เกาะติดเหตุสลายการชุมนุม "คณะราษฎร" ที่แยกปทุมวัน

ก่อนถึงเวลานัดรวมตัวเวลา 17.00 น. ไม่ถึงชั่วโมง คณะราษฎรประกาศย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เป็นแยกปทุมวัน ขณะที่ กอร.ฉ. ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

รายงานสด

  1. ผู้ชุมนุมฝั่ง ถ.พญาไท ประกาศยุติการชุมนุม

    เวลาประมาณ 20.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่บน ถ.พญาไท ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มแยกย้ายกันออกจากพื้นที่หลังจากที่มีเสียงประกาศซ้ำ ๆ จากหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุม "คณะราษฎร" ว่า "แกนนำประกาศยุติการชุมนุมแล้ว"

    20.40 น. เพจเยาวชนปลดแอก - Free Youth โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประกาศห้ามมวลชนเข้าไปยังบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุพื้นที่ดังกล่าวไม่ปลอดภัยเนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและอาจถูกปิดล้อมได้ ให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน และรอประกาศความคืบหน้าต่อไป

    ด้านนายสิรภพ อัตโตหิ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยขณะนี้ ยืนยันว่าจุฬาฯ เป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้ประชาชนเข้ามาพักหรือเดินผ่านไปยังถนนเส้นอื่นได้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมใด ๆ เพราะไม่มีจัดการชุมนุมตั้งแต่ต้น

    ข้าม X โพสต์ , 1
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

    สิ้นสุด X โพสต์, 1

    ข้าม X โพสต์ , 2
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

    สิ้นสุด X โพสต์, 2

    ข้าม X โพสต์ , 3
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

    สิ้นสุด X โพสต์, 3

  2. ออกจับหมายแกนนำม็อบ 14 ตุลา เพิ่มอีก 12 คน

    เว็บไซต์ไทยพีบีเอสและสำนักข่าวไทยรายงานตรงกันว่า ศาลแขวงปทุมวันได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่ม "คณะราษฎร 2563" เพิ่มอีก 12 คน หลังจากจัดการชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. จนถึงการจัดการชุมนุมที่แยกปทุมวันในวันนี้ ทั้งนี้บางคนได้ถูกออกหมายจับและถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว

    แกนนำทั้ง 12 คน ประกอบด้วย

    • นายภาณุพงศ์ จาดนอก อายุ 23 ปี
    • น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี
    • นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 27 ปี
    • น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี
    • นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อายุ 20 ปี
    • นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ อายุ 29 ปี
    • นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี
    • นายวสันต์ กล่ำถาวร อายุ 48 ปี
    • นายอรรถพล บัวพัฒน์ อายุ 30 ปี
    • นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี อายุ อายุ 23 ปี
    • นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา อายุ 26 ปี
    • นายชินวิตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี

    หมายจับดังกล่าวระบุข้อหาในความผิดฐานเป็นบุคคลตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 เมื่อจับกุมได้แล้วให้ส่งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี

  3. สื่อบันทึกภาพตำรวจใช้โล่ทุบผู้ชุมนุม

    ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งเผยแพร่ภาพซึ่งบันทึกจากการรายงานข่าวของอมรินทร์ทีวี ที่ปรากฏภาพตำรวจชุดควบคุมฝูงชนใช้ โล่กระแทกใส่ผู้ชุมนุมคนหนึ่ง ขณะเกิดเหตุปะทะที่ ถ.พระราม 1 ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียถึงการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุม

    หลังการปะทะและเหตุชุลมุนช่วงรถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด "น้ำสีน้ำเงิน" ใส่ผู้ชุมนุม จึงเกิดแฮชแท็ก #ตํารวจทําร้ายประชาชน ที่กำลังเทรนดิ้งอันดับ 3 ในประเทศไทยแทบจะในทันที ด้วยจำนวนมากกว่า 100,000 ทวิต

    ข้าม X โพสต์
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

    สิ้นสุด X โพสต์

  4. สถานการณ์ตึงเครียดช่วงค่ำ

    คำบรรยายวิดีโอ, สถานการณ์ตึงเครียดช่วงค่ำ
  5. ผู้ชุมนุมวาง "โบว์ขาว" ก่อนถูกรวบตัว

