'ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า แฟนหนุ่มแอบข่มขืนฉันตอนที่ฉันกำลังหลับ'

Adelle Overton looks lovingly at her boyfriend Steven Uden, who is smiling at the camera
คำบรรยายภาพ, อะเดล โอเวอร์ตัน วัย 46 ปี และสตีเวน ยูเดน วัน 44 ปี คบหากันมากว่า 13 ปี
    • Author, แคโรไลน์ โลว์บริดจ์
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคอีสต์มิดแลนส์ของอังกฤษ
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

"ในสายตาของฉัน อาจจนถึงวันที่เขายอมรับกับฉันว่าเขาทำอะไรลงไป นี่คือความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมา"

สำหรับอะเดล โอเวอร์ตัน แฟนหนุ่มของเธอที่ชื่อสตีเวน ยูเดน ซึ่งคบหากันมา 13 ปี ดูเหมือนจะเป็นคนรักที่สมบูรณ์แบบ

ทั้งคู่พบกันในกองถ่ายภาพยนตร์ซอมบี้เรื่องหนึ่ง และมีความสนใจร่วมกันหลายอย่าง โดยโอเวอร์ตันบอกว่ายูเดนเป็นคนใจดีและน่ารัก อีกทั้งยังยอมทิ้งงานของตัวเองเพื่อมาดูแลเธอในตอนที่เธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

"เขาสุดยอดเลยล่ะ ฉันรักเขามากจริง ๆ และฉันคิดว่าฉันก็ยังคงหลงเหลือความรักต่อเขาอยู่บ้าง" โอเวอร์ตันบอกกับเราขณะที่เธอนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้านของเธอในเมืองดาร์บี

เธอเชื่อใจยูเดน แต่ความเชื่อใจนั้นถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ เมื่อเขายอมรับว่าได้ข่มขืนเธอในขณะที่เธอกำลังหลับ

"ฉันรู้สึกเหมือนถูกทรยศในทันที ฉันไม่เคยรู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ไหนมากเท่านั้นมาก่อนเลยจนกระทั่งถึงตอนนั้น" โอเวอร์ตันกล่าว

ยูเดนคอยดูแลโอเวอร์ตันในขณะที่เธอเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งเต้านม แต่หลังจากนั้นเขาสารภาพกับตำรวจว่าเขาได้ข่มขืนเธอในขณะที่เธอกำลังอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาที่เธอรักษา

"ความรู้สึกถูกหักหลังนั้น มันเหมือนฉันคิดว่าฉันรู้จักเขา แต่จริง ๆ แล้วฉันไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร" โอเวอร์ตันบอก

"และความคิดที่ว่าเขาอยู่กับฉันมาตลอด 13 ปี เขาช่วยฉันเลี้ยงดูลูก ๆ"

"ฉันคิดว่าเขาปลอดภัยที่จะอยู่ด้วย แต่จริง ๆ แล้วไม่เลย"

ตอนนี้ยูเดนถูกคุมขังในเรือนจำ และโอเวอร์ตันตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความหวังว่ามันอาจจะช่วยคนอื่น ๆ ได้

Steven and Adelle on a night out in the early days of their relationship
คำบรรยายภาพ, ยูเดนและโอเวอร์ตันเคยเป็นเพื่อนกัน ก่อนที่จะเริ่มคบหาดูใจ

โอเวอร์ตันและยูเดนเจอกันในปี 2009 ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ซอมบี้เรื่องหนึ่งที่เมืองนอตติงแฮม ตอนนั้นเธออายุ 29 ปี ส่วนเขาอายุ 27 ปี

ยูเด็นเป็นช่างแต่งหน้าและนักแสดง ส่วนโอเวอร์ตันก็เป็นหนึ่งในนักแสดงเช่นกัน ตอนนั้นต่างคนต่างก็คบหาดูใจอยู่กับคนอื่น แต่ก็ยังติดต่อกันและกันในฐานะเพื่อน

ก่อนจะเริ่มคบกันในฐานะแฟนเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2012 ซึ่งเธอจดจำวันที่ได้เพราะวันนั้นเธอและเขาไล่ดูหนังเรื่อง "ศุกร์ 13 ฝันหวาน" (Friday the 13th) ด้วยกันแบบมาราธอน

โอเวอร์ตันเล่าว่า การคบหากับยูเดนให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน ๆ ที่เธอเคยมีในอดีต

