รัสเซีย ยูเครน : ปูตินยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็น "โศกนาฏกรรม" แต่เป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้"

Published

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า การเจรจาสันติภาพกับยูเครนมาถึงทางตัน และต้องสะดุดลงเพราะฝ่ายยูเครน "กุข่าวปลอม" กล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม และมีข้อเรียกร้องพิเศษเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงของประเทศ

เขากล่าวว่า "เรากลับเข้าสู่สถานการณ์ที่เป็นทางตันอีกครั้ง"

อย่างไรก็ตาม นายมิไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนระบุว่า แม้การเจรจาจะเผชิญความยากลำบาก แต่มันยังดำเนินต่อไป

นอกจากนี้นายปูตินยังระบุว่า "ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร" ในยูเครนจะบรรลุเป้าหมายอัน "สูงส่ง" ขณะเดียวกันยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็น "โศกนาฏกรรม" แต่ก็เป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้"

นายปูตินกล่าวเรื่องนี้ระหว่างการเยือนศูนย์อวกาศทางตะวันออกไกลของรัสเซีย เมื่อ 12 เม.ย. เพื่อฉลองวาระครบรอบ 61 ปี ที่ ยูริ กาการิน สร้างประวัติศาสตร์เป็นมนุษย์คนแรกที่เดินทางท่องอวกาศ โดยชี้ว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากเข้ารุกรานยูเครนเพื่อช่วยปกป้องประชากรที่พูดภาษารัสเซียในภูมิภาคดอนบาส พร้อมยืนยันว่า ทหารรัสเซียกำลังช่วยประชาชนที่ถูกกดขี่ในภูมิภาคนี้

เขาระบุว่า "ในด้านหนึ่งเราช่วยปกป้องประชาชน อีกด้านหนึ่งเราก็ดำเนินมาตรการเพื่อรับประกันความมั่นคงของรัสเซียเอง"

"มันชัดเจนว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นใด มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง...เป้าหมายมีความชัดเจนมาก มันคือเป้าหมายที่สูงส่ง" ผู้นำรัสเซียกล่าว

ขณะเดียวกัน สื่อของทางการรัสเซียรายงานคำพูดของประธานาธิบดีปูตินที่ยืนกรานว่า ทหารรัสเซียไม่ได้ใช้ความโหดร้ายและรุนแรงต่อพลเรือนในเมืองบูชา พร้อมชี้ว่า หลักฐานภาพถ่ายที่น่าตกตะลึงจากเมืองนี้เป็น "ข่าวปลอม" และการจัดฉาก

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุสที่พบปะกับประธานาธิบดีปูตินในงานนี้ด้วยระบุว่า คำกล่าวอ้างเรื่องความโหดร้ายในเมืองบูชาเป็น "ปฏิบัติการทางจิตวิทยาของพวกอังกฤษ"

ชาติตะวันตกตรวจสอบข้อกล่าวหารัสเซียใช้อาวุธเคมีในมาริอูโปล

ทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ระบุว่ากำลังตรวจสอบรายงานว่ากองทัพรัสเซียใช้อาวุธเคมีในการโจมตีชาวยูเครนในเมืองมาริอูโปล

กองพันอาซอฟ (Azov Battalion) ซึ่งเป็นหน่วยทหารยูเครนที่มีสายสัมพันธ์กับฝ่ายขวาจัด ระบุว่า ทหารรัสเซียใช้โดรนทิ้งระเบิดบรรจุสารเคมีไม่ทราบชนิดในเมืองมาริอูโปลเมื่อ 11 เม.ย. ส่งผลให้ทหารของตนได้รับบาดเจ็บจาก "สารพิษ"

กองพันอาซอฟระบุว่า ทหารของตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีอาการหายใจลำบาก โดยชายคนหนึ่งระบุว่า หลังเกิดระเบิด มีควันสีขาว "รสชาติหวาน" แผ่กระจายออกมา ส่วนอีกคนเล่าว่าหลังได้รับควันดังกล่าวก็มีอาการหายใจไม่ออกแล้วทรุดลงกับพื้นในทันที

บีบีซีไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ แต่รายงานนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโฆษกสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ที่รัสเซียให้การหนุนหลังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียส่ง "กองกำลังเคมี" เข้าไปในเมืองมาริอูโปลที่กำลังถูกปิดล้อม

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ระบุเมื่อ 11 เม.ย. ว่าการใช้อาวุธเคมีจะถือเป็น "ความโหดร้ายขั้นใหม่" ที่รัสเซียกระทำต่อยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มความช่วยเหลือด้านอาวุธที่ยูเครนจำเป็นต้องใช้ในการป้องกันประเทศ

เด็กยูเครนสังเวยชีวิตในสงครามแล้ว 186 คน

สำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนระบุผ่าน แอปพลิเคชัน เทเลแกรมว่า การรุกรานของรัสเซียทำให้มีเด็กในยูเครนเสียชีวิตแล้ว 186 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 344 คน

ยอดเด็กเสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยมีรายงานเด็กเสียชีวิต 113 คน

ทางการยูเครนยังระบุว่า มีสถาบันการศึกษา 938 แห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของรัสเซีย และอีก 87 แห่งได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง

องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ ระบุว่า เด็กยูเครนราว 4.8 ล้านคน หรือเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรวัยเด็กทั้งประเทศ ต้องพลัดถิ่นฐานนับแต่สงครามปะทุขึ้น

หน่วยพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์เผยว่า มีคนจากยูเครนข้ามแดนเข้าไปในโปแลนด์แล้ว 2.681 ล้านคนนับแต่สงครามปะทุขึ้น

จำนวนผู้ข้ามแดนเข้าไปในโปแลนด์ลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ที่เดินทางกลับเข้ายูเครนกำลังเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากหน่วยพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์ระบุว่า เมื่อ 11 เม.ย. มีผู้เดินทางเข้าโปแลนด์ 24,000 คน ลดลง 16% จากเมื่อ 10 เม.ย. และน้อยกว่ายอดสูงสุดเมื่อ 6 มี.ค. ที่ 142,300 คน

ตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เดินทางข้ามแดนเข้าไปยังโปแลนด์จากยูเครนในช่วงก่อนเกิดสงครามอยู่ที่วันละ 16,800 คน

เมื่อ 10 เม.ย. มีคนกลับเข้าไปในยูเครนจากฝั่งโปแลนด์จำนวน 16,600 คน

ศาสตราจารย์ มาเซีย ดูสซิก ที่ศึกษาเรื่องการอพยพจากมหาวิทยาลัยวอร์ซอ ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยบางส่วนเดินทางออกจากโปแลนด์แล้ว โดยคาดว่ายังมีผู้ลี้ภัยอยู่ในโปแลนด์ราว 1.2-1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 800,000 เป็นชาวยูเครนที่ลงทะเบียนขอเลขประจำตัวประชาชนของโปแลนด์

ตายนับหมื่นที่มาริอูโปล

นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปลเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า มีพลเรือนในเมืองนี้เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

นายวาดิม บอยเชนโยให้สัมภาษณ์จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยนอกเมืองมาริอูโปลว่า ถนนในเมืองมีศพกระจายอยู่เกลื่อน และยังมีประชาชนอีกราว 120,000 คนที่ยังอยู่ในเมือง พวกเขาต้องการอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรคอย่างเร่งด่วน

เขาได้รับรายงานด้วยว่าทหารรัสเซียเก็บศพไว้ในตู้แช่เย็นในห้างสรรพสินค้า และกำจัดด้วยการเผาในเตาเผาศพเคลื่อนที่

นายบอยเชนโกบอกสำนักขาวเอพีว่าได้รับรายงานข้อมูลเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งขณะนี้บีบีซียังไม่สามารถยืนยันคำกล่าวอ้างของเขาได้

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"