You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชุมนุม 25 ตุลา: กลุ่ม "ราษฎร" ปิดแยกราชประสงค์กดดันนายกฯ ลาออก นัดเดินขบวนไปสถานทูตเยอรมนี
ผู้ชุมนุม "กลุ่มราษฎร" รวมตัวที่แยกราชประสงค์เพื่อกดดันให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก หลังจากพ้นเส้นตาย 3 วันที่ผู้ชุมนุมกำหนด พร้อมชวนประชาชนร่วมเดินขบวนจากสามย่านไปสถานทูตเยอรมนีพรุ่งนี้ (26 ต.ค.)
การนัดชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นจากที่รัฐบาลไม่รัฐบาลไม่ตอบสนองตามข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศหลังจากเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 21 ต.ค. โดยให้เวลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกภายในระยะเวลา 3 วัน พร้อมด้วยอีกเงื่อนไขคือ ปล่อยตัวกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดที่ทางการจับกุมตัวทั้งหมด
นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" แกนนำกลุ่ม "คณะราษฎรอีสาน" เป็นผู้ประกาศนัดหมายการชุมนุมเมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (24 ต.ค.) ก่อนหน้านั้นไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันระหว่างการทักทายประชาชนที่มาร่วมสวดมนต์ที่วัดพระเชตุพลลวิมลมังคลารามราชวรวิหารว่าไม่ลาออก พร้อมชูสองนิ้ว
ผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 16.00 น. ตามนัดหมาย ในเวลาไม่กี่นาทีจำนวนผู้ชุมนุมก็เพิ่มมากขึ้นจนเกือบเต็มแยกราชประสงค์ ระหว่างรอมวลชนมาเพิ่ม พวกเขาได้ร่วมกันตะโกนขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นระยะ ๆ
16.20 น. เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เดินทางมาที่ชุมนุมและอ่านประกาศว่าการชุมนุมในวันนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ และบอกว่าให้ยุติการชุมนุมภายในเวลา 17.00 น.
16.50 น. นายจตุภัทร์เดินทางมาถึงยังที่ชุมนุมและได้ชักชวนมวลชนตะโกนข้อความ "กล้ามาก ๆ เก่งมาก ๆ ขอบใจนะ" ซ้ำหลายครั้ง
การชุมนุมในวันนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่ออภิปรายเพื่อร่วมกันหาทางออกประเทศ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 09.00 น. วันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.)
3 เหตุผลที่รัฐขอรับฟังความเห็นรัฐสภา
สื่อมวลชนหลายสำนัก อาทิ ประชาชาติธุรกิจและไทยรัฐ ได้เผยแพร่รายละเอียดหนังสือที่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พร้อมทั้งระบุเหตุผล 3 ข้อที่สมควรฟังความเห็นของรัฐสภา ดังนี้
1.การชุมนุมที่ต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ฝ่ายสาธารณสุขเกรงว่าจะเกิดโรคระบาดได้ง่าย การชุมนุมกระทบต่อการยับยั้งโรค และความเชื่อมั่นของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ
2 การชุมนุม วันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขวางทางและหยุดขบวนเสด็จฯ
3. การสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค. และข้อเรียกร้อง 3 ข้อ บางเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่การชุมนุมบางแห่งยังมีการจาบจ้วงบุคคลอื่น การทำลายพระบรมฉายาลักษณ์อันเป็นทรัพย์สินของทางราชการถือว่าผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ การอภิปรายดังกล่าวจะไม่มีการลงมติ ภายใต้ข้อตกลงในการอภิปราย 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภา 5 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี 5 ชั่วโมงและ ประธานรัฐสภา 1-2 ชั่วโมง
นักวิชาการแนะรัฐสภาเสนอตัวเป็น "คนกลาง"
ดร. สติธร ธนานิธิโชติ รักษาการ ผอ. สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เมื่อพิจารณาวาระทั้งสามที่จะถูกหยิบยกไปอภิปรายในรัฐสภา ที่นำเสนอโดยรัฐบาลในระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ถือว่าไม่ได้ตอบโจทย์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะคาดว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายในแนวซักฟอกรัฐบาลว่าทำอะไรไม่ถูกบ้าง ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะใช้เป็นเวทีอธิบายโต้ตอบ ชี้แจงและอาจจะพาดพิงถึงผู้ชุมนุมด้วย
