รัสเซีย ยูเครน : ปูตินยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็น "โศกนาฏกรรม" แต่เป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้"

Russian President Vladimir Putin delivers a speech, as he visits the Vostochny cosmodrome outside the city of Tsiolkovsky, some 180 km north of Blagoveschensk, in the far eastern Amur region, Russia, 12 April 2022.

ที่มาของภาพ, EPA

Published

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า การเจรจาสันติภาพกับยูเครนมาถึงทางตัน และต้องสะดุดลงเพราะฝ่ายยูเครน "กุข่าวปลอม" กล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม และมีข้อเรียกร้องพิเศษเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงของประเทศ

เขากล่าวว่า "เรากลับเข้าสู่สถานการณ์ที่เป็นทางตันอีกครั้ง"

อย่างไรก็ตาม นายมิไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนระบุว่า แม้การเจรจาจะเผชิญความยากลำบาก แต่มันยังดำเนินต่อไป

นอกจากนี้นายปูตินยังระบุว่า "ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร" ในยูเครนจะบรรลุเป้าหมายอัน "สูงส่ง" ขณะเดียวกันยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็น "โศกนาฏกรรม" แต่ก็เป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้"

นายปูตินกล่าวเรื่องนี้ระหว่างการเยือนศูนย์อวกาศทางตะวันออกไกลของรัสเซีย เมื่อ 12 เม.ย. เพื่อฉลองวาระครบรอบ 61 ปี ที่ ยูริ กาการิน สร้างประวัติศาสตร์เป็นมนุษย์คนแรกที่เดินทางท่องอวกาศ โดยชี้ว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากเข้ารุกรานยูเครนเพื่อช่วยปกป้องประชากรที่พูดภาษารัสเซียในภูมิภาคดอนบาส พร้อมยืนยันว่า ทหารรัสเซียกำลังช่วยประชาชนที่ถูกกดขี่ในภูมิภาคนี้

เขาระบุว่า "ในด้านหนึ่งเราช่วยปกป้องประชาชน อีกด้านหนึ่งเราก็ดำเนินมาตรการเพื่อรับประกันความมั่นคงของรัสเซียเอง"

"มันชัดเจนว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นใด มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง...เป้าหมายมีความชัดเจนมาก มันคือเป้าหมายที่สูงส่ง" ผู้นำรัสเซียกล่าว

Residents carry their belongings near buildings destroyed in the course of Ukraine-Russia conflict, in the southern port city of Mariupol, Ukraine April 10, 2022.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวเมืองมาริอูโปลท่ามกลางเมืองที่อยู่ในสภาพเสียหายย่อยยับจากการปิดล้อมโจมตีของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน สื่อของทางการรัสเซียรายงานคำพูดของประธานาธิบดีปูตินที่ยืนกรานว่า ทหารรัสเซียไม่ได้ใช้ความโหดร้ายและรุนแรงต่อพลเรือนในเมืองบูชา พร้อมชี้ว่า หลักฐานภาพถ่ายที่น่าตกตะลึงจากเมืองนี้เป็น "ข่าวปลอม" และการจัดฉาก

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุสที่พบปะกับประธานาธิบดีปูตินในงานนี้ด้วยระบุว่า คำกล่าวอ้างเรื่องความโหดร้ายในเมืองบูชาเป็น "ปฏิบัติการทางจิตวิทยาของพวกอังกฤษ"

ชาติตะวันตกตรวจสอบข้อกล่าวหารัสเซียใช้อาวุธเคมีในมาริอูโปล

A resident looks on near a building destroyed in the course of the Ukraine-Russia conflict, in the southern port city of Mariupol, Ukraine April 10, 2022.

ที่มาของภาพ, Reuters

ทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ระบุว่ากำลังตรวจสอบรายงานว่ากองทัพรัสเซียใช้อาวุธเคมีในการโจมตีชาวยูเครนในเมืองมาริอูโปล

กองพันอาซอฟ (Azov Battalion) ซึ่งเป็นหน่วยทหารยูเครนที่มีสายสัมพันธ์กับฝ่ายขวาจัด ระบุว่า ทหารรัสเซียใช้โดรนทิ้งระเบิดบรรจุสารเคมีไม่ทราบชนิดในเมืองมาริอูโปลเมื่อ 11 เม.ย. ส่งผลให้ทหารของตนได้รับบาดเจ็บจาก "สารพิษ"

