ชุมนุม 25 พ.ย.: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเหตุรุนแรงหลังการชุมนุม “ราษฎร” ยุติลง

Published
เวลาอ่าน: 2 นาที

การชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร" ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขารัชดา สำนักงานใหญ่ ยุติลงในเวลา 21.20 น. ของวันที่ 25 พ.ย. ก่อนเกิดเหตุรุนแรงตามมาในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้น เมื่อมีเสียงดังคล้ายระเบิดและปืนขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ฝั่งตรงข้ามกับ SCB

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น บีบีซีไทยประมวลมาไว้ ณ ที่นี้

เหตุวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างไร

เหตุชุลมุนเกิดขึ้นในเวลาราว 22.11 น. บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ ที่ห้างอเวนิว โดยมีชายสวมใส่เสื้อสีน้ำเงิน สวมหมวกนิรภัยสีขาว ขว้างวัตถุบางอย่างออกไป จากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นครั้งหนึ่ง

สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ดสามารถจับภาพเอาไว้ได้ทัน เนื่องจากผู้สื่อข่าว 2 คนกำลังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ก่อนที่เหตุรุนแรงจะกลายเป็นฉากหลังของพวกเขา

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้เกิดเสียงดังคล้ายเสียงปืนอีก 3 ครั้ง บริเวณ ถ.รัชดาภิเษก ใกล้แยกรัชโยธิน ก่อนปรากฏภาพชายคนหนึ่งนอนเจ็บอยู่ใต้สะพานลอย

เวลาราว 23.00 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินทางถึงที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและพยานวัตถุต่าง ๆ ที่พบใน 2 จุดเกิดเหตุ ทั้งรอยเขม่า, น็อตเกลียว, หัวกระสุน รวมถึงปืนลูกโม่ซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ

ล่าสุด (26 พ.ย.) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลของชายที่สวมหมวกนิรภัยสีขาว เพราะเป็นหนึ่งในผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ โดยจะอาศัยหลักฐานภาพวิดีโอของสื่อมวลชนและกล้องวงจรปิดของทางห้างสรรพสินค้าและทางราชการ และยังไม่ขอสรุปว่าสิ่งที่โยนไปเป็นวัตถุอะไร หลังมีข้อมูลออกมาว่าอาจเป็นประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง หรือระเบิดทำมือ (ไปป์บอมบ์)

ถึงขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้ควบคุมตัวบุคคลใด แต่หากหลักฐานปรากฏว่าผู้ใดมีส่วนกระทำผิด ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

อะไรคือชนวนความรุนแรง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้เชิญพยานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุอย่างน้อย 3 คนไปสอบปากคำตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 25 พ.ย. และจะเรียกบุคคลเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานเพิ่มเติมอีก

"เบื้องต้นทราบว่ามีการทะเลาะกันด้วยเหตุผลบางประการตั้งแต่ตอนอยู่ฝั่ง SCB แล้วมาเคลียร์กันที่ฝั่งตรงข้าม (อเวนิว) แต่เคลียร์กันไม่จบ ก็เลยทะเลาะวิวาท" พล.ต.ต. วิชัย กล่าว โดยอ้างข้อมูลที่ได้จากตำรวจชุดสืบสวน สน.พหลโยธิน

สำหรับ "เหตุวิวาท" และ "คู่วิวาท" ถูกขยายความเพิ่มเติมจาก รอง ผบช.น. ว่าเป็นกลุ่มการ์ดราษฎรด้วยกัน คือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "การ์ดอาชีวะปทุม" กับ "การ์ดมีนบุรีโปลีเทคนิค"

สมมติฐานของตำรวจคล้ายได้รับการยืนยันด้วยคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ว่อนในโลกออนไลน์ ปรากฏเสียงสนทนาของชายกลุ่มหนึ่ง มีเนื้อหาบางส่วน ดังนี้

"เขาว่าผมเป็นคนเคลียร์ด้วย พอตอนที่มีปัญหา 2 ฝ่าย"

"เพราะว่ามีคน ๆ เดียวที่พูดว่ามีนโป ก็เลยพูดกันหมดว่ามีนโป"

"ผมอยากขอเรื่องเดียวอย่าให้สื่อรู้ ถ้าสื่อรู้เราเสียกันหมด เราสร้างกันมา"

อย่างไรก็ตาม เพจ "ฟันเฟืองปทุมธานี" ได้โพสต์ข้อความชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเวลา 07.00 น. ยืนยันว่า "เราไม่ได้ตีกันเอง จบนะครับ" แต่ยอมรับในการโพสต์ข้อความอีกครั้งเมื่อเวลา 10.00 น. ว่าคลิปวิดีโอที่หลุดออกมาเป็นการถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ของกลุ่ม "ฟันเฟืองปทุมธานี" จริง แต่กลุ่มบุคคลที่เข้ามาพูดไม่ใช่กลุ่มของฟันเฟืองและไม่มีใครใส่ปลอกแขนฟันเฟือง

"เขามาขอร้องไม่ให้ออกสื่อ โดยภายหลังจากการจับกุมตัวมือยิง ได้ปรากฏเป็นกลุ่มคนที่เรียนสถาบันเดียวกันกับมือยิง และกลุ่มบุคคลที่เข้ามาหาทางเรายังบอกให้เราหยุด Live และให้ลบ..." เพจฟันเฟืองปทุมธานีระบุ

ผู้บาดเจ็บคือใคร และมีกี่รายกันแน่

จำนวนผู้บาดเจ็บที่ออกมาในช่วงแรกค่อนข้างสับสนว่ามี 2 หรือ 4 คนกันแน่ เป็นใครบ้าง และได้รับบาดเจ็บเพราะเหตุใด

