'จ่ายเงินค่าไถ่หรือไม่ก็ถูกผ่าไต' ชะตากรรมผู้อพยพชาวเคิร์ดที่ถูกลักพาตัวในลิเบียระหว่างเดินทางไปอังกฤษ

A large group of young men wearing hooded sweatshirts and light-blue surgical masks sit closely together on the floor in a crowded indoor space. Most face forward toward the camera, with some looking downward or to the side. The setting appears dimly lit, with people packed tightly in rows, filling the frame from foreground to background. Clothing is mostly dark or neutral tones, and the confined arrangement suggests limited space.

ที่มาของภาพ, Kurdish Regional Government

คำบรรยายภาพ, ตัวประกันกว่า 100 คนถูกส่งตัวกลับไปยังภูมิภาคคอร์ดิสถาน (Kurdistan) ในอิรัก หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
    • Author, เบน มิลเน
    • Role, บีบีซีนิวส์
    • Author, ซู มิทเชลล์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

บีบีซีได้รับรายงานว่ามีผู้อพยพกว่า 300 คนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสหราชอาณาจักรเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ถูกลักพาตัว ทรมาน และข่มขู่ว่าจะบังคับผ่าตัดเอาอวัยวะภายในออก

ชายหนุ่มทั้งหมดเป็นชาวเคิร์ด จากประเทศอิรัก พวกเขาถูกกองกำลังติดอาวุธในลิเบียจับตัวไป และเรียกร้องค่าไถ่จำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 163,000 บาท) จากครอบครัวของแต่ละคน พร้อมทั้งขู่ว่าจะผ่าตัดไตของตัวประกันหากไม่จ่ายค่าไถ่โดยเร็ว

บีบีซีได้พูดคุยกับตัวประกันบางคนที่ได้รับการปล่อยตัวและได้เห็นหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าอาจมีการผ่าตัดเกิดขึ้นจริง อดีตตัวประกันได้แสดงหลักฐานการถูกทรมาน และเล่าว่าพวกเขาถูกขังอยู่ในสภาพแออัด โดยมีคนเกือบ 180 คนถูกขังอยู่ในห้องขังเดียวกัน

ขณะนี้ทราบว่ามีตัวประกันเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคน และยังไม่ชัดเจนว่ามีผู้ที่ยังถูกกักขังอยู่อีกจำนวนเท่าใด

กองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้มีหน้าที่นำทางผู้อพยพผ่านลิเบียไปยังชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่พวกเขาเกิดข้อพิพาทเรื่องเงินกับ โนอาห์ แอรอน นักลักลอบขนคนเข้าเมืองชาวเคิร์ด-อิรัก ผู้จัดเตรียมการเดินทางให้ผู้อพยพกลุ่มนี้ ซึ่งปัจจุบันนายแอรอนกำลังรับโทษจำคุก 10 ปีในฝรั่งเศสจากความผิดฐานฟอกเงินและลักลอบขนคนเข้าเมืองในคดีอื่น

รายละเอียดของการลักพาตัวครั้งนี้ปรากฏขึ้นระหว่างการสืบสวนของบีบีซีเกี่ยวกับนักลักลอบขนคนเข้าเมืองอีกคนที่ชื่อ คาร์โด จาฟ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเขาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเชื่อว่านักลักลอบขนคนเข้าเมืองทั้งสองเคยทำงานร่วมกันมาก่อน และทั้งคู่มาจากเมืองรานยา (Ranya) ในเขตเคอร์ดิสถาน ของอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ "เต็มไปด้วยเครือข่ายการลักลอบขนคนเข้าเมือง" ตามรายงานของสถาบันคลังสมองแชทแฮมเฮ้าส์ (Chatham House) ในสหราชอาณาจักร

เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ทีมสืบสวนของบีบีซีกำลังสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับชายที่ชื่อจาฟ ในเมืองรานยา มีชายท้องถิ่นรายหนึ่งเข้ามาหาและบอกว่าลูกชายของเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกจับตัวไป โดยชายคนดังกล่าวเล่าว่า แก๊งลักลอบขนคนเข้าเมืองของนายแอรอนได้เรียกเก็บเงินจากครอบครัวของเขาเป็นเงินหลายพันดอลลาร์สหรัฐเพื่อจัดเตรียมการเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร ซึ่งต้องเดินทางผ่านแอฟริกาเหนือและข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าสู่ยุโรป

เส้นทางนี้จะต้องผ่านประเทศลิเบีย ซึ่งแอนโทนี ดันเคอร์ลีย์ ที่ปรึกษาจากสหประชาชาติผู้ศึกษาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในพื้นที่ดังกล่าวระบุว่า เป็นประเทศที่มี "สุญญากาศทางอำนาจรัฐอย่างมหาศาล" และพื้นที่ส่วนใหญ่ของลิเบียอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธที่เป็นคู่แข่งกัน โดยเครือข่ายการลักลอบขนคนเข้าเมืองต้องพึ่งพาความร่วมมือจากกลุ่มเหล่านี้

Noah Aaron stands outdoors in a wooded area with dense green trees and sunlight filtering through the foliage. He is wearing a short-sleeved blue T-shirt and is holding a long firearm with both hands; the firearm has a visible magazine and is angled slightly across the body. The background consists of tree trunks, leaves, and undergrowth, with no buildings or other people visible.
คำบรรยายภาพ, โนอาห์ แอรอน นักลักลอบขนคนเข้าเมืองกำลังรับโทษจำคุก 10 ปีในประเทศฝรั่งเศส

บีบีซีทราบข้อมูลมาว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2025 กลุ่มผู้อพยพหลายกลุ่มที่บินจากเขตเคอร์ดิสถานของอิรักเข้ามายังลิเบีย ถูกนำตัวไปยังสถานที่คุมขังที่มีการเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา

จากนั้นกองกำลังติดอาวุธได้เรียกค่าไถ่จำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 163,000 บาท) ต่อตัวประกันหนึ่งคน โดยอ้างว่าแอรอนไม่ได้จ่ายเงินตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ ครอบครัวของตัวประกันได้รับคำเตือนว่าหากไม่มีการส่งเงินโดยเร็ว จะมีการชำระค่าไถ่แทนด้วย "ไต" ของตัวประกัน

ชาวลิเบียกลุ่มดังกล่าวยังได้ส่งรูปภาพและวิดีโอของตัวประกันมา ซึ่งหลายภาพมีความรุนแรงและน่าสะเทือนใจ หนึ่งในคลิปวีดีโอมีการถ่ายภาพชายหนุ่มคนหนึ่งขณะที่เขาถูกบอกว่ากำลังถูกนำตัวไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาไตออก

ชายในพื้นที่เมืองรานยา ที่เข้ามาพบกับบีบีซีกล่าวว่าเขาได้จ่ายค่าไถ่ไป และลูกชายของเขาเป็นหนึ่งในตัวประกัน 110 คนที่ถูกส่งตัวกลับบ้านเมื่อเดือน ม.ค. โดยเครื่องบินที่จัดหาโดยรัฐบาลอิรัก

อย่างไรก็ตาม เขาได้แสดงรูปภาพที่ลูกชายส่งมาให้ในขณะที่ถูกคุมขัง ซึ่งเผยให้เห็นรอยแผลสดที่พวกเขาเกรงว่าจะเป็นรอยแผลจากการถูกบังคับผ่าตัดอวัยวะภายในออก

หลังจากที่ได้พูดคุยกับชายคนนี้เพียงไม่นาน ก็มีผู้คนอีกหลายสิบคนเดินเข้ามาหาเรา พร้อมทั้งนำรูปภาพจากโทรศัพท์มือถือที่คล้ายคลึงกันมาให้ดู

A small, worn room with damp, peeling walls and a stained floor. On the dark-painted wall, several names and words are handwritten in white, including “2025,” “Never Give Up,” and a list of names arranged vertically. In the corner, a section of tiled wall is partially visible and discolored. The lower half of a person wearing dark clothing stands near the corner, with part of the body obscured by a red mark. A small graphic with a broken heart emoji, a flag, and Arabic text appears near the bottom of the image.