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยบันทึกภาพจังหวะที่ผู้ชุมนุมคนหนึ่งวางโบว์สีขาวซึงเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพของกลุ่มผู้ชุมนุมลงบนพื้นถนนด้านหน้าท็อปบู๊ตของตำรวจควบคุมฝูงชน แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกตำรวจจับกุมไป

    ผู้ชุมนุมวางโบว์ขาว

    ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, ชายคนนี้ถูกตำรวจควบคุมตัวไปหลังจากวางโบว์ขาวซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การต่อสู้ของเยาวชน
  6. แนวตำรวจกระชับพื้นที่ถึงแยกปทุมวัน

    เกือบสองชั่วโมงหลังจากตำรวจเริ่มกระชับพื้นที่การชุมนุมและฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม แนวของตำรวจได้เคลื่อนเข้ามาจนถึงแยกปทุมวันแล้วเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนลงมาจากสกายวอล์ค ไม่เช่นนั้นจะเข้าจับกุม จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดขึ้นไปด้านบนสกายวอล์ค

    ผู้ชุมนุมคนหนึ่งถูกฉีดน้ำเข้าใส่ขณะตำรวจสลายการชุมนุมบน ถ.พระราม 1 ช่วงเวลา 18.50-19.30 น.

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมคนหนึ่งถูกฉีดน้ำเข้าใส่ขณะตำรวจสลายการชุมนุมบน ถ.พระราม 1 ช่วงเวลา 18.50-19.30 น.
  7. ภาพจากบริเวณสยามเซ็นเตอร์

    รถฉีดน้ำแรงดันสูงและกำลังตำรวจยังคงจอดอยู่บน ถ.พระราม 1 ด้านหน้าสยามเซ็นเตอร์

    รถฉีดน้ำบน ถ.พระราม 1

    ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

  8. ผู้ชุมนุมถอยร่น แสบตาและแสบผิวคาดจาก "น้ำสีน้ำเงิน"

    หลังเจ้าหน้าที่ประกาศหน้าเดินและปะทะกับแนวผู้ชุมนุมบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อ 18.55 น. ที่ผ่านมา รถฉีดน้ำแรงดันสูงได้เคลื่อนที่เข้าใกล้ผู้ชุมนุมและฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมแนวหน้าก่อน 3 ระลอก ก่อนที่จะฉีด "น้ำสีน้ำเงิน" ใส่ เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวในบริเวณดังกล่าวแสบตาและแสบผิวจนต้องถอยร่น คาดว่าน้ำดังกล่าวผสมสารเคมีบางอย่างที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่า ช่วงเหตุชุลมุน มีการฉีดน้ำตรงหน้าสยามเซ็นเตอร์ หลังจากนั้นมีเสียงดังขึ้นมา 1 ปัง และเริ่มรู้สึกแสบตาและผิว คาดว่าสัมผัสถูกสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำจนทำให้แสบตาแสบคอ

    รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด "น้ำผสมสารสีน้ำเงิน" ใส่ผู้ชุมนุมแนวหน้า

    ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG / BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด "น้ำผสมสารสีน้ำเงิน" ใส่ผู้ชุมนุมแนวหน้า
  9. เจ้าหน้าที่เตือนผู้ชุมนุมที่ยังอยู่ในพื้นที่จะถูกจับกุม

    ในช่วงเวลา 19.00 น.โดยประมาณซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ได้แถลงสรุปเหตุการณ์เบื้องต้นว่า หลังจากมีการแจ้งเตือนให้ยุติการชุมนุมหลายครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังคงฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงจำเป็นต้องดำเนินการซึ่งเป็นไปตามหลักสากลของการสลายการชุมนุม

    "กอร.ฉ.ขอให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ยุติการชุมนุม ณ เวลานี้ หากยังคงมีการฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ"

    ขณะที่รถขยายเสียงเคลื่อนที่ของตำรวจในที่ชุมนุมได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับเคหสถานทันที ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม

    ด้านแกนนำผู้ชุมนุม ได้ใช้โทรโข่งประกาศให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    "การถอยวันนี้ไม่ใช่การยอมแพ้นะครับ แต่ต้องการให้ทุกคนปลอดภัย"