"ในสองวันนี้อาจจะไม่ได้ทางออก อย่างน้อย ๆ ได้ข้อเสนอเพื่อนำไปสู่ทางออกหลังจากนั้นค่อยไปทำงานกันต่อ เพื่อช่วยลดบรรยากาศที่ตึงเครียดได้"
ดร. สติธรกล่าวย้ำว่า รัฐสภาเป็นกลไกทางการที่น่าจะช่วยให้มีทางออกมากที่สุดแล้วในระบอบประชาธิปไตยที่มีอยู่ และไม่ต้องการให้พลาดโอกาสสำคัญนี้ ในการแก้ปัญหาประเทศในยามวิกฤตนี้ให้ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
นักวิชาการรายนี้เสนออีกว่า รัฐสภาควรเสนอตัวเป็นคนกลางในการเจรจาที่จะเชิญฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมมาสู่โต๊ะเจรจา โดยหลังจากการอภิปรายครั้งนี้แล้วเสร็จ อาจจะมีการตั้งคณะทำงานคณะหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบให้ได้สัดส่วนจากรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อรับเพื่อพิจารณารูปแบบที่เป็นไปได้ในการตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างรัฐบาลและแกนนำฝ่ายชุมนุม และคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่
ด้าน รศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เธอเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนการเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพราะไม่ทีทางที่จะก้าวข้ามวิกฤตทางการเมืองโดยไม่ใช้กระบวนการในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกระบวนการทางรัฐสภา ในขณะที่รัฐบาลคือคู่ขัดแย้งเสียงเอง ดังนั้นจึงไม่มีทางอื่น
เธอบอกว่า การเปิดสภาสมัยวิสามัญจะต้องใช้อย่างระมัดระวัง และใช้อย่างมีเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยใช้เป็นเวทีเพื่อตั้งกรรมาธิการหรือเชิญสองฝั่งมาใช้พื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การอภิปรายตามวิธีการปกติ
"นี่ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ โดยที่ไม่ต้องพิจารณาถึงหัวข้อในการพิจารณาเสียด้วยซ้ำ สำหรับการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ก็ถือว่าไม่ถูกแล้ว เพราะไม่ใช่การอภิปรายเพื่อชี้นิ้วว่าใครผิดใครถูก มันคือการใช้กระบวนการทางรัฐสภาเพื่อหาทางออกร่วมกัน"
ผู้ชุมนุมมองไม่เห็นทางออกในสภาฯ
บีบีซีไทยสอบถามความเห็นของผู้เข้ามาร่วมชุมนุมบางคนต่อการเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ หลายคนเห็นตรงกันว่ากลไกรัฐสภาจะไม่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงหากว่าไม่ยอมเปิดใจรับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุม
ผู้ชุมนุมวัย 63 ปีที่เปิดเผยเพียงชื่อเล่นว่า "ซูซี่" เชื่อว่าเสียงของพรรคฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถนำไปสู่ทางออกจากความขัดแย้งได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์และผู้สนับสนุนจะต้องเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศด้วย
"ทำไมคุณ (ประยุทธ์) ไม่ยอมเสียสละให้บ้านเมืองไปในทิศทางที่ดี คุณจะอยู่ในอำนาจตลอดไปไม่ได้ น้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาออกมาเรียกร้องให้คุณลาออกไป คุณอายพวกเขาไหมคะ"
ขณะที่โอห์ม ผู้ชุมนุมวัย 34 ปีกล่าวว่า รัฐบาลมีธงอยู่แล้วว่าต้องการสื่ออะไรในสภา เขาจึงคาดหวังให้ฝ่ายค้านนำเสนอสิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาให้รัฐบาลรับฟัง เพราะที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมได้ทำหลากหลายวิถีทางแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ยอมรับฟัง
"เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนการให้โอกาสผู้แทนพูดในสภาฯ ฝั่งที่สนับสนุนรัฐบาลคิดเป็นถึง 3 ใน 4 ของรัฐสภาซึ่งเวลาในการพูด ส.ว. ก็ได้เวลาไป 1 ใน 3 แล้ว ของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีอีก สิ่งที่คาดหวังต่อฝ่ายค้านคือเขาควรจะพูดสิ่งที่ตรงและคุ้มค่าเวลาที่ได้" ผู้ชุมนุมรายนี้กล่าว
"ถ้าพวกเขารับฟังจริง ๆ มันคงไม่มาถึงจุดนี้หรือเปล่า และเขาบอกว่าจะถอย ก็ต้องรับฟังสิ่งที่เราเรียกร้องไปปรับปรุง จริง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวพวกเขาเสียด้วยซ้ำ"
"เพราะเรากล้ามากและแต่งหน้าเก่งมาก"
หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมวันนี้ คือ "กลุ่มแดร็กควีน" ซึ่งพากันแต่งหน้าและแต่งตัวในธีม "ผู้ดีอังกฤษ" ในชุดดำ เพื่อแสดงออกถึงความหลากหลายมีกลุ่มคนทุกประเภทผ่านข้อเรียกร้อง 3 เรื่องของกลุ่มคณะราษฏร
