ถึงขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า
พรรคการเมืองที่อยู่ใน “ขั้วอำนาจเดิม”
จะไม่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งในการประชุมรัฐสภา 13 ก.ค.
นั่นหมายความว่า
จะมีชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ ส.ส. และ ส.ว. ได้โหวตเพียงชื่อเดียว
บีบีซีไทยรวบรวมจุดยืนของพรรคการเมืองหลัก
ๆ ใน “ขั้วอำนาจเดิม” ที่ประกาศต่อสาธารณะภายหลังการประชุมพรรค มาไว้ ณ ที่นี้
พรรคภูมิใจไทย: ภท. มีมติเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหัวหน้าพรรคที่ได้พูดมาตลอด
โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรค แถลงว่า “จุดยืนคือเราไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
และจะไม่ร่วมมือกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มบุคคลใดก็ตามที่มีแนวคิดแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 112”
พรรคพลังประชารัฐ:
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ แถลงจุดยืนพรรคว่า 1. จะไม่เสนอผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยใช้เสียงข้างน้อยอย่างเด็ดขาด และ 2. จะไม่โหวตให้กับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา
112
อย่างเด็ดขาด
พรรครวมไทยสร้างชาติ: นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค
ย้ำจุดยืนของพรรคว่า 1. ไม่เสนอแคนดิเดตนายกฯ
พรรคทั้ง 2 คน
เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อบ้านเมือง 2. ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ
โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว
ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ
อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง
พรรคประชาธิปัตย์:
ที่ประชุม 25 ส.ส. มีมติให้ “งดออกเสียง”
ในการโหวตเลือกนายกฯ โดย น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ รองประธาน ส.ส. พรรค ปชป.
ให้เหตุผลว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่สนับสนุนแคนดิเดตของพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา
112
พรรคชาติไทยพัฒนา: ที่ประชุม 10 ส.ส. มีมติให้ “งดออกเสียง” ในการโหวตเลือกนายกฯ
โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ย้ำจุดยืนเรื่องพรรคไม่สนับสนุนพรรคที่แก้ไขมาตรา
112