'ฉันทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้เธอสาบสูญไปตลอดกาล' นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันเดินทางข้ามทวีปเพื่อตามหาเพื่อนที่หายตัวไป

Céline with long blond hair smiling at the camera, wearing a gingham top. Justine with long dark brown hair smiling with one hand on her cheek. She's wearing a white top with a lace trim.

ที่มาของภาพ, Justine Ropet

    • Author, ชานดริน ลันกุมบู
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

เป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่ไม่ว่าจะตื่นนอนหรือเข้านอน ก็จะมีคำถามเดิม ๆ วนเวียนมาให้จัสตีน โรเพต คิดโดยตลอด จนกระทั่งปีนี้ ในที่สุดเธอก็ได้รับคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เซลีน เครเมอร์ เพื่อนของจัสตีนในสมัยเด็ก

"ฉันคิดถึงเรื่องของเซลีนอยู่ตลอด และสงสัยมาตลอดว่าทำไมเราถึงหาเธอไม่พบ ทั้งที่เธอน่าจะอยู่ในป่าแห่งนั้น" ครูสอนดำน้ำวัย 33 ปี รายนี้เล่าให้ฟัง

เซลีน เครเมอร์ นักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ชาวเบลเยียม ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายขณะยังมีชีวิตอยู่ที่เมืองวาราตาห์ (Waratah) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2023

ตอนนั้นเธอออกไปเดินป่าในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามบนเกาะ นั่นก็คือน้ำตกฟิโลโซเฟอร์ (Philosopher's Falls) หลังจากที่เธอขาดการติดต่อกับเพื่อนและครอบครัวเป็นเวลาสองสัปดาห์ พวกเขาจึงได้แจ้งเรื่องต่อเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ของเซลีนจอดอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเท้าไปยังน้ำตกดังกล่าว

มีการระดมกำลังค้นหาทั้งทางบกและทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ทั้งโดรน เฮลิคอปเตอร์ และทีมค้นหาภาคพื้นดินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ ของเธอเลย

"เซลีนเป็นส่วนหนึ่งของฉัน"

Céline with short blond hair carrying a spoon in her mouth, wearing a blue floral dress with a white t-shirt underneath. Justine with brown hair and a fringe, wearing a blue top and cardigan also playing a game with a spoon in her mouth.

ที่มาของภาพ, Justine Ropet

คำบรรยายภาพ, "เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉันมาตลอดจริง ๆ ค่ะ" จัสตีน บอกกับบีบีซี

แรงจูงใจของจัสตีนในการค้นหาเซลีนก็คือ มิตรภาพระหว่างพวกเธอที่มีมาอย่างยาวนานมากกว่าสามสิบปี

"เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉันมาตลอดจริง ๆ ค่ะ เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัว และอาจเรียกได้ว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของตัวฉันเลยด้วยซ้ำ" เธอกล่าวกับบีบีซี

ทั้งคู่พบกันที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในทราซัลสแตร์ (Trasenster) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ทางตะวันออกของเบลเยียม และเป็นสถานที่ที่แม่ของจัสตีนทำงานเป็นครูอยู่ ชีวิตในวัยเด็กของพวกเธอเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งและการเฝ้าฝันถึงโลกกว้างใหญ่ภายนอก

"เราทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกันมาตั้งแต่ยังเด็กมาก ทั้งขี่ม้า เล่นสกี และเต้นรำ" จัสตีนอธิบาย "เรามีความปรารถนามาตลอดที่จะได้เดินทางท่องเที่ยว ได้ไปใช้ชีวิตในดินแดนที่มีแสงแดดสดใส และได้ทำงานอย่างหนัก"

สำหรับจัสตีน สิ่งเดียวที่มีเหตุผลเมื่อเธอรู้ว่าเซลีนหายตัวไปคือการจองตั๋วเครื่องบินและเดินทางมากกว่า 10,000 ไมล์ (17,000 กิโลเมตร) เพื่อตามหาเพื่อนของเธอ

พวกเธอได้ผ่านช่วงเวลาทั้งสุขและทุกข์ในชีวิตมาด้วยกัน ทั้งเรื่องอกหัก การเรียน การย้ายเมือง ย้ายประเทศ และแม้กระทั่งย้ายทวีป แต่ความเป็นเพื่อนของพวกเธอยังคงมั่นคงตลอดมา

"เราเข้าใจกันได้เพียงแค่สบตากัน" จัสตีนกล่าว "ฉันคิดว่าความผูกพันที่เรามีนั้นเข้มข้นและงดงามมาก"

คำพูดสุดท้ายของเธอ

Justine with long dark brown hair, wearing orange hi-vis jacket standing in the forest.