การปรากฏตัวของกลุ่มแดร็ก (Dressed Resembling A Girl) พร้อมสโลแกน "เพราะเรากล้ามากและแต่งหน้าเก่งมาก" นอกจากจะสร้างสีสันให้กับการชุมนุมแล้ว ยังเป็นการประกาศจุดยืนว่ามีกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศบางส่วนที่สนับสนุนข้อเรียกร้องและการเคลื่อนไหวของกลุ่ม "คณะราษฎร 2563"
"อเล็กซานดร้า" หนึ่งในกลุ่มแดร็กควีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ชื่นชอบการแต่งหน้าและแต่งกายเป็นผู้หญิง บอกกับบีบีซีไทยถึงเหตุที่มาร่วมชุมนุมว่าเป็นเพราะ "เขาฟังเราน้อยมาก ประเทศไทยมีแต่ผู้พูด ผู้ฟังน้อยมาก ถ้าผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังเด็กรุ่นใหม่ ๆ หนูว่ามันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้"
เรื่องเล่าจาก "คนถูกจับ"
แม้นายจตุภัทร์จะเป็นผู้นัดหมายการชุมนุมในวันนี้ แต่ในที่ชุมนุมยังคงยึดหลัก "ทุกคนคือแกนนำ" โดยผู้ชุนนุม ทั้งนักเรียน สมาชิกกลุ่มแดร็กควีน และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผลัดกันขึ้นมาเป็นผู้ปราศรัย และยังมีผู้ชุมนุมถือโทรโข่งจับกลุ่มปราศรัยย่อย ๆ กระจายเป็นจุด ๆ บน ถ.ราชดำริ
นักเรียนอายุ 16 ปี และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่" นักร้องวงเดอะบอตทอมบลูส์ เป็นสองผู้ปราศรัยที่ขึ้นมาบอกเล่าประสบการณ์ของผู้ที่ถูกจับกุมจากการชุมนุม
เยาวชนชายวัย 16 ปี จับไมโครโฟนขึ้นมาเล่าเหตุการณ์ให้ผู้ชุมนุมฟังว่าเขาถูกจับพร้อมกับสมาชิก "คณะประชาชนปลดแอก" เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดแฟลชม็อบหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ หลังเหตุสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ต.ค.
แกนนำคณะประชาชนปลดแอกถูกนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี ส่วนเขาถูกนำตัวไปที่ สน.ปทุมวัน
"ผมอายุแค่ 16 ปีที่แค่ออกมาพูดความจริง แต่คุณทำกับผมเหมือนกับเป็นคนร้าย ยึดโทรศัพท์มือถือผม แล้วบอกให้ผู้ปกครองมารับและห้ามผมปราศรัย...แต่ผมไม่กลัว ผมจะสู้ต่อ...ประเทศนี้ไม่ใช่ของพวกคุณ ประเทศนี้เป็นของประชาชน"
นักเรียนชายซึ่งเป็นตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมพิธี "ฝังหมุดคณะราษฎร 2563" ที่ท้องสนามหลวงในการชุมนุมของกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ยังได้เรียกร้องให้ตำรวจ "ลดความเป็นตำรวจและเพิ่มความเป็นคน"
ขณะที่นายไชยอมรซึ่งถูกจับกุมพร้อมนายจตุภัทร์ระหว่างจัดเตรียมที่ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 13 ต.ค. เล่าถึงประสบการณ์การอยู่ในเรือนจำที่เต็มไปด้วยความแออัดและไม่สะดวกสบาย และยังยืนยันด้วยว่าเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมต่อหน้าเขา
นายไชยอมรซึ่งเป็นศิลปินคนแรก ๆ ที่ประกาศตัวสนับสนุนและเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของนักศึกษายัง "ฟ้อง" ประชาชนด้วยว่าผู้ถูกจับกุมไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากในการขึ้นให้การต่อศาลผ่านระบบทางไกล (เทเลคอนเฟอเรนซ์) ผู้ต้องขังทุกทนต้องขึ้นให้การด้วยตัวเอง โดยปราศจากความช่วยเหลือของทนายความ
บอกว่าเขาได้รับกำลังใจจากผู้ต้องขังหลายคน หนึ่งในนั้นคือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เขาทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำและผู้ชุมนุมทุกคน
นัดเดินขบวนไปสถานทูตเยอรมนี 26 ต.ค.
การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบตลอดระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ปราศรัยคนสุดท้ายจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 21.10 น. โดยเชิญชวนให้มวลชนมาพบกันอีกครัั้งในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) เวลา 17.00 น. เพื่อร่วมเดินขบวนจากสามย่านไปยังสถานทูตเยอรมนี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประกาศโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก เป็นการยกระดับการเคลื่อนไหวหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมลาออกภายใน 3 วันตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง