ศาลแพ่งยกคำร้อง ของดใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมการชุมนุมการเมือง

ม็อบ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

Published

ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง ไม่คุ้มครองชั่วคราว คดีที่นักกิจกรรมการเมืองขอให้เพิกถอนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งถูกนำไปใช้ควบคุมการชุมนุมทางการเมือง นอกเหนือจากการควบคุมโรคระบาด

เวลา 13.30 น. ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐาน แล้วมีคำสั่งสรุปใจความสำคัญได้ว่า ในปัจจุบันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ยังมียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต แม้โจทก์ทั้งสามจะอ้างว่าไม่มีหลักฐานใดชี้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลจากการชุมนุมสาธารณะ แต่การรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของบุคคลจำนวนมากย่อมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ง่าย เจือสมกับที่โจทก์ที่ 2 เบิกความว่ารู้สึกกลัวการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว จึงต้องใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัยในการมาชุมนุม ยิ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุข ในการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวในลักษณะกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ภายในประเทศกระจายไปในวงกว้าง

ศาลจึงเห็นว่า ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ และยังไม่มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษายกคำร้องของโจทก์ทั้งสาม

นายยิ่งชีพกล่าวย้ำว่า "สิทธิการประกันตัว คือ สิทธิขั้นพื้นฐาน"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายยิ่งชีพกล่าวย้ำว่า "สิทธิการประกันตัว คือ สิทธิขั้นพื้นฐาน" ในระหว่างร่วมชุมนุมเมื่อ 24 มี.ค. ซึ่งทำให้เขาตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังจากนั้น เพราะไปมั่วสุมทางการเมือง

คดีนี้ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่ม "เฟมินิสต์ปลดแอก" และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" ตัวแทนกลุ่ม "ราษฎรโขง ชี มูล" ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วมกันยื่นฟ้อง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค., พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.), สำนักนายกรัฐมนตรี, กองบัญชาการกองทัพไทย, กระทรวงการคลัง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1-6 เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เพื่อขอให้ศาลพิจารณาใน 3 กรณี

  • ขอให้เพิกถอนข้อกำหนดฉบับที่ 15 ที่ออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ ฉบับที่ 3 ข้อ 2, 3, 5 และ 11 11
  • ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้ง 3 คน คนละ 1.5 ล้านบาท รวมเรียกทุนทรัพย์ชดใช้ 4.5 ล้านบาท
  • ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินให้ระงับการบังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดดังกล่าวชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ต่อมา พ.ต.อ. จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผู้กำกับสถานีตำรวจลุมพินี มาอ่านประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน และข้อห้ามรวมกลุ่มลักษณะมั่วสุม อันจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตามพ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พ.ต.อ. จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผู้กำกับสถานีตำรวจลุมพินี มาอ่านประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และข้อห้ามรวมกลุ่มลักษณะมั่วสุม อันจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อ 24 มี.ค.

คำบรรยายฟ้องสรุปว่า โจทก์ทั้ง 3 คนถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ จากการร่วมปราศรัยในการชุมนุมของกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" เมื่อ 24 มี.ค. ซึ่งขอกำหนดและประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

ศาลแพ่งรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.4639/2564 โดยกำหนดนัดชี้สองสถาน และกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 31 ม.ค. 2565 ส่วนคำขอคุ้มครองชั่วคราว ศาลนัดฟังคำสั่งวันนี้ (8 ต.ค. 2564)

รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วทั้งประเทศตั้งแต่ 25 มี.ค. 2563 ถึงปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีการขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายพิเศษนี้มาแล้ว 14 ครั้ง

จนถึงปัจจุบัน พล.อ. ประยุทธ์ออกข้อกำหนดทั้งสิ้น 34 ฉบับ ขณะที่ พล.อ. เฉลิมพลออกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ แล้ว 11 ฉบับ และยังมีอีก 1 ฉบับที่ พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส. คนก่อนหน้านั้นเป็นผู้ออก

ขบวนรถยนต์และจักรยานยนต์โดยกลุ่มเครือขายไล่ประยุทธ์ร่วมกันบีบแตรและเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 12.20 น. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ขบวนรถยนต์และจักรยานยนต์โดยกลุ่มเครือขาย "ไล่ประยุทธ์" ร่วมกันบีบแตรและเริ่มเคลื่อนขบวน "คาร์ม็อบ" เมื่อ 1 ส.ค.

สำหรับประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 9) ฉบับล่าสุดลงวันที่ 3 ส.ค. 2564 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ "ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสช้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใด ๆ ทั่วราชอาณาจักร" และ "ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น"

ผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตามนักเรียน นักศึกษา ประชาชน นักกิจกรรมการเมือง และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่างวิจารณ์ว่ารัฐบาลจงใจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "คุมม็อบ ไม่ใช่คุมโรค" และขอให้ "หยุดอ้างโควิด ปิดปากประชาชน"

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ กล่าวระหว่างขึ้นเบิกความต่อศาลแพ่งเมื่อ 5 ต.ค. ว่า ตั้งแต่มีการประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 15 ยังไม่เคยเห็นว่ามีการใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแต่ใช้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยนับจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. มีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 1,171 คน รวม 483 คดี ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่มีการดำเนินคดีกับผู้แสดงออกทางการเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นภาระของจำเลย ทนายความ เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยไม่จำเป็น