ที่มาของภาพ, Justine Ropet

คำบรรยายภาพ, จัสตีนเคยอาศัยอยู่ในเกาะแทสเมเนียเป็นระยะเวลาหกเดือนเพื่อช่วยภารกิจการค้นหาของตำรวจ

เซลีนได้เดินทางไปยังออสเตรเลียเพื่อทำงานและท่องเที่ยวในเดือน มิ.ย. 2022 ส่วนจัสตีนมีแผนที่จะไปเซอร์ไพรสเธอ โดยจะตามไปสมทบในเดือน ต.ค. 2023

ในวันที่ 13 มิ.ย. 2023 ในการสื่อสารโต้ตอบกันเป็นครั้งสุดท้าย จัสตีนได้อวยพรวันเกิดให้กับเซลีน

"เธอตอบกลับมาว่ากำลังสนุกกับทริปนี้มาก และจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลัง เพราะเธอกำลังเดินทางและอยากจะออกเดินทางต่อให้ทันก่อนมืด" จัสตินเล่า "และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้ข่าวคราวจากเธอ"

ไม่กี่วันต่อมา ฉันก็จองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปหาเซลีนที่ออสเตรเลีย และรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้บอกข่าวนี้กับเธอ

เมื่อเซลีนเงียบหายไปหลายวันโดยไม่มีการติดต่อกลับมา จัสตีนจึงโทรหาเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนครซิดนีย์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

เพื่อนคนนั้นบอกจัสตีนว่าไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะในรัฐแทสเมเนียมีพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์อยู่หลายจุด

แต่หลังจากที่พวกเธอไม่ได้รับข่าวคราวจากเซลีนเลยเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ ทั้งคู่จึงตัดสินใจแจ้งความคนหาย

ภารกิจการค้นหา

Three rescue workers wearing red helmets and protective gear wade through a fast-flowing stream in a dense forest. Using poles for support, they navigate the water among moss-covered rocks, fallen trees, and large green ferns along the riverbank. Photograph from 4 July 2023.

ที่มาของภาพ, Tasmania Police

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครดำเนินการปฏิบัติการค้นหาหลายครั้งตลอดระยะเวลาสองปี

ในเดือน ก.ค. 2023 จัสตีนเดินทางมาถึงแทสเมเนียและเข้าร่วมภารกิจค้นหาของตำรวจ พร้อมทั้งระดมผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาช่วยกันค้นหา

"ฉันพยายามติดต่อผู้คนให้ได้มากที่สุด เพื่อตามหาคนที่สามารถช่วยฉันค้นหาเซลีนได้" เธอเล่า

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหาของตำรวจในระยะแรกนั้นดำเนินไปเพียงช่วงสั้น ๆ โดยถูกยุติลงหลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ สืบเนื่องจากคำแนะนำทางการแพทย์ที่ระบุว่า เซลีนไม่น่าจะรอดชีวิตจากสภาพอากาศอันเลวร้ายนับตั้งแต่เธอหายตัวไป

"ฉันทำใจไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าเราจะไม่มีวันพบเพื่อนของฉัน เพราะฉันจำเป็นต้องรู้ความจริงเพื่อที่จะได้ก้าวผ่านความโศกเศร้า เช่นเดียวกับครอบครัวของเซลีน" เธอกล่าว

จัสตีนเดินทางกลับเบลเยียมแต่พบว่าตนเองไม่อาจล้มเลิกความพยายามในการตามหาเพื่อนได้ ต่อมาในเดือน ม.ค. 2024 เธอจึงย้ายไปที่แทสเมเนียและใช้เวลาตลอด 6 เดือนต่อมาเพื่อเสาะหาร่องรอยของเพื่อน

ทว่าพวกเขาก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด จัสตีนยอมรับว่าเธอรู้สึก "หมดแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ" จนเกือบจะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า

เธอได้ปรึกษากับกาเบรียล เรมี เพื่อนของเธอ ซึ่งเข้ามาเป็นแกนนำและช่วยประสานงานกับทุกคนที่มีส่วนร่วมในการค้นหามาตั้งแต่ต้น

ก่อนจะเดินทางกลับเบลเยียม จัสตีนได้ติดต่อไปยังเคน แกมเบิล ซึ่งเป็นนักสืบเอกชนที่อาสารับทำคดีของเซลีนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเขาก็ได้จัดตั้งทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้านขึ้นมา

ต่อมาในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ทีมงานได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาครั้งใหม่โดยดำเนินการอย่างอิสระคนละส่วนจากการทำงานของตำรวจ การค้นหานี้นำไปสู่การพบโทรศัพท์มือถือของเซลีน ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้ามาสมทบกับกลุ่มอาสาสมัครเพื่อร่วมภารกิจนี้อีกครั้ง

"ฉันจะยังคงเดินทางต่อไปเพื่อพวกเรา"

Céline and Justine sitting on a stone wall at a mountain viewpoint with a clear blue sky with wispy clouds in the background. Céline wears sunglasses and a sleeveless patterned top, while Justine wears a coral floral top and blue shorts.

