You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไทยจ่าย 2.3 พันล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026-2030 ประเทศอื่นในเอเชียต้องจ่ายเท่าไหร่
- Author, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการในคืนนี้ (ตี 2 ของวันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย) ก่อนจะลากยาวไปถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในช่วงกลางเดือน ก.ค.
โดยในครั้งนี้ รัฐบาลไทยตัดสินใจไม่ให้งบประมาณสนับสนุนการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก โดยระบุว่าราคาที่ฟีฟ่าเรียกร้องนั้นสูงเกินไป ประกอบกับตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงควรเก็บงบประมาณไปใช้ในเรื่องปากท้องมากกว่า
อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วภาคเอกชนอย่าง บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้จัดแถลงข่าวในวันนี้ (11 มิ.ย.) ว่าได้คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 นี้แต่เพียงผู้เดียว โดยมีบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เข้าร่วมการแถลงข่าวด้วย
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ บริษัทระบุว่าสามารถปิดดีลได้ในราคา 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,305 ล้านบาท) โดยจะได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัย ในฟุตบอลโลกปี 2026 และฟุตบอลโลกปี 2030 รวมถึงสิทธิ์การถ่ายทอดกีฬาอื่น ๆ ในเครือฟีฟ่าด้วย
ด้าน ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JAS อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การเจรจากับฟีฟ่านั้นมีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และบริษัทเองก็ได้ขอความร่วมไปยังเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันราคากัน เขาเผยว่าราคาที่ฟีฟ่าเสนอมาสำหรับการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้อย่างเดียวอยู่ที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,317 ล้านบาท)
เขาเสริมว่า ด้วยราคาที่บริษัทต้องจ่าย JAS มองการลงทุนครั้งนี้เป็นการเดิมพันระยะยาวและเป็นการสร้างแบรนด์ร่วมกับฝั่ง MONO MAX
สำหรับการเข้าถึงคอนเทนต์ฟุตบอลโลกของคนไทยนั้น ดร.โสรัชย์ ยืนยันว่าคนไทยจะได้รับชมนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศฟรีแน่นอน ส่วนแพ็กเกจการดูบอลโลกตอนนี้ยังไม่มีแบบแบ่งขาย แต่เป็นแพ็จเกจรวมราคาเริ่มต้น 5,999 บาทต่อปี ซึ่งจะครอบคลุมการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 การแข่งขันยูโร 2028 และการแข่งขันอื่น ๆ โดยผู้ชมสามารถผ่อนจ่ายรายเดือนได้
ประเทศอื่น ๆ ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกราคาเท่าไหร่
ตามกฎของฟีฟ่านั้นจะไม่มีการประกาศราคาค่าลิขสิทธิ์ที่แต่ละประเทศต้องจ่าย ดังนั้น บีบีซีไทยจึงรวบรวมตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ที่แต่ละประเทศต้องจ่ายจากรายงานข่าวของสื่อ ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ หรือแหล่งข่าวจากแต่ละประเทศ
- เวียดนาม
สำหรับเวียดนาม มีข่าวออกมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย. ว่าสามารถเจรจาค่าลิขสิทธิ์กับฟีฟ่าจบเป็นที่เรียบร้อยผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์ VTV ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเวียดนาม
แหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเปิดเผยกับเว็บไซต์ vietnamnet.vn ซึ่งเป็นหนึ่งในสองหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในเวียดนามตามการประเมินของเว็บไซต์เผยแพร่บทวิเคราะห์ Fulcrum ภายใต้สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ประเทศสิงคโปร์ ว่ารัฐบาลเวียดนามน่าจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วยตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2022 ซึ่งเคยถูกรายงานไว้ที่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 500 ล้านบาท)
- มาเลเซีย
สหภาพการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Broadcasting Union) หรือ ABU ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย รายงานว่าผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกคือสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งมาเลเซีย (Radio Televisyen Malaysi) หรือ RTM ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะของรัฐบาล ร่วมกับยูนิไฟทีวี (Unifi TV) ซึ่งเป็นบริการรับชมโทรทัศน์หรือวิดีโอผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเป็นบริษัทในเครือเทเลคอม มาเลเซีย
สำนักข่าวเดอะสตาร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษในมาเลเซีย ที่มีประวัติการตีพิมพ์มายาวนานตั้งแต่ปี 1971 รายงานว่ารัฐบาลได้จัดสรรเม็ดเงินสำหรับการซื้อค่าลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้ไว้ที่ 24 ล้านริงกิต (ราว 200 ล้านบาท) ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าการจัดสรรงบสำหรับการแข่งขันในปี 2022 ที่รัฐบาลต้องออกเงินถึง 32.5 ล้านริงกิต (ราว 266 ล้านบาท)
ขณะที่ตัวเลขจากแหล่งข่าวในรายงานเดียวกันนี้ระบุว่า มาเลเซียต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์รวมให้กับฟีฟ่าราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,150 ล้านบาท) ซึ่งอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของ อัชวัด อิสมาอิล อธิบดีกรมกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่ง RTM โดยฝั่งเอกชนเป็นผู้จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่
- สิงคโปร์
สำนักข่าวเดอะสเตรตส์ไทมส์ (The Straits Times) หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษที่อยู่ภายใต้ SPH Media ซึ่งเป็นองค์กรข่าวแห่งชาติของสิงคโปร์ รายงานมูลค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลังสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2018 และ 2022 ว่าสิงคโปร์ต้องจ่ายเงินราว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 820 ล้านบาท) ขณะที่ตัวเลขในปีนี้ไม่มีการเปิดเผย
อย่างไรก็ดี บริษัทมีเดียคอร์ป (Mediacorp) ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะแห่งชาติของสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เปิดเผยแพ็กเกจสมัครสมาชิกรับชมฟุตบอลโลก 2026 โดยประกาศว่ามีราคาเท่ากับปี 2022 โดยบริษัทเปิดให้ผู้ชมสมัครในราคาพิเศษช่วงแรก 98 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,500 บาท) ตั้งแต่วันที่ 2-30 เม.ย. ก่อนปรับเป็นราคาปกติ 118 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3,010 บาท)
- อินโดนีเซีย
ABU รายงานเช่นเดียวกันว่า ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการในอินโดนีเซีย เป็นของทีวีอาร์ไอ (TVRI) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะของประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ประชาชนอินโดนีเซียไม่ต้องเสียเงินเพื่อรับชมเกมการแข่งขันครบทุกนัด
suara.com รายงานว่า การแต่งตั้งให้ TVRI เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดแต่เพียงผู้เดียวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ต่างจากครั้งก่อน ๆ ที่มักเป็นของสถานีเอกชนระบบจ่ายเงินรายแมตช์ (pay-per-view) แต่ครั้งนี้ทุกแมตช์จะรับชมได้ฟรี
สำนักข่าวแห่งนี้รายงานต่อไปด้วยว่า ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดครั้งนี้มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 72.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,400 ล้านบาท) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ TVRI ยกระดับคุณภาพการถ่ายทอดและขยายการเข้าถึงทางดิจิทัลด้วย
- ฟิลิปปินส์
ในฟิลิปปินส์ ภาคเอกชนอย่าง อเลฟ (Aleph) บริษัทโฆษณาดิจิทัลระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจคาบเกี่ยวระหว่างสื่อและบริการชำระเงินข้ามพรมแดน ออกมาแถลงว่าบริษัทได้เป็นผู้จัดจำหน่ายลิขสิทธิ์สื่อ (media rights) อย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา
ปัจจุบันยังไม่มีรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวที่ระบุตัวเลขว่าบริษัทต้องจ่ายเงินให้ฟีฟ่าสูงแค่ไหนสำหรับการถือครองลิขสิทธิ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีของฟิลิปปินส์ ภาครัฐไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเอกชนอย่างกรณีของมาเลเซีย