    "อย่าปะทะนะครับเราไม่อยากเสียใคร" แกนนำประกาศ

  10. สถานการณ์ด้าน ถ.พระราม 1 ยังตึงเครียด

    ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

    ที่มาของภาพ, reuters

    ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงหลังจากตำรวจเคลื่อนกำลังเข้าประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมบน ถ.พระราม 1 เจ้าหน้าที่ยังกดดันผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องด้วยการฉีดน้ำเข้าใส่เป็นระยะ ๆ โดยรถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนจากบริเวณห้างสยามพารากอน มาถึงสยามเซ็นเตอร์ คาดว่าจะรุกคืบมาเรื่อย ๆ จนถึงแยกปทุมวันซึ่งเป็นที่ตั้งเวทีหลักของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งขณะนี้กระจัดกระจายไปทั้งบน ถ.พระราม 1 และ ถ. พญาไท

    ขณะที่หน่วยพยาบาลของกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศให้มวลชนเข้าไปในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  11. เกิดเหตุชุลมุน เมื่อรถฉีดน้ำเคลื่อนประชิดฝูงชน, นอกจากเหตุปะทะบน ถ.พระราม 1 แล้ว ยังมีเหตุชุลมุนที่ ถ.พญาไท

    เวลา 18.39 น. ในระหว่างแนวร่วมคณะราษฎร ซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมกำลังเปิดปราศรัย โดยประกาศรายชื่อของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 "เพื่อล้างมลทินให้ผู้ชุมนุม" ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อผู้ชุมนุมต่างพากันลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งหนีจากหน้าเวทีซึ่งตั้งอยู่ตรงแยกปทุมวัน ไปใน 2 ทิศทาง กลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปทาง รร.ปทุมวัน ปริ้นเซส อีกกลุ่มแตกฮือไปทางหอศิลป์กรุงเทพฯ ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรถฉีดน้ำแรงดันสูงคันหนึ่งได้เคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ชุมนุม โดยมีเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่า "จะใช้น้ำ ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ภายในเวลานี้" ทำให้นักเรียนและนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวิ่งออกไปตะโกนขับไล่ให้ "ออกไป ๆ" และ "ชู 3 นิ้ว" ใส่

    18.50 น. มีรถน้ำคันที่ 2 และ 3 กลับเข้าพื้นที่ชุมนุมอีกครั้ง ทำให้ผู้ชุมนุมโห่รับ

    18.55 น. ผู้ชุมนุมร่วมกัน "ชู 3 นิ้ว" พร้อมร่วมกันตะโกนว่า "ทุกคนคือแกนนำ"

  12. ตำรวจ-ผู้ชุมนุมปะทะกันบน ถ.พระราม 1

    ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, ตำรวจใข้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำสีใส่กลุ่มผู้ชุมนุมบน ถ.พระราม 1

    การเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจบนถนนพระราม 1 เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ประมาณ 18.00 น. รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และขยับแถวเข้ามาใกล้แนวของผู้ชุมนุมมากขึ้นจนทั้งสองฝ่ายประชิดและผลักดันกัน ตำรวจยังคงฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจและบางส่วนถอยร่นไปตั้งหลัก

    ตำรวจปะทะผู้ชุมนุม

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, ตำรวจและผู้ชุมนุมดันกันบน ถ.พระราม 1
    ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมบริเวณ ถ.พระราม 1

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    คำบรรยายภาพ, ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมบริเวณ ถ.พระราม 1
  13. ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

    หลังจากประกาศเตือนหลายรอบให้ยุติการชุมนุม เวลา 18.51 น. ตำรวจที่ตั้งแนวอยู่บน ถ.พระราม 1 ได้ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ต่างกางร่มออกมาป้องกัน แต่ตำรวจก็ได้ขยับรถฉีดน้ำเข้ามาใกล้ขึ้นและฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ขณะที่แนวตำรวจขยับมาประชิดผู้ชุมนุมมากขึ้นจนห่างกันเพียงไม่กี่เมตร

  14. ตร.ประกาศให้เลิกชุมนุม-เดินหน้ากระชับพื้นที่

    18.20 น. ตำรวจประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม และอ่านข้อกำหนด 3 ข้อตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน

    จากนั้นตำรวจสั่งให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเคลื่อนขบวนจากแยกเฉลิมเผ่าไปบนถนนพระราม 1 มุ่งหน้าแยกปทุมวันที่ผู้ชุมนุมอยู่ ผู้ชุมนุมตะโกนสวนมาว่า "ขี้ข้าเผด็จการ"

