You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ฝุ่น PM2.5: ดินแดงวิกฤตสุดวันนี้ คพ. คาดสถานการณ์ฝุ่นมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 17 ธ.ค.
ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประกาศเตือนประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัย และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมไม่ให้มีการเผาในที่โล่งจนถึงวันที่ 17 ธ.ค. หลังปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในเกือบ 60 พื้นที่
คพ.รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (14 ธ.ค.) ว่าจากการตรวจสอบคุณภาพอากาศพบปริมาณฝุ่นละอองสูงในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ 1 พื้นที่ คือ ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ วัดได้สูงถึง 103 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สูงกว่าค่ามาตรฐานคือต้องไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.
นอกจากนี้ยังพบว่าในอีก 57 พื้นที่มีค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี คพ. กล่าวกับบีบีซีไทย สถานการณ์ฝุ่นในอากาศเริ่มสะสมมากขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จนอยู่ในขั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพในวันนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กและสภาพอากาศปิด
"แหล่งกำเนิด PM2.5 ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจราจร การก่อสร้างและการเผา ขณะที่สภาพอากาศที่มีความกดอากาศสูง ความเร็วลมต่ำ อากาศไม่สามารถยกตัวได้ กดให้อากาศนิ่ง" นายอรรถพลกล่าว "เหมือนกรุงเทพฯ มีฝาชีครอบไว้ แล้วก็มีแหล่งผลิตฝุ่นออกมาเรื่อย ๆ จนสะสมทำให้ปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน"
ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในรอบ 24 ชม. รายงานเมื่อเวลา 07.00 น. พบว่ามีพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับ "เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ" 56 จุด วัดค่าได้ระหว่าง 36-87 มคก./ลบ.ม. แต่สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิมในช่วงเที่ยง วัดค่าได้ระหว่าง 36-103 มคก./ลบ.ม. โดยริมถนนดินแดง เขตดินแดงมีปริมาณฝุ่นสูงสุดคือ 103 มคก./ลบ.ม. จัดว่าอยู่ในระดับ "มีผลกระทบต่อสุขภาพ"
"ตอนนี้เราได้แจ้งไปทุกเขตและทุกจังหวัดในเขตปริมณฑลว่าในช่วงวันที่ 14-17 ธ.ค. ให้งดการเผาในที่โล่งทั้งหมด รวมทั้งขอความร่วมมือไซต์งานก่อสร้างทั้งหมดให้มีการควบคุมฝุ่นด้วยการพรมน้ำ และควบคุม กิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น และเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดฝุ่นที่สำคัญ" อธิบดี คพ.กล่าวและประเมินว่าสภาพอากาศจะอยู่ในสภาวะแบบนี้ไปจนถึงวันที่ 17 ธ.ค. หลังจากนั้นจะเริ่มมี ลมพัดมากขึ้น อากาศจะโปร่งมากขึ้น ทำให้ PM2.5 เจือจางลง
คพ. ยังได้ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ดับเครื่องยนต์เมื่อจอด และบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้ก่อควันดำ
เว็บไซต์ข่าวสด อ้างข้อมูลจากนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่า ตามสถิติพบว่ารถยนต์ 100 คัน มีถึง 46 คันที่ไม่บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ทำให้เกิดควันดำ นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังวางแผนที่จะตรวจรถควันดำทั้งรถบรรทุกเล็ก รถบรรทุกใหญ่ รถขนส่งต่าง ๆ โดยจะตรวจทุกวันในระยะ 6 เดือนข้างหน้า
สำหรับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากไฟป่าและการเผาในที่โล่งนั้น นายอรรถพลกล่าวว่า ขณะนี้ คพ.อยู่ในช่วงเร่งรัดการ "ชิงเก็บ" เชื้อเพลิงในพื้นที่ล่อแหลมต่อการเกิดไฟป่า ซึ่งโดยปกติแล้วฤดูไฟป่าจะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือน ม.ค.หรือต้น ม.ค.
ส่วนในพื้นที่เกษตร เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไป "จัดระเบียบการเผา" ในพื้นที่ที่จำเป็นต้องเผา เพื่อไม่ให้มีการเผาพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยให้ความเข้มข้นของ PM2.5 จะไม่เกินค่ามาตรฐาน
นายกฯ ระบุรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาฝุ่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayuth Chan-o-cha" ถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่าช่วงนี้ของทุกปีประเทศไทยจะเข้าสู่วังวนปัญหาฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5ซึ่งเกิดจากไอเสียรถยนต์ การเผาขยะ เผาเศษวัสดุภาคเกษตรกรรม และควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบกับสภาพอากาศปิด ไม่มีลม เป็นสิ่งที่เราต้องประสบกันมานาน เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และทุกรัฐบาลก็พยายามแก้ไข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ยังถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องร่วมมือกันอีกด้วย
นายกฯ ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาได้มีการหารือ ทำความเข้าใจ และรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกส่วนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการแก้ไขจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน และการปรับปรุงข้อกฎหมายให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
เราทุกคนสามารถช่วยลดปัญหาได้ที่ต้นตอด้วยตนเอง เช่น งดการเผาวัชพืชหรือขยะในที่โล่งแจ้ง หมั่นตรวจเช็คสภาพรถเก่าอยู่เสมอ โดยภาครัฐก็จะเคร่งครัดและเพิ่มการตรวจแหล่งเกิดฝุ่นควัน และควันดำในหลายจุดทั่วทุกพื้นที่