สามีชาวอังกฤษปฏิเสธให้ปากคำกับตำรวจกรณีการตายของ ลำดวน สีกันยา

ที่มาของภาพ, FAMILY HANDOUT
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
สามีชาวอังกฤษของ ลำดวน สีกันยา หญิงไทยที่เสียชีวิตอย่างปริศนาในอังกฤษเมื่อ 19 ปีก่อน ไม่ปรากฏตัวตามนัดกับตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือที่มาสอบปากคำเขาในไทยในฐานะพยาน
การไม่ให้ความร่วมมือของเดวิด อาร์มิเทจกับตำรวจอังกฤษจะส่งผลกระทบต่อความประสงค์ของพ่อแม่ของลำดวนที่อยากนำร่างของบุตรสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ. อุดรธานี เนื่องจากต้องได้รับความยินยอมจากสามี ซึ่งถือเป็นญาติผู้ใกล้ชิดที่สุดทางกฎหมาย
อดัม ฮาร์แลนด์ ผู้ควบคุมทีมสืบสวนหลักของหน่วย “โคลด์ เคส” (cold case) หรือคดีเก่าที่ยังค้างคาไม่ได้รับการคลี่คลาย ของสำนักงานตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยเมื่อ 24 ก.พ. หลังทำงานเก็บข้อมูล สอบปากคำพยานในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.กาญจนบุรี ที่ทำงานและพักอาศัยของ เดวิด อาร์มิเทจ และลูกสาว ตั้งแต่ 12 ก.พ. ว่าได้พูดคุยกับพยานคนสำคัญแทบทั้งหมดแล้วยกเว้นแค่พยานปากสำคัญบางคนที่ปฏิเสธที่จะให้การในฐานะพยาน
นายฮาร์แลนด์ไม่เอ่ยชื่อว่าพยานผู้นี้คือใคร แต่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษที่ร่วมทำคดีนี้กับตำรวจอังกฤษบอกบีบีซีไทยว่า คือ นายอาร์มิเทจ และลูกสาวของเขากับลำดวน
“จริงอยู่ว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่ได้คุยกับสมาชิกครอบครัวของลำดวนครบทุกคน แต่ข้อมูลที่เราได้มาทั้งหมดถือว่ามีประโยชน์มาก ๆ และต่อจากนี้ไปเราจะรวบรวมหลักฐานที่เราได้ทั้งหมดเพื่อยื่นต่ออัยการ และเราต้องมาคอยดูกันว่าจะมีคำสั่งอะไรต่อไป” นายฮาร์แลนด์กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ในขณะเดียวกัน นางจูมศรี สีกันยา ผู้เป็นมารดาของลำดวน ก็ได้แต่เฝ้ารอการกลับมาของศพของลูกสาว เพื่อนำมาประกอบพิธีกรรมตามศาสนา แต่ดูเหมือนการนำร่างกลับมาจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการส่งร่างไร้วิญญาณของลำดวนกลับมาที่ประเทศไทยนั้นคือการต้องได้รับการลงนามยินยอมโดยสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุด ซึ่งในที่นี้คือนายเดวิด อาร์มิเทจ
“นอกจากเอกสารอันยุ่งยากและการต้องขออนุญาตหลายขั้นตอน สิ่งที่ทำให้การส่งศพของลำดวนกลับมายากลำบากที่สุดคือการต้องได้รับการเซ็นยินยอมโดยสามีของเธอ ซึ่งเป็นทายาทลำดับถัดไปที่ถูกต้องตามกฎหมาย” นายฮาร์แลนด์กล่าว
แต่เมื่อนายอาร์มิเทจ ปฏิเสธที่จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง ๆ ที่มีการยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่ายินยอมเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยานในวันที่ 23 ก.พ. ที่ จ.กาญจนบุรี ที่เขาทำงานและพักอาศัยอยู่ โดยอ้างเหตุผลทางด้านสุขภาพ จึงทำให้ความหวังในการนำร่างของลำดวนกลับมาบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อ อาจต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่ง
"แม่ที่เข้มแข็ง"

ที่มาของภาพ, DONLAWAT SUNSUK/BBC THAI
นายฮาร์แลนด์พร้อมด้วยทีมสืบสวนจากสำนักงานตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือ เดินทางเข้าพบนายบัวสา พ่อ และนางจูมศรี แม่ของลำดวน ที่บ้านของพวกเขาใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เมื่อ 14 ก.พ. และใช้เวลาอยู่ในพื้นที่สองวันเต็มเพื่อพูดคุยกับสมาชิกครอบครัว เพื่อนบ้าน คนในหมู่บ้าน และเพื่อนเก่าของลำดวน เพื่อรวบรวมหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับลำดวน
“เราจำเป็นต้องพูดคุยกับคนที่รู้จักเธอดี การสืบสวนจะก้าวหน้าไปไม่ได้ หากไม่มีข้อมูลจากครอบครัวที่บอกเล่าถึงทุกแง่มุมในชีวิตของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสองสามเดือนก่อนเธอจะเสียชีวิต” นายฮาร์แลนด์อธิบาย
เขาเล่าถึงวันที่บรรยากาศการลงพื้นที่ที่อุดรธานีว่าถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะล่ามที่เขาไปไม่เข้าใจภาษาท้องถิ่นอย่างถ่องแท้ แต่ก็พยายามที่จะทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่แม่ของลำดวนพูด
“คุณจูมศรีเป็นแม่ที่เข้มแข็งมาก เธอต้องผ่านอะไรมาหลายอย่างและรอคอยมาเป็นเวลานาน ผมและทีมงานก็พยายามจะรวบรวมหลักฐานมาให้ได้มากที่สุด”

ที่มาของภาพ, North Yorkshire Police
ตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือ ยังได้มอบหนังสือรำลึกที่จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงลำดวน ประกอบด้วยภาพพิธีศพที่จัดขึ้นในหมู่บ้านฮอร์ตัน อิน ริบเบิลส์เดล เมื่อปี 2550 ซึ่งประชาชนในพื้นที่ลงขันกัน เรื่องค่าใช้จ่าย
"เราอยากแสดงให้พ่อแม่ของลำดวนเห็นว่า ชาวเมืองฮอร์ตันห่วงใยและเคารพในตัวลำดวนตลอดกระบวนการสืบสวน โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนของ 'สตรีแห่งขุนเขา' ได้" นายฮาร์แลนด์ กล่าว
"นายและนางสีกันยา ตื้นตันใจมาก และขอให้เราส่งคำขอบคุณไปยังประชาชนในชุมชนฮอร์ตัน อิน ริบเบิลส์เดล"
การสืบสวนอย่างเป็นทางการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การลงพื้นที่สืบพยานเพิ่มเติมของตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือ เป็นการสืบสวนร่วมกันกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผ่านนายอุดมการณ์ วโรตม์สิกขดิตถ์ ผู้อำนวยการส่วนกิจการต่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ ของดีเอสไอ โดยการร่วมมือกันนี้มีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพูดคุยกับพยานแวดล้อมตามแนวคำถามที่ตำรวจยอร์กเชียร์เหนือร่างให้
“การสืบสวนครั้งนี้ถือว่าเป็นการสืบพยานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยของคดีนี้” นายอุดมการณ์อธิบายกับบีบีซีไทย
“เจ้าหน้าที่ของเราและตำรวจเขตยอร์กเชียร์เหนือเข้าพื้นที่พูดคุยกับพยาน และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากพ่อและแม่ของคุณลำดวน เพราะที่ผ่านมาเป็นการเก็บตัวอย่างเพื่อเทียบเคียงกับศพนิรนามเพื่อยืนยันเท่านั้น แต่คราวนี้ถือเป็นการเก็บหลักฐานเพื่อระบุตัวตนอย่างเป็นทางการครั้งแรก”
นายอุดมการณ์กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปคือ นำตัวอย่างที่เก็บไป นำไปยืนยันตัวบุคคลและออกใบมรณบัตรต่อไป เพราะตั้งแต่ที่นางลำดวนเสียชีวิต ศพดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการมาก่อน
ถึงแม้ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่เป็นที่ยืนยัน แต่นายอุดมการณ์คาดการณ์ว่าในใบมรณะบัตรอย่างเป็นทางการน่าจะรุบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า “ไม่ทราบสาเหตุ”
นายอุดมการณ์อธิบายเพิ่มเติมว่าการสืบสวนที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการสืบสวนที่ได้รับการร้องขอมาจากทางตำรวจยอร์กเชียร์เหนือ ผ่านสำนักงานอัยการในไทย เพราะคดีไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย และด้วยการตอนการเดินเอกสารทั้งทางต้นทางและปลายทางที่นาน ประกอบกับการปิดประเทศช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ช่วงเวลาการรื้อคดีกินเวลาค่อนข้างยาวนาน