    18.38 น. ตำรวจตั้งแนวบริเวณหน้าห้างสยามพารากอน และขยับเข้าหาแนวของผู้ชุมนุมเรื่อย ๆ ขณะที่่ผู้ชุมนุมตั้งแถวอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบเมตร

    ตำรวจควบคุมฝูงชน

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    ตำรวจควบคุมฝูงชน

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    ตำรวจควบคุมฝูงชน

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    ตำรวจเดินหน้ากระชับพื้นที่

    ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoencha/BBC Thai

  15. ห้างใหญ่ปิดหมด ขณะที่รถสุขา-รถอาหาร ถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่ชุมนุม

    นอกจากรถดัดแปลงเป็นเครื่องขยายเสียง ยังมียานพาหนะอีก 2 ชนิดที่กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ออกคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ชุมนุม นั่นคือ รถสุขาเคลื่อนที่ และรถขนเครื่องอุปโภคบริโภค

    ขณะที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ย่านปทุมวัน ทั้งห้างสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ และ MBK ได้ประกาศปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. แล้ว

  16. 3 วัน ตร. จับแล้ว 51 คน

    การชุมนุมใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วง 2 วันนี้ เกิดขึ้นโดยผู้ชุมนุมที่ไม่เกรงว่าจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ชุมนุมส่งเสียงเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา” เป็นระยะ ๆ ระหว่างการรวมตัว หลังมีแกนนำ “คณะราษฎร 2563” และแนวร่วมอย่างน้อย 51 ราย ถูกจับกุมในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรวบรวมตัวเลขไว้ ดังนี้

    • 13 ต.ค. จับกุม 21 คน ในระหว่าง "คณะราษฎรอีสาน" เตรียมตั้งเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ในบรรดาผู้ถูกจับกุมมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน” รวมอยู่ด้วย
    • 14 ต.ค. จับกุม 23 คน จากทำเนียบรัฐบาล และ โรงแรมที่พัก ในจำนวนนี้เป็นผู้ชุมนุม 18 คน และแกนนำ 5 คนที่ถูกจับตามหมายศาลในคดีก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หรือเจมส์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายณัฐชนน ไพโรจน์
    • 15 ต.ค. จับผู้ชุมนุม 7 คน ที่เข้าร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์
  17. “ตลกร้าย” ตร. บุกค้นที่ทำการ “คณะก้าวหน้า” ระหว่างปิยบุตรแถลงค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ปิยบุตร

    ที่มาของภาพ, กองโฆษก คณะก้าวหน้า

    ผู้กำกับ สน. มักกะสัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ 5 นาย บุกค้นสำนักงาน “คณะก้าวหน้า” อาคารไทยซัมมิท ชั้น 5 ในระหว่างที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กำลังเปิดแถลงข่าวหัวข้อ “ข้อเสนอต่อสังคมไทย กรณีประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมกรณีขบวนเสด็จ" ช่วงเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา

    ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มาโดยไม่มีหมายค้น จึงต้องกลับไปเอาหมายค้นที่ สน. ก่อนกลับมาใหม่ในอีก 15 นาทีต่อมา

    นายปิยบุตรเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ผกก.สน.มักกะสัน ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการเข้าตรวจค้นว่ามีการกระทำสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้น ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ จึงลงนามข้อบันทึกของตำรวจ และไม่แจ้งข้อหาหรือร้องทุกข์กล่าวโทษใด ๆ กับเขา ซึ่งการพูดคุยเป็นไปอย่างสันติ

    เลขาธิการคณะก้าวหน้ายังบอกด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น “ตลกร้าย” เพราะในขณะที่เขากำลังแถลงข่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อเขา

  18. กอร.ฉ. ประกาศเตือน 3 ครั้ง "ห้ามจัดการชุมนุม"

    ก่อนถึงเวลานัดชุมนุม 17.00 น. กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) แถลงเตือน 3 ครั้งว่าการชุมนุมเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น

    โฆษก ตร. ระบุว่าเหตุที่ต้องประกาศเตือน 3 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชน

    การแถลงครั้งแรกมีขึ้นในเวลาประมาณ 13.00 น. โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ระบุว่าเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ซึ่งมีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

    "ท่านจะจัดการชุมนุมไม่ได้โดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิดเราจพเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย" โฆษก ตร. กล่าวประโยคนี้ซ้ำสองครั้ง เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า "มาตรการบังคับใช้กฎหมายจะเริ่มเข้มข้นขึ้น"

    หลังจากนั้น กอร.ฉ. ได้ประกาศเตือนห้ามร่วมชุมนุมครั้งที่ 2 เมื่อเวลา 16.20 น. และครั้ง 3 เวลา 17.15 น.

