You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
บังแจ็ค - แม่แตงโม : ทรัพย์มรดกดิจิทัลจากคลิปวิดีโอ ภาพ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ควรจัดการอย่างไร
เมื่อโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ทำให้เกิดกิจกรรมเสมือนจริงหลายอย่างเกิดขึ้น รวมทั้งทรัพย์สินทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นบัญชีอีเมลและสื่อสังคมออนไลน์ บัญชีเงินฝากออนไลน์และบริการทางการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ภาพถ่ายและวิดีโอที่บันทึกไว้ รวมทั้งสกุลเงินดิจิทัล เป็นต้น
แล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากว่าเจ้าของทรัพย์สินดิจิทัลนั้นเสียชีวิตลงแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือทายาททางกฎหมายจำเป็นต้องจัดการกับมรดกดิจิทัลนี้อย่างไร
คำถามนี้ถูกพูดถึงมาบ้างแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่บังแจ็ค หรือ นายซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์ ชาวปากีสถานที่เคยอาศัยอยู่ไทยเมื่อปี 2554 และพัวพันกับคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและฟอกเงิน ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ภาพและคลิปวิดีโอของ 'แตงโม' หรือ น.ส. ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ ซึ่งพลัดตกจากเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่นำเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา
- ภัทรธิดา นิดา พัชรวีระพงศ์: นักวิชาการต่างชาติต่อมุมมองเชิงสังคมใน "ปรากฏการณ์แตงโม"
- สิบแปดมงกุฎทินเดอร์ (The Tinder Swindler): ตำรวจเตือนหญิงไทย "หลอกรักออนไลน์"
- ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ 3 บทเรียนควรรู้ จากกรณีการตัดเงินผิดปกติผ่านบัตรเครดิต-เดบิต
- คุยกับแฮกเกอร์ผู้เสนอขายข้อมูลผู้ใช้ LinkedIn 700 ล้านคน ในราคา 1.6 แสนบาท
การได้มาของข้อมูลส่วนตัวของดาราสาวผู้นี้ บังแจ็ค ยอมรับว่า นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของแตงโมเป็นผู้ส่งโทรศัพท์มือถือมาเพื่อให้ช่วยกู้ข้อมูล โดยเขาระบุว่า มีภาพสำคัญกว่า 5 หมื่นภาพ และยังยอมรับเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กเพจ "Happy Melon official" ที่ใช้เป็นที่เผยแพร่ภาพของแตงโม
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า บังแจ็คน่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อย่างชัดเจน เพราะการใช้โทรศัพท์แตงโมไปโพสต์ภาพถ่ายส่วนตัวของดาราสาวบนเฟซบุ๊ก หรือการส่งคลิปส่วนตัวไปหาคนใกล้ชิด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและจะนัดหมายให้แม่แตงโมเข้ามาพบในวันที่ 2 มิ.ย. เพื่อดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการจัดการมรดกดิจิทัลของนางพนิดา ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมถกเถียงกัน เพราะนอกจากภาพถ่ายและคลิปวิดีโอแล้ว ยังอาจจะมีข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ อาทิ ข้อมูลการสนทนาในบัญชีโซเซียลมีเดีย หมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงบันทึกธุรกรรมทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
บีบีซีไทยรวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่า เพื่อเป็นกรณีศึกษา หากว่าเจ้าของข้อมูลหรือทรัพย์สินดิจิทัลเสียชีวิตแล้ว บุคคลที่อยู่เบื้องหลังต้องดำเนินการอย่างไร ดังนี้
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ฉบับใหม่ครอบคลุมถึงผู้วายชนม์หรือไม่
นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2562 จะมีผลบังคับใช้ โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครอง และให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงได้สร้างมาตรฐานให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลในการเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการใช้ข้อมูล หรือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สาระสำคัญประกอบด้วย 3 ประการ
1. เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอม (Consent) ในการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ผู้เก็บรวบรวม ผู้ใช้ แจ้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วเท่านั้น กล่าวคือ ต้องขออนุมัติจากเจ้าของข้อมูลก่อน
2. ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือถูกเข้าถึงโดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
3. เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ถอนความยินยอม ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อใดก็ได้ หากเป็นความประสงค์ของเจ้าของข้อมูล
อย่างไรก็ตาม นายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางด้านอินเทอร์เน็ต หนึ่งในผู้ร่วมร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว เปิดเผยในรายการโหนกระแสทางไทยทีวีสีช่อง 3 วันที่ 27 มี.ค. ว่า ถ้าพิจารณาตามเนื้อหาของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ สำหรับผู้ที่เสียชีวิตอาจจะไม่เข้าข่ายที่กฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครอง
"การเอารูปใครไม่รู้มาโพสต์ เจ้าของไม่ได้อนุญาต ถือว่ามีความผิด เพราะเจ้าของไม่ได้ยินยอม แต่คุณแตงโม เธอได้เสียชีวิตไปแล้ว ใน พ.ร.บ. คุ้มครองฯ ได้เขียนไว้ว่า ไม่รวบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วจึงทำให้ (กฎหมายดังกล่าว) ใช้ไม่ได้ในกรณีนี้" นายปริญญา อธิบาย
หากมีผู้ใช้ภาพผู้เสียชีวิตในทางเสื่อมเสีย ผิดกฎหมายหรือไม่
ในส่วนกรณีที่บังแจ็ค เป็นผู้เผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของดาราสาวแตงโมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นเฟซบุ๊กแฟนเพจของดาราสาวเอง รวมทั้งการส่งคลิปส่วนตัวแตงโมไปหาบุคคลอื่นอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว อาจจะเข้าข่ายความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รายนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมในรายการดังกล่าวว่า ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ฯ มาตรา 16 ระบุไว้คือ
"มาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อภาพของผู้ตาย และการกระทำนั้นน่าจะทำให้บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอายผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ผู้กระทำไม่มีความผิดความผิดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย"
เมื่อเสียชีวิต บัญชีสำคัญในโลกออนไลน์จะต้องจัดการเช่นไร
จากบทความเรื่อง "จะจัดการกับทรัพย์มรดกทางดิจิทัลอย่างไร" เขียนโดยนายทพพล น้อยปัญญา เผยแพร่ทางเว็บไซต์ ไทยพับลิก้า เมื่อเดือน ส.ค. 2561 มีส่วนหนึ่งระบุว่า ในไทยยังไม่มีกฎหมายที่มาบังคับโดยตรงเกี่ยวกับทรัพย์สินดิจิทัล
ขณะที่ในส่วนคัดย่อของวิทยานิพนธ์หัวข้อ "LEGAL MEASURES FOR MANAGING THE DECEASED'S DIGITAL ASSETS IN ONLINE ACCOUNTS" (มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้สามารถเข้าถึงและจัดการทรัพย์สินดิจิตอลของผู้ตายในบัญชีออนไลน์) ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2558 โดย น.ส. ตุลสิริ วาตะ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนหนึ่งระบุว่า กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีทั้งมาตรการรับรองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ทายาทของผู้ตายในการเข้าถึงและจัดการทรัพย์สินดิจิทัลที่ถูกเก็บอยู่ในบัญชีออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ให้บริการออนไลน์บางรายก็มีความพยายามเปิดกว้างให้ทายาทมีโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตได้มากขึ้น เช่น แอปเปิล ที่มีการนำเสนอโครงการสร้างพินัยกรรม Apple ID ด้วยวิธีการตั้งค่า Digital Legacy หรือมรดกทางดิจิทัล โดยจะให้ผู้ใช้สามารถระบุผู้ได้รับมรดกทางดิจิทัล ได้สูงสุด 5 คน ซึ่งจะทำให้สามารถส่งต่อข้อมูลและข้อมูลส่วนตัวที่จัดเก็บไว้ใน iCloud ได้เมื่อเจ้าของเครื่องเสียชีวิต
ขณะที่ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์หลัก ๆ เช่น เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจล่วงหน้าว่าต้องการที่ให้บัญชีเหล่านั้นอยู่ต่อไปเพื่อเป็นความทรงจำ (memorialized account) โดยมอบให้มีผู้ที่ได้รับสิทธิหรือมีอำนาจในการดูแลมรดกสามารถจัดการบัญชีนั้นต่อได้ หรือต้องการลบบัญชีเป็นการถาวรก็ได้ หลังจากที่เสียชีวิตแล้ว
ส่วนลิงค์อิน (LinkedIn) ระบุบนเว็บไซต์ว่า ผู้ที่มีอำนาจในการดูแลมรดกสามารถยื่นเรื่องขอให้คงบัญชีดังกล่าวเพื่อเก็บเป็นความทรงจำหรือปิดบัญชีได้
ส่วนทวิตเตอร์ ระบุว่า ในกรณีผู้ใช้งานเสียชีวิต ทีมงานสามารถทำงานร่วมกับผู้ที่ได้รับสิทธิจัดการมรดก หรือ สมาชิกในครอบครัวผู้เสียชีวิตปิดบัญชีได้