You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มขึ้น 50 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มคนวัยทำงานยังเป็นกลุ่มเสี่ยง
จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย วันนี้ (10 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 50 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,473 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 43 ปี มีโรคแพ้ภูมิตนเอง ผู้ติดเชื้อเพิ่มยังคงเป็นกลุ่มคนทำงาน
จากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่าวันนี้มีผู้ป่วยกระจายตัวอยู่ใน 68 จังหวัด และยังคงเป็น"กลุ่มคนวัยทำงาน" ที่ยังมีการทำกิจกรรมทางสังคม
กรณีหญิงไทยที่เสียชีวิตเพิ่มนั้น มีโรคประจำตัว คือโรค SLE (โรคแพ้ภูมิตนเอง) เข้ารับการรักษาใน วันที่ 6 เม.ย. จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ซึ่งไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นโรคโควิด-19 ก่อนที่จะมีอาการไข้ เหนื่อยหอบ พบปอดอักเสบรุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เสียชีวิตในวันที่ 7 เม.ย.
"โรคนี้เป็นโรคใหม่ อาการรับรู้ว่าเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ แต่จริง ๆ แล้วมีอาการด้านอื่น ๆ ประกอบด้วย เรารู้เร็วก็รีบบอกทุกท่านโดยเร็วเพื่อให้สังเกตอาการ"
สำหรับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมจนถึงขณะนี้ประเทศไทยมี 2,473 ราย กระจายใน 68 จังหวัด สูงสุดที่กรุงเทพฯ 1,262 ราย ตามด้วย จ.ภูเก็ต 166 ราย นนทบุรี 148 ราย สมุทรปราการ 108 ราย
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันวันนี้มีทั้งหมด 50 ราย แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้
กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 27 ราย
- ส่วนใหญ่เป็นผู้ใกล้ชิดในครอบครัว พบมากในกทม. 11 ราย และยะลา 7 ราย
กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย
- คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 3 ราย ซึ่งมาจากอังกฤษและอเมริกา
- ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 3 ราย
- บุคลากรทางการแพทย์ 4 ราย
- อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในที่แออัด ใกล้ชิดกับคนต่างชาติ 5 ราย
กลุ่ม 3 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว แต่รอสอบสวนโรค 8 ราย
"หน้าที่ของทุกท่านพอรับรู้เสร็จแล้ว ช่วยไปแปลงเป็นการปฏิบัติ รับนโยบายของทางผู้ว่าราชการจังหวัด...เสียสละเพื่อชาติทำได้ง่ายมากเลย เพียงแค่นั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน" นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ. ทวีศิลป์ กล่าวว่า เมื่อดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ตอนนี้สถานการณ์การระบาดในกรุงเทพฯ นนทบุรี และภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และกลุ่มอายุ 20-29 ปีพบผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งเปรียบเหมือน "พาหะที่เดินได้" ต้องป้องกันตนเอง และลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น
"ถ้าคุณเองฟังอยู่กับทางรายการนี้ ต้องตระหนักเสมอนะครับว่าเราเป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นพาหะที่เดินได้แล้วไปรับเชื้อมาจากทุกคน แล้วกลับมาแพร่ในบ้านท่าน คนที่จะเป็นทุกข์มากที่สุดคือคนในบ้านของท่าน"
โดยมาตรการเคอร์ฟิวนั้น นพ.ทวีศิลป์ ชี้ว่ายังคงมีการกระทำผิดในการออกนอกเคหสถาน 1,152 คน และมั่วสุม 94 คน ซึ่งส่วนหนึ่งก็มีการดำเนินคดีและตักเตือน ซึ่งข้อมูลนี้จะมีผลกับการเปลี่ยนแปลงและควบคุมในแต่ละวัน "สร้างมาตรการแล้วสิ่งที่เราต้องการคือการปฏิบัติได้อย่างดี ไม่นั้นไม่รู้จะออกมาตราการเพื่ออะไร"
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่าขณะนี้ผู้ว่าราชการบางจังหวัดมีคำสั่งระงับการเดินทางเข้าออกในเขตพื้นที่จังหวัด รวม 15 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ภูเก็ต สตูล ตราด น่าน ยะลา พัทลุง สงขลา บึงกาฬ ระนอง ร้อยเอ็ด ตรัง มุกดาหาร นครพนม ชลบุรี (ปิดเฉพาะเมืองพัทยา)
กรณีคนไทยที่มีการแจ้งความประสงค์เดินทางเข้าประเทศนั้น นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบข้อมูลว่ามีผู้ประสงค์เดินทางกลับ 5,000 -20,000 คน ซึ่งมีมากตามแนวชายแดนทั้งมาเลเซีย ที่มีแรงงานไทยไปทำงานในร้านอาหาร แต่อย่างไรก็ตามรัฐยังต้องจำกัดจำนวนให้มีการเดินทางเข้า เนื่องจากความพร้อมเรื่องสถานที่ในการกักกันที่ต้องจัดเตรียมให้ ซึ่งก็มีข้อมูลที่พบผู้ป่วยจากกลุ่มที่มีการกักกันจัดการจำนวนมาก จึงยังต้องเน้นมาตรการนี้อยู่ จึงมีการหารือเพิ่มเติมมาตรการเยียวยาคนไทยในต่างแดน ซึ่งอยู่ระหว่างการหารืออยู่ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายที่เป็นเหตุของการระบาด