    โดยในการประกาศเตือนครั้งสุดท้าย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่าหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น คัดกรอง และให้คนออกนอกพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ร่วมชุมนุมทั้งหมดนับว่ากระทำผิดกฎหมายแล้วทั้งหมด

    โฆษก ตร. ยังกล่าวเตือน 3 ข้อ คือ

    • พึงให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องการนำเสนอภาพ ข้อมูลที่จะเป็นการยั่วยุ หรือสร้างกระแสให้เกิดคามรุนแรง
    • เวลานี้สถานการณ์ได้พัฒนาไปตามสภาพ การดำเนินการของตำรวจก็พัฒนาไปตามสภาพด้วย
    • ตำรวจพัฒนาความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายตามสภาพที่เกิดขึ้น

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ โฆษกตร. กล่าวว่า "ผมไม่เรียกว่าเป็นการสลายการชุมนุม เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด"

    ด้านพ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. กล่าวเตือน ผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการชักชวน ยุยง ปลุกปั่นให้มีการรวมกลุ่มชุมนุมนั้น และการโพสต์ข้อความบิดเบือนนับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งภาพและการเช็กอินต่าง ๆ จะนับเป็นหนึ่งพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบการกระทำได้

    "การโพสต์เช็กอินว่ามีรูปตัวเองมาร่วมการชุมนุม อย่ามองว่าเป็นเรื่องโก้เก๋สามารถกระทำได้ นั่นคือการรับสารภาพโดยเอาพยานหลักฐานที่ตัวเองถ่ายรูปโพสต์สู่สังคมออนไลน์"

    สำหรับการปิดการจราจรนั้น จะมีการปิดเส้นทางเพิ่มเติมบริเวณ ถ.พญาไท ตั้งแต่แยกประทุมวัน แยกราชเทวี รวมถึงแยกสามย่าน ส่วนบริการบีทีเอสนั้น มีการปิด 5 สถานีหลัก คือ ชิดลม ราชดำริ สยาม สนามกีฬา และราชเทวี

    ตำรวจถือโทรโข่ง

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

  19. "เราหลอกตำรวจสำเร็จแล้ว"

    เวลา 17.10 น. แกนนำ "คณะราษฎร" ซึ่งมี น ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ เป็นหนึ่งในนั้น ปรากฏตัวที่แยกปทุมวัน กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ขณะนี้เป็นเยาวชนและนักเรียน เกาะกลุ่มทอดแนวไปจนบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง

    หนึ่งในแกนนำประกาศเชิญชวนประชาชนที่อยู่ด้านบนสกายวอล์คให้ลงมาร่วมชุมนุม พร้อมระบุว่า “เราหลอกตำรวจสำเร็จแล้ว”

    แยกปทุมวัน ณ เวลา 17.20 น.

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, แยกปทุมวัน ณ เวลา 17.20 น.
    ชุมนุมที่แยกปทุมวัน

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, แยกปทุมวัน ณ เวลา 17.20 น.
    ประชาชนที่อยู่ด้านบนสกายวอล์คบริเวณแยกปทุมวัน

    ที่มาของภาพ, PARIS JITPENTOM / BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, ประชาชนที่อยู่ด้านบนสกายวอล์คบริเวณแยกปทุมวัน
    น.ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หนึ่งในแกนนำ "คณะราษฎร" ปรากฏตัวที่แยกปทุมวัน

    ที่มาของภาพ, RACHAPHON RIANSIRI / BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, น.ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หนึ่งในแกนนำ "คณะราษฎร" ปรากฏตัวที่แยกปทุมวัน
  20. เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ นำชาวอุบลฯ ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

    พล.ต.หญิง เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาที่จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9

    อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม ที่นี่

    เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ

    ที่มาของภาพ, เพจมณฑลทหารบกที่ 22

    เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ

    ที่มาของภาพ, เพจมณฑลทหารบกที่ 22