วันปิยมหาราช : เปิดบันทึกรัฐบาลอังกฤษไม่ยกเว้นภาษีมรดก ร.5 ให้ ร.6

circa 1890: Phra Paramindr Maha Chulalongkorn, Rama V, King of Siam, with his son, the Crown Prince Vajiravudh Rama, who is being educated in Britain.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (รัชกาลที่ 6)
    • Author, เผด็จ ขำเลิศสกุล
    • Role, หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหราชอาณาจักร
  • Published

23 ตุลาคม 2563 ครบรอบ 110 ปี ของการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเสด็จสวรรคตของพระองค์ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านส่งต่อการปกครองประเทศและพระราชทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ สู่องค์รัชทายาท คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับพระราชทรัพย์ในต่างประเทศ เมื่อไม่นานนี้ ผู้เขียนพบเอกสาร 3 ชุดจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหราชอาณาจักร (The National Archives, UK) ที่ระบุถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษและเงินฝากธนาคาร และ จดหมายโต้ตอบระหว่างทางการสยามและอังกฤษเพื่อขอยกเว้นภาษีมรดก

คำบรรยายวิดีโอ, 30 ก.ค. 2560 "ทับโลว์คอร์ท" กับ 120 ปี ของการประพาสยุโรป ของ ร.5

ความเป็นมา

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ขึ้นครองราชย์แล้ว พระยาสุธรรมไมตรี (พระยาศิริรัตนมนตรี สงบ สุจริตสกุล) เอกอัครราชทูตสยาม ณ กรุงลอนดอน ทำจดหมายลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2455 ยื่นขอยกเว้นการเสียภาษีมรดกไปยัง เซอร์ เอ็ดเวิร์ด เกรย์ รมว. ต่างประเทศ ของอังกฤษ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ลงทุน 100,000 ปอนด์ ในพันธบัตรของรัฐบาลอังกฤษที่มีผลตอบแทน 2.5% ในชื่อ "2½% Consolidated Stock" พร้อมกับมีเงินฝากบัญชีกระแสรายวันพร้อมดอกเบี้ยไว้กับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น รวมมูลค่า 111,850 ปอนด์ ณ วันสิ้นพระชนม์ (23 ตุลาคม 2453)

จำนวนเงินดังกล่าว หากใช้การคำนวณแบบธนาคารชาติอังกฤษ (Bank of England) โดยให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 4.5% ต่อปี จะมีมูลค่าถึง 12.87 ล้านปอนด์ ในปี 2562 และถ้าคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 41.84125 บาท/ปอนด์ ตามอัตราขายธนบัตรปอนด์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ณ 22 ตุลาคม 2563 จะได้วงเงินถึง 538.57 ล้านบาท

จดหมาย

ที่มาของภาพ, เผด็จ ขำเลิศสกุล

คำบรรยายภาพ, จดหมายจากเอกอัครราชทูตสยาม ณ กรุงลอนดอน ถึง รมว. ต่างประเทศ อังกฤษ
จดหมาย

ที่มาของภาพ, เผด็จ ขำเลิศสกุล

คำบรรยายภาพ, จดหมายจากเอกอัครราชทูตสยาม ณ กรุงลอนดอน ถึง รมว. ต่างประเทศ อังกฤษ
คำบรรยายวิดีโอ, 19 พฤศจิกายน 2559 ครบรอบ 159 ปีไทยส่งทูตคณะแรกเยือนอังกฤษเจริญสัมพันธไมตรี

เหตุผลในการขอยกเว้น

พระยาสุธรรมไมตรีให้เหตุผลในจดหมายการขอยกเว้นภาษีมรดกไว้ว่า

"พระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับและรัชทายาทของพระองค์เป็นองค์อธิปัตย์ในต่างแดน ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่ว่าทั้งสองพระองค์ไม่เคยมีหรือมีภูมิลำเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ในการปกครองของอังกฤษ เห็นได้ชัดว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นไปเพียงชั่วคราว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการตั้งถิ่นฐานในอังกฤษ และอาจถูกถอนหรือโอนได้ตลอดเวลา ดังนั้นแม้นอกเหนือจากคำถามเกี่ยวกับสถานะของพระมหากษัตริย์แล้ว ในแง่ใดก็ไม่สามารถปฏิบัติต่อทรัพย์สินนี้ได้อย่างเท่าเทียมกับกรณีของทรัพย์สินที่เป็นมรดกซึ่งเป็นของคนอังกฤษหรือ โดยชาวต่างชาติที่มีภูมิลำเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ในอังกฤษ"

แต่เหตุผลที่พระยาสุธรรมไมตรียกมาขึ้นมาอ้างนี้ฟังไม่ขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากการที่นายวอลเตอร์ แลงลีย์ ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งสำเนาคำขอของพระยาสุธรรมไมตรีไปให้ นายโรเบิร์ต ชาลเมอร์ อธิบดีกรมสรรพากร และให้คำแนะนำในการตอบคำขอยกเว้นภาษีมรดกจากสยาม ต่อนายแลงลีย์ ว่า

"คำตอบที่จะส่งกลับไปยังเอกอัครราชทูตสยามควรจะเป็นเหตุผลที่ว่าความรับผิดชอบต่อภาษีมรดกของทรัพย์สินในประเทศนี้ของกษัตริย์สยามผู้ล่วงลับขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่ว่าทรัพย์สินในมรดกนี้ตั้งอยู่ในประเทศนี้ในช่วงเวลาที่พระองค์สวรรคตและโดยไม่ต้องคำนึงถึงการพิจารณาอื่นใด"

"เจ้านายของฉันไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะให้การยกเว้นในกรณีนี้จากภาษีมรดกซึ่งต้องชำระตามกฎหมาย…."

King Chulalongkorn of Siam, poses with the Crown Prince who was educated in Britain circa 1895

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระราชโอรสและนักเรียนไทยที่ศึกษาในอังกฤษ

การงดเว้นภาษีไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอน

การงดเว้นภาษีในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นขององค์อธิปัตย์จากประเทศอื่นนั้นแทบจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับระหว่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากรายงานของสำนักงานภาษีมรดก กล่าวคือในปี พ.ศ. 2438 กรณีภาษีมรดกของพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งรัสเซีย ซึ่งเอกอัครราชทูตของรัสเซียเป็นตัวแทนในการยื่นของดเว้นภาษี ความเห็นของเขาส่งผลให้เซอร์ วิลเลียม ฮาร์คอร์ต รมว. คลังในขณะนั้นยอมรับ และงดเว้นการจัดเก็บภาษีมรดก ของกษัตริย์รัสเซีย อย่างไรก็ตามกรณีนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในรัฐสภา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 กรณีภาษีมรดกของกษัตริย์คาร์ลอสที่ 1 แห่งสเปน ก็มีการขอยกเว้นภาษีมรดกที่มีอยู่ในอังกฤษแต่ นาย เดวิด ลอยด์ จอร์จ ซึ่งเป็น รมว. คลัง แสดงความเห็นว่าไม่ควรยกเว้นภาษีนี้และผลที่ตามมาคือการเก็บภาษีมรดกของกษัตริย์คาร์ลอสที่ 1

รัชกาลที่ 5 และเหล่าพระราชโอรส

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, จากซ้ายไปขวา - เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ, เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย, เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ, พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ, เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์, เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร, พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์, พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์, พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร, พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กล่าวโดยสรุปนับตั้งแต่กรณีภาษีมรดกของพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 3 เป็นต้นมา รมว. คลังคนต่อมา ปฏิเสธที่จะพิจารณาคำร้องขอให้ยกเว้นการจ่ายภาษีมรดกในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินในประเทศนี้ซึ่งเป็นขององค์อธิปัตย์ต่างแดนผู้ล่วงลับซึ่งรวมถึงมรดกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมอบให้ทายาทโดยธรรมคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นที่น่าเสียดายว่า ผู้เขียนยังไม่สามารถหาหลักฐานต่อได้ว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจ่ายภาษีไปเท่าไร และนำพระราชทรัพย์กลับคืนสู่สยามเมื่อไร

รัชกาลที่ 5 และเหล่าพระราชโอรส