You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สหรัฐฯ-อิหร่านเตรียมเปิดการเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ทางการอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- Author, จอร์จ ไรต์
- Author, โทบี แมนน์
- Published
- เวลาอ่าน: 4 นาที
สหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจะเริ่มเจรจาโดยตรงระหว่างกันขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าอิสราเอลจะยังคงโจมตีเลบานอนทางตอนใต้ ทำให้กองทัพอิหร่านใช้เหตุนี้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ขณะที่อิหร่านระบุว่าการปิดช่องแคบเป็นการตอบโต้การที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างรุนแรงซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ โต้แย้งสิ่งที่อิหร่านระบุ โดยสหรัฐฯ ระบุว่า "ยังคงเดินเรือต่อไปได้ตามปกติ"
ช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 มิ.ย.) เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์
ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนอิหร่านซึ่งประกอบด้วยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบัฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินทางถึงจุดหมายแล้ว
การเจรจารอบใหม่มีกำหนดจะเริ่มในวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) โดยรองประธานาธิบดีแวนซ์กล่าวว่าเขาหวังว่าการเจราจาครั้งนี้จะทำให้มีความคืบหน้า "ในประเด็นนิวเคลียร์" และ "การหยุดยิงในเลบานอน"
ก่อนขึ้นเครื่องบิน เขาให้สัมภาษณ์สื่อถึงการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการโจมตีทางอากาศในเลบานอนตอนใต้ ว่า "สถานการณ์กำลังดีขึ้น และเริ่มผ่อนลงเล็กน้อย"
"เรายังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลและเลบานอนปลอดภัย เป้าหมายหลักคือทำให้ทั้งภูมิภาคมีความมั่นคง" เขากล่าว
ขณะที่นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะ "เรียกร้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อผูกพัน"
ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีปากีสถานระบุว่า เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมการเจรจาช่วงเริ่มต้น โดยปากีสถานทำหน้าที่เป็นคนกลางตลอดช่วงสงคราม และเคยเป็นเจ้าภาพการเจรจารอบก่อนระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ก่อนหน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามในอิหร่านโดยมีผลทันที และรวมไปถึงการต่อสู้ในเลบานอนด้วย นอกจากนี้ยังตกลงที่จะเดินหน้าการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อบรรลุข้อตกลงสุดท้ายภายใน 60 วัน
อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และมีฐานตั้งฐานอยู่ในย่านชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น
เมื่อวันเสาร์ กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 คน จากการที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศหลายครั้ง
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (IDF) ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับฮิซบอลเลาะห์ 80 แห่ง และสังหารสมาชิกของกลุ่มไป "หลายสิบคน"
ขณะเดียวกัน ไอดีเอฟยังระบุว่ามีทหารของกองทัพฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย
อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยังคงยิงตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการประกาศข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไปแล้ว โดยในช่วงบ่ายวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ได้มีการยืนยันข้อตกลงหยุดยิงทันทีระหว่างทั้งสองฝ่าย
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลยืนยันว่าไม่มีแผนถอนกำลังออกจากเลบานอน และระบุว่าความขัดแย้งกับฮิซบอลเลาะห์เป็นเรื่องที่แยกจากสงครามกับอิหร่าน
ด้านฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า การที่อิสราเอลเพียรโจมตีเลบานอนเป็นการจงใจพยายามที่จะ "บ่อนทำลาย" ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในภาพรวม
รัฐบาลสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนซึ่งถูกดึงเข้าไปในสงครามครั้งนี้ หลังจากฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4,057 คน นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์กลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี (IRGC) ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดใช้งานภายหลังบรรลุข้อตกลงยุติสงครามกับสหรัฐฯ
กองทัพอิหร่านชี้แจงเหตุผลของการปิดช่องแคบโดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงระหว่างสองประเทศ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อแรกของบันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ ซึ่งระบุให้ "ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันทีและถาวรในทุกพื้นที่ รวมถึงในเลบานอน"
อย่างไรก็ตาม หลังแถลงการณ์ของอิหร่าน ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (Centcom) กล่าวว่า "ยังเดินเรือต่อไปได้" โดยระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ กำลัง "ติดตามสถานการณ์เพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป" พร้อมย้ำว่า "อิหร่านไม่ได้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ"
เซนต์คอมระบุว่า เมื่อวันเสาร์ (20 มิ.ย.) มีเรือพาณิชย์ 55 ลำเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวด้วยปริมาณการขนส่งน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลไปขนส่งไปยังตลาดโลก
ข้อมูลติดตามการเดินเรือที่บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) ตรวจสอบ พบว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 5 ลำแล่นผ่านช่องแคบในวันเสาร์ ขณะที่เรือบางส่วนดูเหมือนจะหันกลับกลางทาง
ก่อนหน้านี้อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดพลังงานโลก
ช่องแคบแห่งนี้มีระดับความลึกพอให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดผ่านได้ จึงเป็นเส้นทางสำคัญที่ผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศผู้นำเข้า ใช้ในการขนส่งพลังงาน
ในปี 2025 มีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันราววันละ 20 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบแห่งนี้ ตามการประเมินของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าการค้าพลังงานเกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21.6 ล้านล้านบาท) ต่อปี