ข้อมูลที่โฆษก บช.น. ยืนยันคือ 2 ราย ดังนี้

1. นายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า การ์ดอาชีวะปทุม อายุ 20 ปี บาดเจ็บจากการถูกยิงเข้าที่ช่องท้อง เข้ารักษาตัวที่ รพ.พระราม 9

2. นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี การ์ดอีกกลุ่ม บาดเจ็บจากการ "ถูกรุมประชาทัณฑ์" หลังการ์ดอีกฝ่ายช่วยกันจับกุมตัวเขาได้ เข้ารักษาตัวที่ รพ.เซนต์หลุยส์

สำหรับอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย นั้นปลอดภัยแล้ว ซึ่งในกรณีของการ์ดอาชีวะปทุมฯ ได้รับการผ่าตัดเอากระสุนในช่องท้องออก ทั้งนี้ นพ. ทศพร เสรีรักษ์ ในฐานะผู้ประสานงานพาผู้บาดเจ็บส่ง รพ.พระราม 9 เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บมีกระสุนเข้าช่องท้องทะลุลำไส้ จึงต้องผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายออกราว 1 ฟุต

ใครคือผู้ก่อเหตุ

ในช่วงเช้า ตำรวจยืนยันข้อมูลเพียงว่านายภาสพงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บาดเจ็บ "คาดว่าเป็นผู้มีส่วนก่อเหตุ อยู่ในกลุ่มทั้งปาวัตถุและยิง" แต่ต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์อีกครั้ง

ในระหว่างการตอบคำถามสื่อมวลชน รอง ผบช.น. ไม่ได้พูดเอ่ยชื่อ "นายวันชัย" และ "นายพายัพ" แต่อย่างใดหลังมีข้อมูลปรากฏในสื่อบางสำนักว่าทั้งคู่คือผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ ทาง พล.ต.ต. ปิยะบอกเพียงว่านายวันชัยอยู่ในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 11.00 น. รอง ผบช.น. อีกคน พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุยิงการ์ดผู้ชุมนุมราษฎร ที่ สน.พหลโยธิน

สื่อหลายสำนัก อาทิ ข่าวสด คมชัดลึก รายงานโดยอ้างคำกล่าวของ พล.ต.ต. จิรพัฒน์ว่า ตำรวจเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับนายภาสพงศ์ ในความผิดฐานครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากมีหลักฐานตั้งแต่ก่อนและขณะเกิดเหตุ ทั้งภาพกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลชัดเจน ส่วนอาวุธปืนที่พบ เป็นปืนลูกโม่ขนาด .38

ตำรวจหายไปไหน

ภายหลังเสียงปืนสงบลง และผู้บาดเจ็บถูกหามตัวส่งโรงพยาบาล ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเซ็งแซ่ในโซเชียลมีเดียว่า "ตำรวจหายไปไหน"

มีคำชี้แจงจาก รอง ผบช.น. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุพอสมควร โดยตั้งแนวอยู่ฝั่ง SCB แต่เมื่อรับทราบเหตุ ตำรวจสายตรวจ สน.พหลโยธิน ก็รุดไปยังพื้นที่เกิดเหตุในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

สำหรับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างการชุมนุมของกลุ่มราษฎร บช.น. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 คอยดูแลพื้นที่โดยรอบตั้งแต่ก่อนถึงเวลานัดหมายชุมนุม 15.00 น.

ท่าทีของฝ่ายการเมืองต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงกันหลังการชุมนุมที่ SCB ไม่น่าจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ตนกำลังให้เจ้าหน้าที่สอบสวนติดตามอยู่ เห็นว่ามีภาพถ่ายมีอะไรตลอด สื่อก็ได้บันทึกไว้ ก็จะได้พิสูจน์ได้ว่าใครทำกันแน่

"ไม่อย่างนั้นก็โยนกันไปโยนกันมา ว่าอีกพวกหนึ่งทำ ว่ารัฐบาลทำ ทั้งที่รัฐบาลมีแต่ทำหน้าที่ดูแลให้ทุกคนปลอดภัย มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เข้าใจไหม การชุมนุมจะต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดขึ้นอีก จะต้องเป็นการชุมนุมที่ปลอดภัย ถ้าคนไปร่วมชุมนุม ถ้าไปแล้วไม่ปลอดภัย เขาก็ไม่ไป"

ส่วนกรณีที่นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวหาเรื่อง การนำม. 112 ของกฎหมายอาญา กลับมาใช้ทั้งที่พระมหากษัตริย์ทรงให้ละเว้น เป็นเรื่องของตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ที่ทำไปตามข้อมูลหลักฐาน แต่ทั้งหมดไม่ได้จบที่ตรงนี้ เพราะยังมีศาล ที่เป็นองค์กรอิสระจะพิจารณา รัฐบาลไม่มีอำนาจไปก้าวล่วง ฝ่ายนิติบัญญัติ​ ฝ่ายตุลาการ ทั้งศาล และอัยการ ซึ่งก้าวล่วงไม่ได้เลย ส่วนอำนาจของเขาคือทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้ถูกฟ้องร้องภายหลัง ก็ต้องระมัดระวังกันให้มากที่สุด และขอร้องสื่อช่วยกันทำให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ซึ่งถ้าไม่ต้องใช้กฎหมาย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตำรวจมาทำหน้าที่

"ผมไม่ได้เป็นคนใช้ เจ้าหน้าที่เป็นคนใช้ กฎหมายมีอยู่แล้วทุกฉบับ" พล.อ. ประยุทธ์​ ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากนายสุลักษณ์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี​เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ก็มีอำนาจสั่งการไม่ให้ใช้ได้ พล.อ. ประยุทธ์​ ตอบว่า "ถ้าผมละเว้นมาก ๆ ก็โดน ม.157 (ประมวลกฎหมายอาญา) ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"