โควิด-19 : นายกรัฐมนตรียืนยันไม่ขยายเวลาเคอร์ฟิว

Published

ค่ำวันนี้ (10 เม.ย.) เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นเวทีสื่อสารการทำงานของรัฐบาลและของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการ ว่ามีความคืบหน้า

แถลงการณ์ทางโทรทัศน์ของเขายังเป็นช่องทางสยบข่าวลือเรื่องการจะขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาลและย้ำว่าการบริหารจัดการการระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย ทั้งในเรื่องทรัพยากรและงบประมาณมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาราว 17 นาที พูดแตะในหลายประเด็น และย้ำว่ายังไม่มีแนวคิดที่จะขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิวจากเวลา 22.00-04.00 น. ที่ประกาศมาแล้ว 1 สัปดาห์ แต่เตือนผู้ที่ฝ่าฝืนชุมนุมในยามวิกาลให้แก้ไขตัวเอง เพราะตัวเลขผู้มีพฤติกรรม "มั่วสุม" ตามคำพูดที่นายกรัฐมนตรีระบุมีกว่า 6,500 ราย ในช่วงวันที่ 3-10 เมษายนที่ผ่านมา ยังไม่น่าพอใจ

ทั้งนี้ ในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในข้อกำหนดเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กำหนดข้อยกเว้นหลายประการ เช่น ให้ผู้ป่วย ผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์และผู้ดูแลสามารถออกนอกเคหะสถานได้ อนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน อาทิ อาหาร ยา เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภค บริโภค ฯลฯ ได้ การขนส่งคนไปยังสถานที่กักกันของทางราชการ รวมทั้งผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องเข้าเวรยาม หรือผัดเวลา รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพ ประมง กรีดยาง ตรวจรักษาสัตว์ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้อธิบายถึงการเตรียมงบประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท หรือราว 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ว่ามีความจำเป็น เพื่อใช้ในการเยียวยาทางเศรษฐกิจที่ผู้ได้รับผลกระทบในวันนี้ "ต้องรอด" และกลับมาเข้มแข็งในวันข้างหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าการใช้จ่ายงบประมาณหรือเงินกู้ในการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 มีคณะกรรมการกำกับดูแล เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรี และนำเข้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติก่อน เรื่องใดที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อโซเชียลนอกเหนือจากแนวปฏิบัตินี้ถือเป็นข่าวปลอม ซึ่งปัจจุบันยังมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันนี้นายกรัฐมนตรียกย่องให้แพทย์ทุกศาสตร์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแทบทุกระดับ ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร และจิตอาสาว่าเป็น"ฮีโร่" ทั้งในใจของเขาและคนไทย ในการฝ่าวิกฤตที่เขาเชื่อว่าจะผ่านพ้นไปได้ ทั้งยังชี้ด้วยว่าหลายประเทศยกไทยเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เพราะมีอัตราการเสียชีวิตต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศชั้นนำ