ที่มาของภาพ, Justine Ropet

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายเซลีนและจัสตินระหว่างเดินทางไปยังเกาะกราน กานาเรียของสเปน

การค้นพบครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันสิ่งที่หลายฝ่ายสงสัยมานาน นั่นคือ เซลีนไม่เคยเดินทางออกจากป่าแห่งนั้น

เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นักเดินป่าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอาสาสมัครช่วยค้นหาในช่วงแรก ได้พบชิ้นส่วนที่เชื่อว่าเป็นของเซลีน นั่นคือกระดูกขากรรไกร ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นให้การค้นหากลับมามีความหวังอีกครั้ง ต่อมาในเดือน ก.พ. มีการค้นพบชิ้นส่วนเพิ่มเติมใกล้กับแม่น้ำในละแวกนั้น ซึ่งประกอบด้วยกระดูก 5 ชิ้น ฟัน 2 ซี่ และกุญแจรถ

ตำรวจรัฐแทสเมเนียเชื่อว่าเซลีนหลงทางในป่าดิบชื้นที่รกทึบ และไม่พบร่องรอยที่บ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรือเหตุอาชญากรรม

"เราเชื่อว่าเธอขับรถไปที่น้ำตกฟิโลโซเฟอร์ จอดรถทิ้งไว้ แล้วออกเดินเท้าเข้าไปในป่าโดยตั้งใจว่าจะเดินเพียงระยะสั้น ๆ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ได้กลับออกมา" สารวัตรแอนดรูว์ แฮนสัน หัวหน้าทีมปฏิบัติการค้นหาครั้งล่าสุดกล่าว

"ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือและจุดที่พบโทรศัพท์ สนับสนุนสมมติฐานของเราที่ว่า เซลีนอาจตัดสินใจออกจากเส้นทางน้ำตกฟิโลโซเฟอร์ เพื่อใช้เส้นทางที่ตรงกว่าในการเดินกลับไปที่รถ โดยอาศัยแอปพลิเคชันในโทรศัพท์นำทาง ในช่วงเวลาที่แสงสว่างเริ่มหมดลง" สารวัตรแฮนสันกล่าว

"เราสันนิษฐานว่าเธอทำโทรศัพท์ตกและเดินต่อไปโดยไม่มีโทรศัพท์ติดตัว ทำให้หลงทิศทางในสภาพภูมิประเทศที่รกทึบ" เขากล่าวเสริม

Céline with her arm around Justine kissing her cheek while gently holding her other cheek. Both are wearing casual tops.

ที่มาของภาพ, Justine Ropet

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพยืนยันอัตลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการแล้ว ชิ้นส่วนร่างของเธอก็ถูกส่งคืนให้กับครอบครัว และมีการประกอบพิธีฝังศพของเซลีนที่ประเทศเบลเยียมในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

"นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งแต่ก็จำเป็นต้องเกิดขึ้น ฉันคิดว่ามันช่วยให้เรายอมรับความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเซลีนได้ในที่สุด และถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการเยียวยาจิตใจของฉัน" จัสตีนกล่าว

ในช่วงหลายเดือนนับตั้งแต่งานศพของเซลีน จัสตีนกล่าวว่าเธอต้องเผชิญกับอารมณ์ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามามากมาย แต่เธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจต่อเหล่าอาสาสมัครทุกคนที่ช่วยเหลือเธอ

"มีการเปิดเผยชื่ออาสาสมัครบางส่วนผ่านสื่อมวลชนไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งฉันคิดว่าทุกคนล้วนมีความสำคัญและต่างก็มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย" เธอกล่าว

จัสตีนหวังว่าการเสียชีวิตของเซลีนจะช่วยกระตุ้นให้นักเดินป่าและนักเดินทางคนอื่น ๆ ตระหนักและเพิ่มความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย รวมถึงเตรียมช่องทางให้สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา

"เซลีนเป็นคนรอบคอบและฉลาดมากคนหนึ่ง จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามีในตอนนี้ ทำให้รู้ว่าเธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดในป่า" เธอเล่าให้ฟัง

เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จัสตินได้เดินทางไปที่ประเทศสเปนเพื่อรำลึกถึงวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 34 ปีของเซลีน และเธอยังวางแผนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกตามที่ทั้งคู่เคยคุยกันไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน เธอจะพกหินรูปหัวใจสีชมพูติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้นึกถึงเซลีนอยู่ตลอดเวลา

"ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวต่อไป เพื่อตัวเธอ และเพื่อเราทั้งสองคน" เธอกล่าวทิ้งท้าย