สำหรับผู้ชมชาวฟิลิปปินส์ หากแฟนบอลต้องการรับชมครบทุกนัดจะต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงินบนแฟลตพอร์มสตรีมมิง BlastTV ด้วยราคา 1,999 เปโซ (ราว 1,000 บาท)
- ลาว
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ qdnd.vn หนังสือพิมพ์ทางการของกองทัพเวียดนามรายงานว่า สตาร์เทเลคอม (ยูนิเทล) กิจการร่วมทุนด้านโทรคมนาคมระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมการทหาร-โทรคมนาคมของเวียดนาม (เวียตเทล) กับพันธมิตรฝ่ายลาวอย่างลาว เอเชีย เทเลคอม (Lao Asia Telecom) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงป้องกันประเทศลาว เปิดตัวเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในลาวอย่างเป็นทางการ
บริษัทประกาศว่าจะถ่ายทอดสดครบทั้ง 104 นัดของฟุตบอลโลก 2026 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์มบันเทิงดิจิทัล LaoTV และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยเปิดให้แฟนบอลทั่วประเทศรับชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิก
ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าสตาร์เทเลคอมต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ให้กับฟีฟ่าเป็นค่าลิขสิทธิ์
- กัมพูชา, ติมอร์-เลสเต, บรูไน, เมียนมา
สำหรับกัมพูชา เว็บไซต์ kiripost.com ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2021 ในฐานะสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษในกัมพูชา และเป็นพันธมิตรกับ BBC Media Action รายงานว่าฝั่งเอกชนอย่าง ฮังเมียสทีวี (Hang Meas HDTV) เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการและครอบคลุมสิทธิ์การถ่ายทอดทุกนัดของทัวร์นาเมนต์ ไม่มีรายงานว่าบริษัทต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เท่าใด
สำหรับติมอร์-เลสเต เอกสารของฟีฟ่า ระบุว่า บริษัทเอกชนด้านโทรคมนาคมท้องถิ่นอย่าง ETO เป็นผู้ได้สิทธิ์ครอบคลุมการถ่ายทอดสดบนโทรทัศน์ มือถือ และอินเทอร์เน็ต โดยไม่เปิดเผยตัวเลขค่าลิขสิทธิ์เช่นกัน
สำหรับบรูไน RTB ซึ่งเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติบรูไน เพิ่งออกมาประกาศเมื่อ 5 วันก่อนหน้าว่าพวกเขาคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ครบทั้ง 104 นัด ผ่านช่อง RTB Aneka และสตรีมมิงบนแอป RTBGo โดยไม่มีตัวเลขเปิดเผยเช่นกัน
สำหรับเมียนมา เอกสารของฟีฟ่า ระบุว่าผู้ที่ถือลิขสิทธิ์คือ Mytel ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมือถือรายใหม่สุดของเมียนมา ดำเนินงานภายใต้บริษัทเทเลคอม อินเตอร์เนชันแนล เมียนมา (Telecom International Myanmar) โดยสำนักข่าวขิตทิต (Khit Thit Media) ซึ่งเป็นสื่ออิสระของเมียนมาที่ต่อต้านการรัฐประหาร และเป็นสื่อที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เคยรายงานถึงเมื่อปี 2021 ภายใต้หัวข้อ "Myanmar: Press Freedom Under Attack" (อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า เมียนมา: ความเป็นอิสระของสื่อกำลังถูกโจมตี) ระบุว่า บริษัทดังกล่าวมีกลุ่มกองทัพเป็นเจ้าของ ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขค่าลิขสิทธิ์เช่นกัน
- เกาหลีใต้
บริษัทเอกชนอย่าง JTBC ที่อยู่ภายใต้กลุ่มจุงอัง กรุ๊ป (JoongAng Group) เปิดเผยในแถลงการณ์ว่า บริษัทได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2026 มาด้วยมูลค่าสูงถึง 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,100 ล้านบาท)
เว็บไซต์ starnewskorea.com ซึ่งเป็นสำนักข่าวด้านบันเทิงและกีฬาของเกาหลีใต้ และเป็นสำนักข่าวที่เป็นสมาชิกของสมาคมหนังสือพิมพ์อินเทอร์เน็ตเกาหลี (Korea Internet Newspaper Association - KINA) รายงานว่านี่นับเป็นครั้งแรกที่ JTBC เปิดเผยตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกอย่างเจาะจง JTBC ระบุเพิ่มว่า "เราได้สิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2026 ที่ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกกาตาร์ 2022 ครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ 103 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,400 ล้านบาท)"
koreatimes.co.kr รายงานเพิ่มเติมว่า ตอนแรก JTBC มีความพยายามเข้าไปพูดคุยกับสื่อภายในประเทศถึง 3 ราย เพื่อเสนอขายลิขสิทธิ์ช่วง (sub-license) การถ่ายทอดสด อย่างไรก็ดีมีเพียงสถานี KBS สถานีเดียวเท่านั้นที่ตอบรับ
