You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อภิปรายไม่ไว้วางใจ : มติสภาไว้วางใจ 11 รมต. จุรินทร์ได้คะแนนต่ำสุด
นายกรัฐมนตรี และ 10 รัฐมนตรีรอดจากศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายของรัฐบาล หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจให้ทุกคน แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำขู่จาก ส.ส. พรรคจิ๋ว ว่าจะโหวตคว่ำรัฐมนตรีบางคนก็ตาม โดยมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับความไว้วางใจสูงสุดตามคาดด้วยคะแนนเสียง 268 ต่อ 193 ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้รับความไว้วางใจรั้งท้ายเพียง 241 ต่อ 207 หรือห่างจากเพื่อนรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงโหวตสูงสุดถึง 27 คะแนน
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ด้วยคะแนนเสียง 256 ต่อ 206 งดออกเสียง 9 ไม่ลงคะแนน ไม่มี หลังใช้เวลา 4 วัน 4 คืน ในการเปิดอภิปรายไม่วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 11 คน
นี่ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่นายกฯ ประยุทธ์ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังบริหารราชการแผ่นดินมา 3 ปีเศษ และสุดท้ายก็ชนะโหวตในสภา โดยได้คะแนนไว้วางใจเป็นอันดับที่ 4 ตามหลังหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเลขาธิการ ภท.
เช่นเดียวกับรัฐมนตรีอีก 10 คน ที่ได้รับความวางใจจากเสียงส่วนใหญ่ของ ส.ส. แต่มีคะแนนลดหลั่นกันไป ดังนี้
- พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 256 ต่อ 206 งดออกเสียง 9 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 241 ต่อ 207 งดออกเสียง 23 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 264 ต่อ 205 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 268 ต่อ 193 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 212 งดออกเสียง 13 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการ ภท. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 262 ต่อ 205 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สังกัด พปชร. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 249 ต่อ 205 งดออกเสียง 18 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สังกัดปชป. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 209 งดออกเสียง 17 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการ พปชร. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 249 ต่อ 204 งดออกเสียง 18 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย สังกัด ปชป. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 246 ต่อ 206 งดออกเสียง 20 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สังกัด พปชร. ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 243 ต่อ 208 งดออกเสียง 20 ไม่ลงคะแนน ไม่มี
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค. ก่อนลงมติในวันนี้ (24 ก.ค.) ซึ่งฝ่ายค้านตั้งชื่อเอาไว้ว่า "ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน" โดยมีนายกฯ ตกเป็นเป้าหลักในการรุมถล่มติดต่อกัน 2 วันครึ่ง รวมระยะเวลาราว 30 ชม.
ในการผ่านญัตติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ต้องอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 239 เสียง จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 477 คน
ภายหลังนำรัฐบาลผ่านศึกศักฟอกครั้งล่าสุดมาได้ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่โหวตไว้วางใจให้รัฐมนตรีทุกคน พร้อมระบุว่านี่คือระบอบประชาธิปไตย และการทำงานของระบอบรัฐสภา และย้ำว่ายังไม่มีแนวคิดจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นำทีมฝ่ายค้านแถลงยอมรับผลการตัดสินของสภา พร้อมระบุว่า รัฐสภาในปัจจุบันมีความแปรปรวนด้วยปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการลงคะแนนค่อนข้างมาก ขอแสดงความเสียใจกับประชาชน เพราะผลที่ออกมาสวนทางกับผลการลงคะแนนของคณะราษฎร และการลงคะแนนผ่านสื่อช่องต่าง ๆ โดยหลังจากนี้ฝ่ายค้านจะรวบรวมหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการทุจริต นำไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป
ไชยยศขอโหวตคว่ำอดีตเลขาฯ ปชป.
