก คือ พายุ "คมปาซุ" ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศฟิลิปปินส์ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อไทย ในช่วงกลางเดือน ต.ค. นี้เช่นกัน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือนเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ในประกาศฉบับที่ 22 ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่11-16 ต.ค. นี้ โดยส่วนใหญ่พื้นที่ที่แจ้งประกาศเตือนเป็นพื้นที่ภาคอีสาน

  • เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.สกลนคร และอุบลราชธานี
  • เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำใน 18 จังหวัดภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งในภาคเหนือ (พิษณุโลก ลำปาง สุโขทัย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์) ภาคตะวันออก (ระยอง นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว จันทบุรี และชลบุรี) และภาคใต้บางจังหวัด (กระบี่ ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี)
  • เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำชี ที่มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และแม่น้ำมูล บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี, แม่น้ำน่าน แม่น้ำยม ที่ จ.พิจิตร และลุ่มแม่น้ำพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สระบุรี แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำท่าจีนที่ จ.สุพรรณบุรี และนครปฐม

นอกจากนี้ยังให้เฝ้าระวังแม่น้ำโขง บริเวณ จ.เชียงรายจนถึง จ.อุบลราชธานี มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนพายุอีกลูกที่คาดกว่าจะส่งผลกระทบต่อไทย คือ พายุคมปาซุ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มจะกระทบไทยตั้งแต่วันที่ 13-15 ต.ค.

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา นายสุทัศน์ วีสกุล ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า พายุคมปาซุ ปัจจุบันยังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นและจะเข้าใกล้พายุไลออนร็อก ซึ่งจะมีผลทำให้พายุไลออนร็อกหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ถอยหลังออกจากชายฝั่งประเทศเวียดนาม ในขณะเดียวกันลูกที่ 1 ก็จะปะทะกับความกดอากาศสูงไปด้วย จะทำให้ลูกที่ 1 อ่อนกำลังลง

นายสุทัศน์ พายุทั้ง 2 จะส่งผลกับประเทศไทย ทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง มีร่องมรสุมพาดผ่าน ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคใต้ตอนบน และภาคกลางตอนล่าง มีฝนตกเกิดขึ้นได้ และอีกพื้นที่คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนบนจะมีแนวปะทะกับลมหนาวจะทำให้มีแนวฝนผ่านบริเวณนี้

อย่างไรก็ตามปริมาณฝนจะช่วยเติมในน้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ที่มีน้ำน้อยอยู่ในระยะนี้