“คุณยายจูมศรีก็ดีใจที่เห็นตำรวจอังกฤษมาช่วย ทุกคนให้ความร่วมมือในการตอบคำถามเป็นอย่างดี แต่เราไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าพูดคุยอะไรกันบ้าง เพราะยังอยู่ในชั้นความลับ” อุดมการณ์กล่าว
พยานคนสำคัญปฏิเสธให้ปากคำ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
หลังจากที่ทีมงานได้เดินทางไปสืบสวนในพื้นที่ จ.อุดรธานี เสร็จเรียบร้อย สัปดาห์สุดท้ายของการพำนักไทยของตำรวจยอร์กเชียร์เหนือ คือการลงพื้นที่ใน จ.กาญจนบุรี ที่ซึ่งเป็นสถานพำนักอาศัยและทำงานของนายเดวิด อาร์มิเทจ และลูกสาวที่อาศัยอยู่กับเขา
“ทางตำรวจยอร์กเชียร์เหนือขอให้เราช่วยบันทึกถ้อยคำจากเพื่อน และเพื่อนร่วมงานของคุณเดวิดที่มหาวิทยาลัยที่เขาสอนอยู่ ซึ่งเราก็ได้พบกับทุกคนและบันทึกถ้อยคำเป็นที่เรียบร้อยตามร้องขอ” นายอุดมการณ์กล่าว
“ในส่วนของคุณเดวิด ก็ยืนยันกับทางดีเอสไอแล้วว่าจะมาให้ถ้อยคำในวันที่ 23 ก.พ. เช่นเดียวกันกับลูกสาวที่ยืนยันว่าจะมาให้ถ้อยคำเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าพอถึงวันจริง คุณเดวิดติดต่อมาและบอกว่าไม่ค่อยสบาย และมีปัญหาส่วนตัว ส่วนลูกสาวบอกแค่ว่าไม่สะดวกทั้ง ๆ ที่ตอนแรกบอกแล้วว่ายินดีให้ความร่วมมือ”
“นอกจากนี้เพื่อนสนิทของคุณเดวิดที่อาศัยอยู่ด้วยกันในปัจจุบันก็ปฏิเสธการให้ถ้อยคำด้วยเช่นกัน”
โดยนายอุดมการณ์อธิบายว่าการปฏิเสธของทั้งสามคนสามารถทำได้ตามสิทธิของพวกเขา เพราะทั้งสามคนในปัจจุบันนี้มีสภานะเป็นเพียงพยานเท่านั้น
“การปฏิเสธการให้ปากคำก็ถือว่าเป็นคำตอบแล้ว” นายฮาร์แลนด์กล่าว
ขั้นตอนต่อไป

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
หลังจากที่ร่วมลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายฮาร์แลนด์จะนำหลักฐานที่ได้รับอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยกลับไปสหราชอาณาจักร และนำหลักฐานที่ได้มาใหม่จากไทยไปรวมกับหลักฐานที่ได้เก็บไว้ก่อนหน้านี้แล้วไปประกอบการสืบคดีนี้เป็นการต่อไป
“เราหวังว่าพยานที่ยังไม่ได้ให้ถ้อยคำกับตำรวจไทย จะยินยอมเข้าให้ถ้อยคำในเร็ว ๆ นี้ เพราะหลักฐานดังกล่าวจะช่วยรูปคดีเป็นอย่างมาก” นายฮาร์แลนด์กล่าว
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและดูเหมือนจะยุ่งยากที่สุดหลังจากที่มีหลักฐานระบุตัวบุคคลอย่างเป็นทางการของศพลำดวน คือขั้นตอนการขออนุญาตโบสถ์ที่ร่างของลำดวนถูกฝังอยู่ เพื่อนำร่างของเธอกลับไปที่ไทย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องได้รับเอกสารคำยินยอมจากญาติลำดับต้น นั่นคือสามีของลำดวนในการเคลื่อนศพออกเสียก่อน
หากไม่ได้รับคำยินยอมโดยตรง โบสถ์จำเป็นต้องถามถึงเหตุผลก่อนจะให้หรือไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายศพ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดยนายฮาร์แลนด์อธิบายว่าขั้นตอนที่ดูเป็นไปได้ที่สุดก็คือการจัดพิธีฌาปนกิจศพที่สหราชอาณาจักร และนำอัฐิกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย
“มันเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก…แต่ถ้าเราได้พูดคุยกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง มันจะช่วยเร่งให้ขบวนการดังกล่าวให้ลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว” นายฮาร์แลนด์กล่าว
“สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือรวบรวมหลักฐานให้ได้มากทุสุดเพื่อที่จะระบุให้ได้ว่าอะไรหรือใครอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของลำดวน ถึงแม้การลงพื้นที่ในช่วงเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจะช่วยให้เราจัดการกับข้อมูลและความคิดเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ผมไม่อยากให้นี่เป็นการให้ความหวังกับแม่ของลำดวนว่าคดีนี้จะถูกคลี่คลายอย่างง่ายดาย”