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคที่ออกมาส่งสัญญาณว่าพวกเขาอาจโหวตสวนกับทิศทางของพรรคต้นสังกัด หรือมติของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)
ในส่วนของ ปชป. มีนายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนลำดับให้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. ในช่วงปลายรัฐบาล แจ้งต่อที่ประชุมพรรคเมื่อ 18 ก.ค. ว่าขออนุญาตใช้เอกสิทธิ์ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคบางคน
"เป็นที่รู้กันในวง ส.ส. พรรคว่าตอนเลือกตั้งปี 62 รัฐมนตรีที่เคยเป็นเลขาฯ พรรคยืมเงินผมไปหลายสิบล้าน สัญญาจะจัดลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้อยู่ไม่เกินลำดับที่ 12 แต่กลับจัดให้อยู่ลำดับที่ 28 ซ้ำยังนำคนมาใหม่มาแทรกตัดหน้า ถามไปก็ตอบเหตุผลไม่ได้" นายไชยยศกล่าวต่อที่ประชุมพรรค ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าบุคคลที่เขาพาดพิงคือนายจุตินั่นเอง
นายกฯ กล่อม "กลุ่ม 16" ไว้วางใจ รมต. ทุกคน
นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวจากบรรดา ส.ส. พรรคเล็ก/พรรคจิ๋ว ที่เรียกตัวว่า "กลุ่ม 16" และสถาปนานายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งออกมาประกาศจับตามองการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีบางคน พร้อมปล่อยชื่อ 7 รัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายถูกโหวตคว่ำ ประกอบด้วย พล.อ. อนุพงศ์, นายสุชาติ, นายชัยวุฒิ, นายสันติ, นายจุรินทร์, นายจุติ และนายนิพนธ์
ก่อนที่สมาชิกกลุ่ม 16 จะออกมาให้ข่าวว่าเคาะชื่อ 2 รัฐมนตรีที่จะโหวตคว่ำคือ นายสันติ และนายจุติ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจอีกครั้งในเวลา 1 วันก่อนการลงมติ เมื่อนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรักธรรม สมาชิกกลุ่ม 16 ออกมายอมรับว่าผู้ใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาลขอให้กลุ่ม 16 ทบทวนมติอีกครั้ง ยอมรับว่าเป็นเพียงแค่ผู้น้อย คงต้องเปิดใจและกลับมาทบทวนกันอีกครั้ง
นายพีระวิทย์เปิดเผยว่า นายกฯ ได้เชิญนายพิเชษฐไปหารือ และขอให้ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 11 คน และหากมีข้อสงสัยก็ยินดีเชิญรัฐมนตรีแต่ละคนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอยากให้ผลโหวตไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมี "คำกำชับเป็นพิเศษ" จาก พล.อ. ประวิตรให้กลุ่ม 16 โหวตไว้วางใจนายสันติไปแนวทางเดียวกันทุกคน โดยให้เหตุผลว่า "เขาเป็นเลขาธิการ พปชร. จะมีคะแนนต่ำกว่ารัฐมนตรีคนอื่นได้ยังไง" กลายเป็นคำขอที่บรรดา ส.ส. พรรคร่วมฯ ไม่อาจปฏิเสธ
นายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ในเช้าวันโหวตว่า หลังการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสลายกลุ่ม 16 เพราะจบภารกิจแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ. ประวิตร ได้เรียกตนไปพบ พร้อมตักเตือนถึงการรวมตัวของกลุ่ม 16 อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ขัดนโยบายของ พล.อ. ประวิตร ที่ไม่ต้องการให้มีกลุ่มก๊วนเกิดขึ้น ขอให้เลิกยุติกลุ่ม 16 และบอกว่าให้อภัย จึงรับปากไปแล้วว่าจะยุติบทบาทหัวหน้ากลุ่ม ส่วนใครจะดำเนินการต่อก็เป็นเรื่องของคนนั้น
ธรรมนัสแฉเองหลักฐานรับเงินเดือนของกลุ่ม 16
ผลจากการพลิกท่าทีของกลุ่ม 16 สร้างความไม่พอใจให้แก่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ซึ่งเคยดูแลและประสานงานกับ ส.ส. พรรคเล็ก/พรรคจิ๋ว ตั้งแต่สมัยเป็นเลขาธิการ พปชร. โดยเขาออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 22 ก.ค. และทิ้งวรรคทองเอาไว้ ดังนี้
- "ทำงานการเมืองต้องมีอุดมการณ์เพื่อบ้านเมืองและประชาชน หากทำการเมืองเพื่อหวังผลประโยชน์ระยะสั้น ๆ ผมไม่ร่วมเสวนาให้เสียเวลาด้วย"