กองพันอาซอฟระบุว่า ทหารของตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีอาการหายใจลำบาก โดยชายคนหนึ่งระบุว่า หลังเกิดระเบิด มีควันสีขาว "รสชาติหวาน" แผ่กระจายออกมา ส่วนอีกคนเล่าว่าหลังได้รับควันดังกล่าวก็มีอาการหายใจไม่ออกแล้วทรุดลงกับพื้นในทันที

บีบีซีไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ แต่รายงานนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโฆษกสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ที่รัสเซียให้การหนุนหลังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียส่ง "กองกำลังเคมี" เข้าไปในเมืองมาริอูโปลที่กำลังถูกปิดล้อม

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ระบุเมื่อ 11 เม.ย. ว่าการใช้อาวุธเคมีจะถือเป็น "ความโหดร้ายขั้นใหม่" ที่รัสเซียกระทำต่อยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มความช่วยเหลือด้านอาวุธที่ยูเครนจำเป็นต้องใช้ในการป้องกันประเทศ

เด็กยูเครนสังเวยชีวิตในสงครามแล้ว 186 คน

สำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนระบุผ่าน แอปพลิเคชัน เทเลแกรมว่า การรุกรานของรัสเซียทำให้มีเด็กในยูเครนเสียชีวิตแล้ว 186 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 344 คน

ยอดเด็กเสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยมีรายงานเด็กเสียชีวิต 113 คน

ทางการยูเครนยังระบุว่า มีสถาบันการศึกษา 938 แห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของรัสเซีย และอีก 87 แห่งได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง

องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ ระบุว่า เด็กยูเครนราว 4.8 ล้านคน หรือเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรวัยเด็กทั้งประเทศ ต้องพลัดถิ่นฐานนับแต่สงครามปะทุขึ้น

หน่วยพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์เผยว่า มีคนจากยูเครนข้ามแดนเข้าไปในโปแลนด์แล้ว 2.681 ล้านคนนับแต่สงครามปะทุขึ้น

จำนวนผู้ข้ามแดนเข้าไปในโปแลนด์ลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ที่เดินทางกลับเข้ายูเครนกำลังเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากหน่วยพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์ระบุว่า เมื่อ 11 เม.ย. มีผู้เดินทางเข้าโปแลนด์ 24,000 คน ลดลง 16% จากเมื่อ 10 เม.ย. และน้อยกว่ายอดสูงสุดเมื่อ 6 มี.ค. ที่ 142,300 คน

ตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เดินทางข้ามแดนเข้าไปยังโปแลนด์จากยูเครนในช่วงก่อนเกิดสงครามอยู่ที่วันละ 16,800 คน

เมื่อ 10 เม.ย. มีคนกลับเข้าไปในยูเครนจากฝั่งโปแลนด์จำนวน 16,600 คน

ศาสตราจารย์ มาเซีย ดูสซิก ที่ศึกษาเรื่องการอพยพจากมหาวิทยาลัยวอร์ซอ ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยบางส่วนเดินทางออกจากโปแลนด์แล้ว โดยคาดว่ายังมีผู้ลี้ภัยอยู่ในโปแลนด์ราว 1.2-1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 800,000 เป็นชาวยูเครนที่ลงทะเบียนขอเลขประจำตัวประชาชนของโปแลนด์

ตายนับหมื่นที่มาริอูโปล

Residents walk near a building destroyed in the course of the Ukraine-Russia conflict, in the southern port city of Mariupol, Ukraine April 10, 2022.

ที่มาของภาพ, Reuters

นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปลเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า มีพลเรือนในเมืองนี้เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

นายวาดิม บอยเชนโยให้สัมภาษณ์จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยนอกเมืองมาริอูโปลว่า ถนนในเมืองมีศพกระจายอยู่เกลื่อน และยังมีประชาชนอีกราว 120,000 คนที่ยังอยู่ในเมือง พวกเขาต้องการอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรคอย่างเร่งด่วน

เขาได้รับรายงานด้วยว่าทหารรัสเซียเก็บศพไว้ในตู้แช่เย็นในห้างสรรพสินค้า และกำจัดด้วยการเผาในเตาเผาศพเคลื่อนที่

นายบอยเชนโกบอกสำนักขาวเอพีว่าได้รับรายงานข้อมูลเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งขณะนี้บีบีซียังไม่สามารถยืนยันคำกล่าวอ้างของเขาได้

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"