นายฮาร์แลนด์อธิบายเพิ่มเติมว่าการลงพื้นที่สืบสวนร่วมกับดีเอสไอในครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญของคดีนี้ แต่ก็ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมายเมื่อตนกลับไปสหราชอาณาจักร และทางตำรวจไทยก็ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกหลายสิ่ง
ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานตั้งแต่ลำดวนหายตัวไป จนมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้นางจูมศรีรู้สึกหมดหวังกับการที่จะได้ร่างของลูกสาวมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
“สิ่งที่คุณยายจูมศรีต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการได้ศพลูกสาวกลับมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนเรื่องคดีความคุณยายบอกว่าไม่ติดใจก็ได้ ท่านอยากจะได้ศพมาบำเพ็ญกุศลก่อนท่านจะจากไปมากกว่าเพราะท่านป่วยและอายุมากแล้ว” นายอุดมการณ์กล่าว
ย้อนรอยคดี “เจ้าสาวชาวไทย”

ที่มาของภาพ, North Yorkshire Police
ก.ย. 2547 นักท่องเที่ยวพบศพหญิงเอเชีย ไม่ทราบชื่อ ในลำธารสายหนึ่งใกล้กับเขาเพนนีเกนต์ ในอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์ ประเทศอังกฤษ จากการตรวจร่างกายพบว่ามีส่วนสูง 149 ซม. และน้ำหนัก 63 กก. ส่วนอายุอยู่ที่ประมาณ 25-35 ปี ผมสีน้ำตาลเข้มประบ่า
2559 คดีของหญิงเอเชีย นิรนาม ถูกส่งต่อให้ทีมสืบสวนคดีที่ปิดไม่ลง (cold case) ความก้าวหน้าทางนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เริ่มพบเบาะแสที่ชี้ถึงตัวตนของศพได้
มี.ค. 2561 ตำรวจยอร์กเชียร์เหนือเปิดเพจในเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ 'Can you identify this woman? - คุณสามารถระบุตัวผู้หญิงคนนี้ได้หรือไม่? และเชิญชวนให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยกันระบุตัวผู้หญิงคนดังกล่าว
ธ.ค. 2561 บีบีซีรายงานข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี โดยการทดสอบจากกระดูกและฟันยืนยันว่าหญิงคนดังกล่าวเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชี้ว่า อาจเป็นคดีฆาตกรรม และด้วยสัดส่วนเนื้อทองคำที่สูงในแหวนทองที่พบในตัวผู้ตาย ตำรวจอังกฤษจึงเชื่อว่าเป็นหญิงไทย
ม.ค. 2562 นายบัวสา และนางจูมศรี สองสามีภรรยาชาวอุดรธานี เขียนจดหมายถึงเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร แจ้งการหายตัวไปของลูกสาวที่แต่งงานกับหนุ่มอังกฤษ และขาดการติดต่อไปตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับคดี “เจ้าสาวชาวไทย”
ม.ค. 2562 เจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของนายบัวสา และนางจูมศรี เพื่อส่งไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอของหญิงเคราะห์ร้ายในคดีที่ตำรวจอังกฤษยังปิดไม่ลง
มี.ค. 2562 สำนักงานตำรวจนอร์ทยอร์กเชียร์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จากการสืบสวนและผลตรวจดีเอ็นเอ ศพหญิงที่พบอุทยานแห่งชาติเป็นศพของนางลำดวน มี.ค. 2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอังกฤษในการสืบสวนกรณีการเสียชีวิตของนางลำดวน เพื่อให้ความยุติธรรมแก่นางลำดวนและครอบครัวต่อไป
ก.พ. 2566 ตำรวจยอร์กเชียร์เหนือเดินทางมาไทย เพื่อสอบปากคำพ่อ แม่ และสามีของลำดวน เพราะหวังจะ “ไขคดีฆาตกรรมปริศนานี้ให้ได้”



























