ย้อนแผนปฏิบัติการ “ถ้ำหลวง” ในรอบ 16 วัน
ปฏิบัติการ “ถ้ำหลวง” แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนคือ ค้นหา-กู้ภัย-ส่งกลับ บีบีซีไทยรวบรวมไฮไลท์ที่เกิดขึ้นตลอด 16 วันที่ผ่านมา
วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.
ทีมกู้ภัยของมูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย และศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กหายตัวเข้าไปในถ้ำหลวง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบ
วันอาทิตย์ที่ 24 มิ.ย.
ทีมกู้ภัยเอกเชนเข้าสำรวจถ้ำเป็นครั้งแรก พบรองเท้าแตะและกระเป๋าเป้สะพายหลังซึ่งคาดว่าเป็นของทีมหมูป่า แต่ปฏิบัติการค้นหาต้องยุติลงชั่วคราวหลังมีฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงภายในถ้ำ
วันจันทร์ที่ 25 มิ.ย.
หน่วยซีลเดินทางถึงถ้ำ พบรอยมือและรอยเท้าบนผนังถ้ำซึ่งคาดว่าเป็นของทีมหมูป่า แต่ต้องหยุดการปฏิบัติการค้นหาอีกวันเนื่องจากน้ำท่วมสูง แล้วเริ่มภารกิจสูบน้ำออกจากถ้ำ
วันอังคารที่ 26 มิ.ย.
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีแถลงว่า พบช่องถ้ำ 2 จุดซึ่งเชื่อว่าใหญ่พอเป็นช่องทางเข้า-ออก จึงทดลองหย่อนอาหารและน้ำลงไปทางปล่อง ๆ หนึ่ง และส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปในอีกปล่องหนึ่ง แต่ฝนที่ถล่มอย่างหนักทำให้ปฏิบัติการบินสำรวจสภาพเหนือถ้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ต้องยุติลง ในอีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและนำหุ่นยนต์ดำน้ำมาใช้ แต่หน่วยซีลยังเข้าไม่ถึงจุดที่อยู่ว่าเด็ก ๆ ติดอยู่ภายใน
วันพุธที่ 27 มิ.ย.
ทหาร หน่วยกู้ภัย จิตอาสานับพันคนเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่า โดยทำงานกันตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพสหรัฐฯ และนักประดาน้ำชาวอังกฤษ 3 คนได้เดินทางถึงถ้ำ
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิ.ย.
ทีมกู้ภัยขึ้นสำรวจปล่องบนภูเขาเพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเข้าไปภายในถ้ำ ขณะที่ภารกิจสูบน้ำออกจากถ้ำต้องยุติลงชั่วคราวทั้งระบบ หลังมีฝนถล่มลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง 5 ชม. จนน้ำเอ่อล้นออกมาถึงปากถ้ำ
วันศุกร์ที่ 29 มิ.ย.
ทีมกู้ภัยพบปล่องถ้ำทางตอนเหนือของถ้ำหลวงซึ่งช่องทางอาจเชื่อมต่อกันได้จึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่มหย่อนตัวลงไป ขณะเดียวกันมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าเพิ่มเติม
วันเสาร์ที่ 30 มิ.ย.
ผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียเข้าสมทบภารกิจค้นหาทีมหมูป่า ขณะที่ด้านนอกถ้ำ มีการซักซ้อมแผนลำเลียงผู้ประสบภัยไปโรงพยาบาลทั้งทางรถยนต์และทางอากาศ
วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค.
ผู้เชี่ยวชาญจาก 7 ประเทศ ภายใต้การนำของหน่วยซีลไทย เริ่มต้นภารกิจค้นหาผู้สูญหาย โดยเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ หลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่
วันจันทร์ที่ 2 ก.ค.
นักประดาน้ำชาวอังกฤษ 2 คนค้นพบนักเตะเยาวชน 12 คน และโค้ชของทีมหมูป่ารอดชีวิต โดยนั่งเกาะกลุ่มกันอยู่บนชั้นหินที่เรียกว่า “เนินนมสาว”
วันอังคารที่ 3 ก.ค.
หน่วยซีลนำยา น้ำ และอาหารพลังงานสูงเข้าไปให้ทีมหมู่ป่าภายในถ้ำ
วันพุธที่ 4 ก.ค.
ผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันเรื่องวิธีการลำเลียงทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ขณะที่หน่วยซีลและผู้เชี่ยวชาญเริ่มสอนวิธีใช้หน้ากากดำน้ำและฝึกหายใจให้ทั้ง 13คน ส่วนด้านนอกถ้ำ มีการซักซ้อมแผนอพยพทางรถยนต์ไปส่งโรงพยาบาลเป็นครั้งที่ 2 ในกรณีที่ทั้ง 13คนออกจากถ้ำได้
วันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ค.
ผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ สั่งปรับแผน “กู้ภัยใหม่” โดยอาจนำตัวทีมหมูป่าออกมาในสภาพที่ไม่ต้องพร้อมถึง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ซีลและหมอประเมิน พร้อมเร่งขนขวดอากาศเข้าไปในถ้ำ หลังพบว่าออกซิเจนภายในต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์
วันศุกร์ที่ 6 ก.ค.
เจ้าหน้าที่ได้สำรวจและขุดเจาะปล่องภูเขานับร้อยโพรง แต่พบโพรงที่มีศักยภาพ 18 โพรง ทว่าอาจยังไม่ใกล้เคียงกับบริเวณเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่ทีมหมูป่าพักคอยอยู่ โดยการดำเนินการใช้รูปแบบเหตุเหมืองถล่มที่ประเทศชิลิปี 2010
วันเสาร์ที่ 7 ก.ค.
ผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ เปิดเผย “ข้อมูลใหม่”ว่าน้ำมีโอกาสท่วมถึงเนินนมสาวทำให้ต้องตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดภายใน 2-3 วันก่อนฝนถล่มรอบใหม่
วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค.
"ดีเดย์" ปฏิบัติการลำเลียง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ โดยเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. มีผู้เข้าร่วมปฏิบัติการรวม 18 คน แบ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ 13 คน และเจ้าหน้าที่ซีล 5 คน





