บอส อยู่วิทยา: ที่ประชุมอัยการตั้ง คกก. สอบวินัยร้ายแรง เนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่สั่งฟ้องคดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย

Published

คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติเสียงส่วนใหญ่ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อค่อนข้างร้ายแรงจากกรณีที่ไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในคดีขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตายเมื่อเดือน ก.ย. 2555

การประชุมในวันนี้ (21 ก.ย.) ถูกเลื่อนมาจากกำหนดเดิมในวันที่ 10 ก.ย. เนื่องจากคณะกรรมการบางคนยังไม่ได้รับเอกสารสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ทำให้คณะกรรมการฯ บางคนได้รับเอกสารช้า และเอกสารมีจำนวนมากนับร้อยหน้าทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทัน

นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมซึ่งใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้ตั้งคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรด้วยเสียงเห็นชอบ 9 คน งดออกเสียง 2 คน และไม่เข้าประชุม 3 คน เนื่องจากลาป่วย 1 คน อีกคนมีภารกิจเข้าชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรี ส่วนอีก 1 คน ไม่เข้าประชุมตามข้อกำหนด ขณะที่ประธานไม่ออกเสียง

หลังจากมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรแล้วในวันนี้ คณะกรรมการจะมีระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น 60 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 2-3 ครั้ง โดยการสอบสวนจะเน้นที่ประเด็นการสั่งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่นายเนตร จะยื่นหนังสือลาออกอีกครั้งที่ 2 นั้น เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณา

สำหรับวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้

ผลสรุปของการประชุม ก.อ. ในครั้งนี้สวนทางกับการสรุปของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน ที่ให้ความเห็นว่า นายเนตรมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เพราะไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่

เนตร นาคสุข คือใคร

นายเนตรสำเร็จการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเนติบัณฑิตไทย จากสถานบันอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

สำหรับประวัติการทำงาน เขาดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายจังหวัด เช่น อัยการจังหวัดแพร่ น่าน พิจิตร สงขลา สุรินทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีอัยการภาค 6 อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองเชียงใหม่ ก่อนจะขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงในวันที่ 1 ต.ค. 2560 โดยตำแหน่งสุดท้ายในวงการยุติธรรมคือ รองอัยการสูงสุด

นอกจากคดีความของนายวรยุทธแล้ว คดีที่ทำให้นายเนตรกลายเป็นที่พูดถึงของสังคมคือคดีที่เกี่ยวข้องกับนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

สื่อมวลชนหลายสำนักเคยรายงานถึงอดีตรองอัยการสูงสุดรายนี้ว่า เขาเป็นผู้ที่ลงนามคำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ในคดีร่วมกันฟอกเงิน เงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยให้กับกฤษดามหานคร จำนวน 10 ล้านบาท ทำให้คดีดังกล่าวถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลงอีกด้วย

  • 11 ส.ค. 2563

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบแก่องค์กรอัยการ และต้องการให้สังคมเกิดความสบายใจ โดยเขายืนยันว่าการสั่งคดีดังกล่าวได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

  • 31 ส.ค. 2563

หลังจากครบ 30 วันตามกรอบการทำงานของนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 นายวิชาได้นำรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังด้วย

รายงานดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 100 หน้า แต่ข้อสรุปจริง ๆ มีประมาณ 10 หน้า

  • 1 ก.ย. 2563

พล.อ. ประยุทธ์และนายวิชาได้เปิดเผยสาระสำคัญของรายงานดังกล่าว ซึ่งระบุชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน ที่ทำเนียบรัฐบาล

  • 5 ก.ย. 2564

สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวความคืบหน้าเรื่องการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยนายเนตร ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธนั้น ประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการ 5 คน ได้สรุปสำนวนความยาวกว่า 100 หน้า เสนอให้นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่พบว่าเป็นการสั่งคดีโดยมีการทุจริต เป็นเพียงการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น สมควรให้เสนองดบำเหน็จบำนาญ ไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา 2 ปี และไม่เสนอให้เป็นอัยการอาวุโส

  • 21 ก.ย. 2564

ที่ประชุมอัยการมีมติตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตร กรณีสั่งไม่สั่งฟ้องคดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย กรอบเวลาการสอบสวน 60 วัน โดยคณะกรรมการของขยายเวลาได้