สำหรับกรณีของเกาหลีใต้ แฟนบอลสามารถรับชมการแข่งขันทุกนัดผ่าน JTBC ซึ่งปกติจะมีการเก็บค่าสมาชิกเคเบิล ดาวเทียม หรือ IPTV รายเดือนอยู่แล้ว ขณะที่สถานีโทรทัศน์สาธารณะอย่าง KBS จะถ่ายทอดสดฟรีเป็นบางนัด
- อินเดีย
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. บริษัท ซี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เอ็นเตอร์ไพรเซส (Zee Entertainment Enterprises Limited) ประกาศว่าได้ลงนามข้อตกลงระยะยาวครั้งประวัติศาสตร์กับฟีฟ่า คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดและสิทธิ์ดิจิทัลแต่เพียงผู้เดียวของการแข่งขันในอินเดีย
ฟีฟ่ารายงานว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมการแข่งขันของฟีฟ่ารวม 39 รายการตลอดระยะเวลา 8 ปีจนถึงปี 2034 ซึ่งรวมถึงฟุตบอลโลกปี 2026 และ 2030 ตลอดจนฟุตบอลโลกหญิง 2027 ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าว Business Standard ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อกระแสหลักที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1975 ระบุว่าดีลนี้น่าจะปิดที่ราว 30-35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 987-1,151 ล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าตัวเลข 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,974 ล้านบาท) ที่บริษัทไวอาคอม 18 (Viacom18) ต้องจ่ายให้กับมูลค่าลิขสิทธิ์ในปี 2022
สำหรับชาวอินเดีย พวกเขาสามารถรับชมการแข่งขันผ่านช่องทางโทรทัศน์และออนไลน์ของซีได้ โดยมีราคาที่ต้องจ่ายแตกต่างกันออกไป ข้อมูลราคาแพ็กเกจสตรีมมิงออนไลน์บน ZEE5 มีแพ็กเกจราย 3 เดือน 799 รูปี (ราว 274 บาท)
ส่วนการรับชมผ่านโทรทัศน์นั้น ทางซีได้รับอนุมัติให้เปิดช่องกีฬาใหม่ 4 ช่อง ภายใต้เครือข่ายชื่อ Unite8 Sports โดยคิดราคาขายแยกเป็นรายช่อง (a-la-carte) ต่อเดือน ในราคาที่ถูกมากตามเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอินเดีย โดยมีราคาต่ำสุดที่ราว 7 รูปี (ประมาณ 3 บาท) ต่อเดือน อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าว The Times of India ซึ่งเป็นสื่อหลักระดับประเทศของอินเดีย
- จีน
ฟีฟ่ารายงานว่า ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป (China Media Group) บริษัทแม่ของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของจีน เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกของฟีฟ่า โดยสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ CCTV ระบุว่า แพ็กเกจนี้ครอบคลุมฟุตบอลโลกปี 2026 และปี 2030 รวมถึงฟุตบอลโลกหญิงปี 2027 และ 2031
สื่อกีฬาระดับโลกอย่าง sportspro.com ซึ่งเป็นผู้จัดงานประกาศรางวัล SportsPro Media Awards รายงานว่าดีลนี้มีมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,974 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าลดลงมาจากตัวเลขเดิมซึ่งสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,876 ล้านบาท)
เนื่องจาก CCTV เป็นสถานีของรัฐ ผู้ชมที่ดูผ่านโทรทัศน์ของรัฐสามารถรับชมได้ฟรี ทั้งยังสามารถรับชมผ่านช่องทางสตรีมมิงออนไลน์ที่ได้รับอนุญาต
- ญี่ปุ่น
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโฆษณาอย่าง เดนท์สุ (Dentsu) แถลงข่าวตั้งแต่ ธ.ค. 2025 ว่าได้ซื้อสิทธิ์การถ่ายทอด (ครอบคลุมทั้งสิทธิ์การออกอากาศทางโทรทัศน์และสิทธิ์สื่อสตรีมมิง) ของฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศญี่ปุ่น ทั้ง 104 นัด
สำหรับกรณีของญี่ปุ่นนั้น เดนท์สุ จะไปขายลิขสิทธิ์ต่อให้กับสถานีโทรทัศน์และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่ออีกทีหนึ่ง
แฟนฟุตบอลชาวญี่ปุ่นสามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ได้ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินรายใหญ่หลายช่องร่วมกัน ทั้ง NHK ที่มีสถานะเป็นสื่อสาธารณะ ซึ่งเว็บไซต์ goal.com ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์รายงานข่าวฟุตบอลระดับโลก ระบุว่า NHK จะถ่ายทอดสดฟรีทุกนัดที่ทีมชาติญี่ปุ่นลงเตะ รวมไปถึง Nippon TV และ Fuji TV
ขณะที่การกระจายสิทธิ์ช่วงต่อในฝั่งดิจิทัลครอบคลุมครบทั้ง 104 นัด แฟนบอลสามารถรับชมผ่านแพลตฟอร์มแบบพรีเมียมอย่าง DAZN ที่ต้องมีการจ่ายค่าสมาชิก