You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สื่อสหรัฐฯ เผยทรัมป์แอบเปลี่ยนเครื่องบินอย่างลับ ๆ หวั่นภัยคุกคามจากอิหร่าน หลังประชุมสุดยอดนาโตในตุรกี
- Author, เจสสิกา รอว์นสลีย์
- Published
- เวลาอ่าน: 4 นาที
สื่อมวลชนในสหรัฐอเมริการายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แอบเปลี่ยนเครื่องบินอย่างลับ ๆ ขณะเดินทางออกจากประชุมสุดยอดผู้นำนาโต (NATO) ในประเทศตุรกีเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะถูกอิหร่านคุกคาม
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ ก่อนที่จะถูกลักลอบพาตัวขึ้นรถขนส่งอาหารของสนามบินที่ยกระดับขึ้นสูง แล้วส่งต่อไปยังเครื่องบินทางการทหาร โดยที่ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางส่วนบนเครื่องบินไม่รู้เรื่อง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ (CBS News) ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ตรวจพบภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือว่าอิหร่านอาจยิงขีปนาวุธใส่เครื่องบินลำดังกล่าว ทั้งนี้ ทำเนียบขาวไม่ได้ยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางที่เป็นความลับนี้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวไว้ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงอังการาว่า เขาคือ "เป้าหมายอันดับหนึ่ง" ของอิหร่าน
ปฏิบัติการลับดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารใส่อิหร่านอีกครั้ง ภายหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติสงครามต้องหยุดชะงักลง
ทรัมป์เดินทางมาถึงตุรกีด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 รุ่นใหม่กว่า ซึ่งได้รับการรับมอบจากกาตาร์ แต่เขาได้ประกาศว่าจะเดินทางกลับด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า "เพื่อรำลึกความหลัง"
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่าเขากำลังขึ้นเครื่องบินประธานาธิบดีที่สนามบินอังการา แต่ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์ หลังจากนั้นเขาถูกแอบพาตัวไปยังเครื่องบินทางการทหารรุ่น C-32A ที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 757 ที่ผ่านการดัดแปลงและมักใช้โดยรองประธานาธิบดี โดยอาศัยรถขนส่งอาหารที่ถูกยกขึ้นไปเทียบระดับเดียวกับตัวเครื่องบินในฝั่งตรงข้ามกับจุดที่เขาขึ้นเครื่องในตอนแรก
พีธ เฮกเซท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ขึ้นเครื่องบิน C-32A แยกต่างหากโดยใช้บันไดภายนอก เพื่อให้เที่ยวบินดูเหมือนเป็นไปตามปกติ รายงานของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางส่วนได้ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน และมีรายงานว่าถูกบอกให้ปิดม่านหน้าต่างลง โดยที่ไม่ทราบว่าประธานาธิบดีไม่ได้อยู่บนเครื่องอีกต่อไปแล้ว
จากนั้น ทรัมป์ได้บินไปยังสหราชอาณาจักรระหว่างทางกลับสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้กลับขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าอีกครั้ง และมีผู้พบเห็นเขากำลังเดินลงจากเครื่องบินหลังจากลงจอดที่ฐานทัพอากาศ มิลเดนฮอลล์ (RAF Mildenhall)
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเขาย้ายจากเครื่อง C-32A กลับไปยังเครื่องบินลำเดิมได้อย่างไร
จากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้ย้ายไปขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ที่ได้รับบริจาคจากกาตาร์ เพื่อเดินทางกลับไปยังกรุงวอชิงตัน
ระหว่างเที่ยวบินนั้น ทรัมป์ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่อง โดยกล่าวถึงภัยคุกคามจากอิหร่าน แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการสลับเครื่องบินก่อนหน้านี้
เมื่อถูกถามว่าเหตุใดผู้สื่อข่าวจึงได้รับคำสั่งให้ลดม่านหน้าต่างลงบนเครื่องบินที่เดินทางมาจากตุรกี ทรัมป์กล่าวว่า "เพราะพวกคุณน่าจะอยู่บนเที่ยวบินที่อันตรายเนื่องจากพวกคนน่ารังเกียจที่เราต้องรับมือด้วย"
เขากล่าวว่าตนมี "ภัยคุกคามตลอดเวลา" ในชีวิตของเขา และเขาคือ "หมายเลขหนึ่ง" บน "รายชื่อ[เป้าหมาย]" ของอิหร่าน
"แต่ถ้าผมเป็นอะไรไป พวกคุณก็ไปด้วย ใช่ไหม?" เขากล่าว พร้อมเสริมว่า "บางทีวันหนึ่งพวกคุณอาจจะอยากเปลี่ยนอาชีพก็ได้"
สตีเวน ชุง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวโดยตรง แต่กล่าวว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่เป็น "อากาศยานที่ล้ำสมัย" ซึ่งติดตั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ของเขา
ข่าวกรองของสหรัฐฯ เคยเตือนถึงภัยคุกคามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการโจมตีต่อทรัมป์ หรือเครื่องบินของเขา ตามรายงานก่อนหน้านี้ของซีบีเอส นิวส์
หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เคยรายงานเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ รวมถึงกรณีที่หน่วยอารักขาเคยเรียกร้องให้ทรัมป์เปลี่ยนเครื่องบินระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดนาโตด้วย
ผู้สื่อข่าวหลายคนของสำนักพิมพ์ดังกล่าวถูกเรียกตัวไปให้การภายใต้คำสาบานเพื่อตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าว ต่อมากระทรวงยุติธรรมได้แจ้งกับบีบีซีว่า กำลังสืบสวนเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สหรัฐฯ ใช้เวลาหลายเดือนในการปรับปรุงเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประธานาธิบดี โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับซีบีเอส นิวส์ ว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันรุ่นเก่ามีเทคโนโลยีเลเซอร์เพื่อเบี่ยงเบนวิถีขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องบินของกาตาร์มีระบบใดบ้าง
คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้กับซีบีเอส นิวส์ ว่า "แอร์ฟอร์ซวันลำใหม่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์สำหรับการเดินทางของประธานาธิบดี แต่จะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนจึงจะแล้วเสร็จ"