"เขาเป็นตลกและเอาใจใส่ และฉันรู้สึกได้รับความรักจากเขา" เธอกล่าว

Steven Uden and Adelle Overton dressed as zombies
คำบรรยายภาพ, ทั้งคู่แต่งตัวเป็นซอมบี้ด้วยกันระหว่างทำงานให้กับบริษัทจัดอีเวนต์

การพบกันของทั้งคู่ไม่ธรรมดา และพวกเขาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างไม่ธรรมดาด้วย ทั้งสองคนทำงานเป็นคนที่รับบทและแต่งตัวเป็นซอมบี้ให้กับบริษัทที่จัดกิจกรรมให้คนมาทดลองเอาชีวิตรอดจากซอมบี้แบบในหนังสยองขวัญ

การรับบทเป็นซอมบี้ต้องใช้แรงกายมาก ในที่สุดโอเวอร์ตันก็เลิกอาชีพนี้ไปในปี 2017 หลังจากที่เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหนังยืดผิดปกติ (Ehlers-Danlos syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคทางพันธุกรรมอย่างหนึ่ง

นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2018 ยูเดนกลายมาเป็นผู้ดูแลเธอ

"เขาทำแทบทุกอย่างให้ฉัน" เธอบอก

เมื่อมองย้อนกลับไป โอเวอร์ตัน (หรือที่มีชื่อเล่นว่า เดล) บอกว่าตอนนั้นเองที่ยูเดนเริ่มมีพฤติกรรมควบคุมเธอ

"เขาชอบบอกคนอื่นว่าฉันทำอะไรได้หรือไม่ได้" เธอบอก

"เมื่อมีใครสักคนมาแนะนำให้ทำอะไรบางอย่าง เขามักจะบอกว่า 'ผมไม่คิดว่าเดลจะทำได้นะ ลองหาอย่างอื่นแทนเถอะ'"

Adelle looking lovingly at Steven
คำบรรยายภาพ, โอเวอร์ตันบอกว่า ยูเดนดูเหมือนจะเป็นคู่ครองที่สมบูรณ์แบบในสายตาของเพื่อน ๆ และครอบครัวของเธอ

แต่ตอนนี้โอเวอร์ตันรู้แล้วว่า พฤติกรรมของยูเดนนั้นชั่วร้ายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการออก

เธอเริ่มสงสัยคลางแคลงใจในปี 2020 ขณะที่กำลังรับเคมีบำบัดรักษามะเร็งเต้านม

"ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะฉันรู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้นหรือเปล่า แต่ฉันตื่นขึ้นมาในระหว่างที่เขากำลังทำมัน" เธอเล่า

"เขาอ้างสารพัด เช่น 'ผมคิดว่าคุณตื่นอยู่ และคุณก็ส่งเสียงเหมือนปกติ'"

"ตอนนั้นฉันคิดถึงความตึงเครียดทั้งหมดที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ และเขาก็บอกว่าเขาทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ"

ดังนั้นโอเวอร์ตันจึงพยายามปัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป

"ฉันคิดว่าการเชื่อคำโกหกง่ายกว่าการต้องคิดถึงสิ่งที่อาจเป็นความจริง"

Adelle Overton sitting on a sofa at her home
คำบรรยายภาพ, สุดท้ายยูเดนก็สารภาพกับโอเวอร์ตัน

แต่หลังจากนั้นโอเวอร์ตันก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ

"ฉันคิดว่าลึก ๆ แล้ว สมองของฉันไม่รู้สึกปลอดภัยเวลาที่ฉันหลับ" เธอบอก

โอเวอร์ตันบอกด้วยว่าเธอยังลำบากใจที่จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับยูเดน และเริ่มฝันร้ายถึงประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศในอดีตมากขึ้น

"ตอนนั้นฉันคิดว่าฉันกำลังเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นกับบาดแผลทางใจของตัวเอง และฉันก็กำลังตัดสินเขาและตัดสินสิ่งที่เขากระทำว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงกว่าที่มันเป็น เพราะบาดแผลภายในจิตใจของตัวเอง" เธอกล่าว

"ฉันเริ่มรู้สึกผิดและตำหนิตัวเองอยู่ในใจสำหรับเรื่องราวทั้งหมด"

คำสารภาพของยูเดน

ยูเดนเก็บงำเรื่องนี้อยู่ห้าปี กระทั่งเขาสารภาพมันออกมาในปี 2025 ในขณะที่ตัวเขาเองเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้