- "นักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์ ผมจะจัดการด้วย ตลอดเวลาเอาผมไปพูด ไปนัดทานข้าวกับใครก็เอาผมไปพูดไปอ้าง ผมมีอุดมการณ์ของตัวเองอยู่แล้ว พรรคเศรษฐกิจไทยเรามีจุดยืนอยู่แล้ว แต่คุณเอาพรรคเศรษฐกิจไทยไปทำมาหากิน ผมไม่เอาด้วย ส่วนคนที่ไม่มีอุดมการณ์ที่ผมหมายถึงก็เกือบทั้งนั้น พรรคพวกนี้ 3-4 ปีที่ผ่านมา รับเงินเดือนจากใครให้จำไว้ ผมมีลายเซ็นทุกอย่าง รับเกิน 3,000 บาทระวังไว้เถอะ" และ "บริวารผมก็เยอะ หลายคนแค้น อยากยื่น ป.ป.ช. ด้วย ผมก็ไม่ห้าม"
- "เอาเราไปหากินแบบนี้ไม่เอา แสดงว่าตาบอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เราเลี้ยงไม่ดี นับตั้งแต่วันแรกคุณมาอย่างไร เอาอะไรจากผมไป ก็ไปคิดให้ดีก็แล้วกัน"
- "ไม่คิดว่าตัวเองจะมีราคาเยอะขนาดนี้ที่จะให้คนนำไปปั่นหุ้นได้" และ "คนที่เซ็นรับไว้ให้ระวัง อาจจะมีไลน์หลุดเรื่องนี้ อาจจะหลุดคืนนี้ (22 ก.ค.) เลยก็ได้ แล้วจะหนาว เพราะเราจะสั่งสอนคนที่ทำตัวไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ทั้งที่ประชาชนเลือกมา แต่ไม่มีอุดมการณ์"
ค่ำวานนี้ ปรากฏว่ามีข้อความจากกลุ่มไลน์หนึ่งหลุดออกมาเผยแพร่ทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาและภาพที่ปรากฏเผยให้เห็นรายชื่อของ ส.ส. พรรคเล็ก/พรรคจิ๋ว เซ็นรับเงินเดือนประจำเดือน มี.ค.2563 หลายคน และมีภาพหลักฐานการโอนเงินไปยังบุคคลปลายทางชัดเจน เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท/เดือน
สำหรับ ร.อ. ธรรมนัสเป็นเจ้าของวาทะ "แจกกล้วยเลี้ยงลิง" ในช่วงต้นรัฐบาล ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้เจรจาตกลงต่อรองตำแหน่งทางการเมืองกับบรรดา ส.ส. พรรคเสียงเดียว
การลงมติในศึกซักฟอกหนนี้ ร.อ. ธรรมนัสได้นำทีมประกาศว่า ศท. เป็น "ฝ่ายค้านอิสระ" โดยระบุว่า จุดยืนของ ศท. ชัดเจนว่า "ใครไม่ดี เราก็เชือด ซึ่งก็เกือบทั้งหมดที่ไม่ดี เศรษฐกิจไทยเราเดินตามเสียงส่วนใหญ่ของฝ่ายค้าน" และยังบอกด้วยว่า "หากพรรคเศรษฐกิจไทย ใครแหกกติกา ก็ไม่เลี้ยง ผมทำการเมืองไม่ชอบเป็นโสเภณีทางการเมือง"
"มติประชาชน" โหวตสวนสภา ไม่ไว้วางใจ 11 รมต.
ในระหว่างที่ ส.ส. เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร นักกิจกรรรมการเมืองและประชาชนที่เรียกตัวเองว่าเครือข่าย "ราษฎร" ได้จัดกิจกรรม "แคมป์ปิ้งฟังสภา จับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์" คู่ขนานกันไป โดยใช้ลานหน้าอาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย และทำกิจกรรมปิดท้ายการชุมนุมด้วยการเปิดหีบลงมติภาคประชาชน ช่วงค่ำวันที่ 22 ก.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอภิปรายในสภา ซึ่งมีจุดลงมติหน้ารัฐสภา และจุดอื่น ๆ รวม 453 จุดทั่วประเทศ ก่อนนับคะแนนรวมกัน
ผลปรากฏว่า ประชาชนผู้ร่วมลงมติ 98.24% หรือคิดเป็น 16,988 เสียง ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนคะแนนไว้วางใจมีเพียง 1.75% เท่านั้น ซึ่งมาจากผู้ลงมติ 251 เสียง และมีบัตรเสีย 47 ใบ
กลุ่มราษฎรได้เชิญตัวแทนฝ่ายค้านและรัฐบาลออกมาร่วมรับผลลงมติจากภาคประชาชนด้วย
นอกจากนี้ยังมีโครงการ "เสียงประชาชน" ที่นักวิชาการจาก 4 มหาวิทยาลัย และองค์กรภาคประชาชน 30 ปีพฤษภาประชาธรรม โดยความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล 4 ช่อง ได้ได้ พีพีทีวี ไทยรัฐทีวี เนชั่น และเวิร์คพอยท์ เปิดให้ประชาชนสามารถลงมติไว้วางใจ/ไม่ไว้วางใจนายกฯ และ 10 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ผ่านระบบออนไลน์
ผลปรากฏว่า ประชาชนกว่า 5 แสนคนพร้อมใจกันลงมติไม่ไว้วางใจ 11 รัฐมนตรี โดยมี พล.อ. ประวิตรเป็นผู้ได้รับคะแนนไม่ไว้วางใจจากประชาชนสูงสุด 510,413 เสียง รองลงมาคือ พล.อ. ประยุทธ์ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 508,833 เสียง จากประชาชนที่ร่วมโหวตทั้งหมด 524,806 คน
ส่วนคะแนนไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย มีคะแนนตั้งแต่ 1.5-2 หมื่นคะแนน ซึ่งปรากฏว่า พล.อ. อนุพงษ์ เป็นผู้ได้รับคะแนนไว้วางใจจากประชาชนสูงสุด 20,609 เสียง ส่วนนายกฯ ประยุทธ์มีคะแนนไว้วางใจต่ำสุดที่ 15,973 เสียง
อ่านภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ที่นี่
ไฮไลท์วันแรก
ไฮไลท์วันที่สอง
ไฮไลท์วันที่สาม
ไฮไลท์วันที่สี่
ตรวจสอบผลการลงมติ