You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"เพนกวิน" : ราชทัณฑ์แถลง "ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง" หลัง เพจอานนท์โพสต์ "ข้อความฝากจากเรือนจำ"
กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องความปลอดภัยของ 2 ผู้ต้องหาสำคัญในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังเฟซบุ๊กเพจของ นายอานนท์ นำภา โพสต์ "ข้อความฝากจากเรือนจำ" เชิงสั่งเสียหากตายในคุก
เอกสารข่าวเผยแพร่ของกรมราชทัณฑ์ อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรม ในวันที่ 19 มี.ค. ว่า นายอานนท์ พร้อมแกนนำคณะราษฎรทุกคน ยังถูกคุมขังอยู่ในห้องแยกกักกันโรค และได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่อย่างเท่าเทียมกับผู้ต้องขังคนอื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน ภายใต้กรอบของกฎหมาย
"ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่อาจสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อการทำงานของกรมราชทัณฑ์ และขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง เพราะการทำร้ายร่างกายถือเป็นการกระทำความผิดทั้งทางวินัย และคดีอาญา ซึ่งไม่สามารถทำได้"
คำแถลงของโฆษกกรมราชทัณฑ์ มีขึ้น 1 วัน หลัง เพจเฟซบุ๊กของ อานนท์ นำภา โพสต์ "ข้อความฝากจากเรือนจำ" จาก "ห้อง7 แดน2 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ" ใจความว่า
วันนี้ผมยังไม่ตาย แต่การอยู่หรือตายก็ไม่สำคัญเท่ากับการอยู่อย่างมีประโยชน์หรือตายอย่างมีคุณค่า ถ้าการอยู่ในเรือนจำแล้วทำให้เห็นถึงความอัปลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมไทย ผมก็ยินดี หรือถ้าต้องตายภายในเรือนจำ แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ถือว่าคุ้มค่า
ถ้าผมตายไป ศพของผมให้นำใส่โลงศพไม่ต้องห่อด้วยถุงพลาสติกส์ ไปวางไว้หน้าศาลอาญาบนถนนรัชดาภิเศก เมื่อเลือดและน้ำหนองของผมไหลออกมาก็ปล่อยให้มันเจิ่งนองบนถนนรัชดา รอให้รถของคนที่มีส่วนทำให้ผมตายวิ่งมาเหยียบมันและกลับไปที่บ้าน เมื่อนั้นเลือดและน้ำหนองของผมจะไหลปนออกมากับน้ำที่เขาอาบและเมื่อเขากินข้าวหรือกาแฟ เลือดและน้ำหนองของผมก็จะอยู่ในนั้น
วิญญาณของผมจะติดตามเขาไปทุกที่ กลิ่นสาบของผมจะติดตามชุดเครื่องแบบของพวกเขา และวิญญาณของผมจะทอดร่างอยู่ใต้โต๊ะทำงานของพวกเขาเหล่านั้นไปจนกว่าจะถึงเวลาที่ผมจะได้เกิดใหม่และถ้าผมเกิดใหม่แล้วเมืองไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ผมขอเกิดมาบนแผ่นดินไทยและขอเกิดเป็นลูกชาวนาอีกครั้ง เรียนกฎหมาย และกลับมาต่อสู้ร่วมกับพี่น้องจนกว่าจะได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ "ขอให้เจอมิตรสหายที่ดีอย่างเช่นทุกวันนี้"
ด้านโฆษกกรมราชทัณฑ์ระบุว่า นโยบายของราชทัณฑ์ยุคใหม่ "มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้านการควบคุม และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง แบบมืออาชีพ บูรณาการ มาตรฐานและนวัตกรรม ที่เน้นการแก้ไข และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้เป็นคนดี มีคุณค่า ไม่ใช่การคุมขังเพื่อแก้แค้นทดแทน"
ติดกล้องในห้องขัง ป้องกันทำร้ายตัวเอง
ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" ประกาศที่ศาลอาญาเมื่อ 15 มี.ค. ว่า จะอดอาหารจนกว่าจะได้รับการประกันตัวนั้น นายธวัชชัยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมผงเกลือแร่โออาร์เอส นม น้ำหวาน และโอวัลตินแก่ผู้ต้องขัง พร้อมจัดเตรียมทีมแพทย์ พยาบาล และนักจิตวิทยาเพื่อเข้าตรวจอาการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากเกิดความจำเป็นต้องรับการรักษาเร่งด่วน โดยได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องขังเพื่อสังเกตอาการ และป้องกันการทำร้ายตัวเอง
"ปัจจุบันนายพริษฐ์ ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำหวาน นม โอวัลติน ส่วนผลการตรวจสุขภาพ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 พบว่า ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ"
โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวอีกว่า สภาพร่างกายทั่วไปของนายพริษฐ์ มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย นอนหลับได้ สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ
สถานทูตสหรัฐฯชี้แจง
เช้าวันเดียวกัน รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อม นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่นายพริษฐ์ และ นางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เข้ายื่นหนังสือต่อนายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อให้สนับสนุนเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกและการชุมนุม และให้มีนโยบายปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน หลังแกนนำกลุ่มราษฎร ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับการประกันตัว
ในเวลาต่อมา ฝายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า นายฮีธ ได้พบปะกับชาวไทยในหลากหลายภาคส่วนอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล เจ้าหน้าที่ทหาร นักธุรกิจ นักวิชาการ หรือผู้นำเยาวชน ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงเป้าหมาย ความกังวล และประเด็นที่ชาวไทยให้ความสำคัญ การพบปะกันเช่นนี้สะท้อนถึงงานหลักของเจ้าหน้าที่การทูต อันได้แก่ การแสวงหาความเข้าใจเกี่ยวกับมุมมองที่กว้างขวางในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง และอื่น ๆ ของพลเมืองในประเทศที่ประจำการอยู่