"ฉันคิดว่าต้องมีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจเขา เพราะตอนนี้เขาได้เห็นอีกมุมหนึ่งแล้วว่าฉันเคยผ่านอะไรมา" โอเวอร์ตันบอก

"เขาพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ว่าเขาดูแลฉันได้ไม่ดีนักตอนที่ฉันกำลังรักษาตัว"

คำพูดของเขาทำให้โอเวอร์ตันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนที่เธอตื่นขึ้นมาและพบว่ายูเดนกำลังมีเพศสัมพันธ์กับเธอ

"ฉันกดดันเขา 'คุณหมายความว่ายังไง ที่ว่าดูแลฉันไม่ดีหมายถึงอะไร ในแง่ไหน?'" โอเวอร์ตันกล่าว

Mugshot of Steven Uden, taken after being arrested by Derbyshire Police
คำบรรยายภาพ, ยูเดนถูกตำรวจจับภายหลังสารภาพกับโอเวอร์ตัน

ช่วงหนึ่งของการสนทนาที่โอเวอร์ตันบอกว่ากินเวลาสองวัน ยูเดนโทรหาเพื่อนคนหนึ่งและยอมรับในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป ก่อนจะกลับบ้านและสารภาพกับโอเวอร์ตัน

เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลังและขยะแขยง แต่ก็ไม่ได้จบความสัมพันธ์ลงในทันที เธอรู้สึกว่าตัวเองยังคงพึ่งพายูเดนและเธอก็รักเขาด้วย

ตอนนั้นโอเวอร์ตันเข้ารับการบำบัดแบบกลุ่มอยู่แล้ว จากประสบการณ์เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในอดีต และเธอพูดถึงเรื่องนี้ในระหว่างการบำบัดครั้งหนึ่งหลังยูเดนเอ่ยคำสารภาพ

"หนึ่งในนักจิตวิทยาการปรึกษา หนึ่งในนักบำบัดนั่นแหละที่เป็นคนดึงสติฉันกลับมา เพราะตอนนั้นฉันแตกสลาย ฉันร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสายน้ำและพูดว่า 'ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะหยุดเขาไม่ให้ทำแบบนั้นได้ยังไง'" โอเวอร์ตันเล่า

"แล้วเธอก็บอกว่า 'คุณต้องเตะเขาออกไปและเรียกตำรวจ' และต่อมาในวันเดียวกันเธอก็บอกฉันว่าทีมเพิ่งได้ประชุมคุ้มครองสวัสดิภาพ และพวกเธอจะแจ้งตำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นฉันก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในมือฉันอีกต่อไป"

Det Sgt Eleanor Kirton, standing inside Derbyshire Constabulary's headquarters at Riple
คำบรรยายภาพ, เอเลนอร์ คีร์ตัน สารวัตรสืบสวน ระบุว่า ความกล้าหาญของโอเวอร์ตันช่วยปกป้องผู้หญิงคนอื่น ๆ

คดีนี้ถูกมอบหมายไปถึงมือสารวัตรสืบสวนหญิง เอเลนอร์ คีร์ตัน ของสถานีตำรวจดาร์บีเชอร์

"สิ่งแรกที่ฉันทำคือติดต่ออะเดล" เธอบอก

"มันเข้าใจได้เลยว่าเธอกำลังทุกข์ใจอย่างมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น"

หลังจากสอบปากคำโอเวอร์ตัน ตำรวจก็จับกุมตัวยูเดน

"เมื่อฉันสอบปากคำเขา เขาก็สารภาพในทันทีว่าเขาได้ทำอะไรลงไป" เอเลนอร์กล่าว

"เขายอมรับโดยทันทีว่าเขาได้ข่มขืนเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติมากที่การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว"

ยูเดนถูกตั้งข้อหาข่มขืนสองกระทง และถูกศาลตัดสินความผิดในเวลาต่อมาให้ต้องโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน

คีร์ตีนบอกว่า สิ่งที่โอเวอร์ตันทำได้ช่วยปกป้องผู้หญิงคนอื่น ๆ

"ความกล้าหาญและความเข้มแข็งของเธอได้ช่วยให้เราสามารถปกป้องคนอื่น ๆ อีกมากที่บุคคลนี้อาจก่อเหตุซ้ำแบบนี้ต่อไป" เธอกล่าว

"ถ้าใครรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้อาจกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ฉันอยากสนับสนุนให้พวกเธอเข้ามาพูดคุยกับเรา เพราะมีสิ่งต่าง ๆ ที่เราช่วยได้ และคดีนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว"