ที่มาของภาพ, Instagram

คำบรรยายภาพ, โพสต์บนโซเชียลมีเดียจากตัวประกันรายหนึ่งแสดงให้เห็นสภาพห้องที่พวกเขาอ้างว่าเป็นสถานที่ที่พวกเขาถูกกักขังไว้

ภายหลังเราได้นำภาพถ่ายภาพหนึ่งไปให้ที่ปรึกษาทางการแพทย์ในสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่ารอยแผลดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับการผ่าตัดที่มักเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัดไต อย่างไรก็ตาม บีบีซียังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการผ่าตัดเอาอวัยวะออกไปจริงหรือไม่

การลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปตามเส้นทางอพยพผ่านประเทศลิเบีย ดันเคอร์ลีย์ กล่าวว่ากลุ่มอาชญากรสามารถฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่รัฐควบคุมพื้นที่บางแห่งได้จำกัด ทำให้การสืบสวนและดำเนินคดีเป็นไปอย่างยากลำบาก

ตัวประกันจำนวนมากได้รับการปล่อยตัวแล้ว ครอบครัวบางครอบครัวจ่ายค่าไถ่อย่างรวดเร็ว แต่ทางการเคิร์ดสงสัยว่าตัวประกันคนอื่น ๆ อาจต้องจ่ายค่าไถ่ด้วยอวัยวะภายในของตน

บีบีซียังได้พูดคุยกับผู้ที่เดินทางกลับมายังเมืองรานยาบางคนด้วย

ชายหนุ่มคนหนึ่งเล่าว่าเขาถูกทรมานด้วยการถูกไฟลวกที่ขา โดยเขาถลกกางเกงขึ้นเพื่อแสดงรอยแผลให้บีบีซีดู

เด็กชายวัย 16 ปีรายหนึ่งเล่าว่าเขาเป็นหนึ่งใน 178 คนที่ถูกขังอยู่ในห้องขังเล็ก ๆ "พวกเราไม่ได้เห็นแสงแดดเลยเป็นเวลาหกเดือน"

เขากล่าวว่าห้องขังแออัดมากจนทุกคนต้องนอนในท่านั่ง นักโทษทุกคนต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันเพียงห้องเดียวและใครที่ใช้เวลานานก็จะถูกทุบตี

ครอบครัวของตัวประกันบอกกับบีบีซีว่า อาหารมีเพียงขนมปังวันละหนึ่งชิ้นเท่านั้น แต่จะได้รับก็ต่อเมื่อพวกเขาจ่ายเงินเพิ่มให้กับผู้คุม

แม้จะมีความเสี่ยง แต่กระแสการอพยพผิดกฎหมายจากเขตเคอร์ดิสถานของอิรักไปยังยุโรปก็ยังดำเนินต่อไป เฮมน์ เมรานี เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลส่วนภูมิภาคเคอร์ดิสถานระบุ

เขาได้ขอร้องให้ตัวประกันที่ได้รับอิสรภาพกลับมาบอกเล่าประสบการณ์อันเลวร้ายนี้แก่เพื่อนฝูงและครอบครัว เพื่อปรามไม่ให้พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางบนเส้นทางเดิม

แต่เขากลับเล่าถึงเรื่องราวของพ่อคนหนึ่งที่ลูกชายเสียชีวิตในลิเบียหลังสงสัยว่าถูกบังคับผ่าตัดเอาอวัยวะภายในออก โดยในงานศพที่เมืองรานยา ชายผู้นี้ได้พบว่าลูกพี่ลูกน้องของลูกชายเขาอีกสองคนเพิ่งออกเดินทางออกไปยุโรปเมื่อไม่นานมานี้

"ส่วนที่น่าเศร้าที่สุดของเรื่องนี้คือ เราไม่เคยเรียนรู้จากมันเลย" เมรานี กล่าว