Adelle Overton and Steven Uden at a wedding
คำบรรยายภาพ, โอเวอร์ตันบอกว่ายูเดนมี "รสนิยมชื่นชอบ" ผู้หญิงที่กำลังหลับ

แต่โอเวอร์ตันยังคงพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดคนรักที่เธอเชื่อว่ารักเธอมาตลอด 13 ปี จึงข่มขืนเธอในขณะที่เธอกำลังหลับ

"ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงมีความสุขสมได้จากใครอีกคนที่ไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย สำหรับฉันมันคือสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเลย" เธอกล่าว

"เขามีรสนิยมชื่นชอบบางอย่างต่อผู้หญิงที่กำลังหลับใหลซึ่งฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายมันยังไง"

"เขาต้องการให้ฉันหลับสนิทและเขาอยากให้ฉันไม่รู้สึกตัวเลยว่าเขากำลังทำอะไร"

โอเวอร์ตันสงสัยว่ายูเดนอาจวางยาเธอด้วยยารักษาของเธอเองเนื่องจากเขาเป็นผู้ควบคุมการใช้ยาของเธอทั้งหมด

"ฉันมีกล่องแบ่งยากล่องเล็ก ๆ และเขาจะจัดยาทั้งหมดให้กับฉัน" เธอบอก

"ตอนนี้ฉันเหลือยาที่มีฤทธิ์กดประสาทน้อยกว่ายาตัวอื่นมาก ฉันก็เลยสงสัยมากว่าเขาให้ยาเกินขนาดเพื่อพยายามทำให้ฉันหลับต่อไปหรือเปล่า"

คีร์ตันบอกว่าตำรวจเรียกคดีนี้ว่าเป็น "คดีที่เกิดขึ้นในอดีต" ทำให้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพิษวิทยาไม่อาจยืนยันได้ว่ามีการให้ยาเกินขนาดจริงหรือไม่

นอกจากนี้ก็ไม่มีการนำหลักฐานในข้อสันนิษฐานนี้เข้าสู่การพิจารณาในศาลด้วย

แต่ยูเดนยอมรับกับตำรวจว่า เขาได้ข่มขืนโอเวอร์ตันครั้งหนึ่งในขณะที่เธอกำลังรับเคมีบำบัด ซึ่งทำให้เธอเหนื่อยล้ากว่าปกติ

"ฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนด้วย โดยบอกว่าเธอกำลังรับเคมีบำบัด และเขายอมรับว่าเธออยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ"

Adelle's daughter Shari sitting inside Adelle's home
คำบรรยายภาพ, ชารี โอเวอร์ตัน บอกว่าเธอภูมิใจในตัวแม่ของเธอที่ "ยืนหยัดปกป้องตัวเอง"

ในขณะที่ยูเดนถูกตั้งข้อหาข่มขืนโอเวอร์ตันรวมสองครั้ง แต่โอเวอร์ตันเชื่อว่าเขาข่มขืนเธอมากครั้งกว่านั้น

"เขาบอกฉันว่าเขาทำมัน 7-8 ครั้ง" โอเวอร์ตันบอก

ชารี โอเวอร์ตัน ลูกสาวของเธอ บอกว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแม่จากอาชญากรรมที่ยูเดนก่อ

"ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมาก ฉันเห็นได้ว่าความมั่นใจของเธอลดลงไปมาก" ชารีกล่าว

"และฉันก็ภูมิใจในตัวเธอมากที่เดินหน้าในเรื่องนี้ คุยกับตำรวจ คุยกับศาล และยืนหยัดปกป้องตัวเอง"

โอเวอร์ตันหวังว่าเรื่องราวของเธอจะทำให้ผู้ที่มีความเปราะบางคนอื่น ๆ เห็นว่า พวกเธอไม่จำเป็นต้องอดทนต่อการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ดูแล

"ฉันรู้สึกว่าฉันต้องพูดมันออกมา เพราะมันทำให้ฉันคิดว่ามีผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกกี่คนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เมื่อมีบางคนมีอำนาจควบคุมพวกเธอ" เธอกล่าว

"ในช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังรู้ความจริงทุกอย่าง ฉันเคยคิดว่าบางทีมันอาจจะเป็นการจ่ายค่าดูแลตอบแทนให้กับเขา บางทีการชดใช้ด้วยสัมพันธ์ลึกซึ้งอาจเป็นสิ่งที่ฉันติดค้างเขา แต่ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรเลย และไม่มีใครติดค้างด้วยเช่นกัน"