รัสเซีย ยูเครน : เชลยศึกควรได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างไร

Published

ชะตากรรมของทหารยูเครนผู้ปกป้องเมืองมาริอูโปลจากการรุกรานของรัสเซียได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสงครามครั้งนี้

ทางการรัสเซียระบุว่า ได้ส่งตัวทหารที่ปักหลักอยู่ในโรงงานผลิตเหล็กแอซอฟสตาล (Azovstal) ที่เมืองมาริอูโปลเหล่านี้ไปคุมขังยังเรือนจำในภูมิภาคโดเนตสก์ ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ทางการยูเครนได้สั่งการให้ทหารกลุ่มนี้ยอมจำนนตามเงื่อนไขในข้อตกลงที่ทำกับรัสเซีย เพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ หลังจากติดอยู่ท่ามกลางการปิดล้อมของกลุ่มกบฏที่ฝักใฝ่รัสเซีย และต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มมานานหลายสัปดาห์

รัสเซียระบุว่า เชลยศึก ( prisoner of war หรือ POW ) เหล่านี้จะได้รับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศว่าด้วยการปฏิบัติต่อข้าศึกที่ถูกจับได้ หรือยอมจำนนในสงคราม

นับแต่รัสเซียเริ่มทำสงครามรุกรานยูเครน ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าปฏิบัติต่อเชลยศึกอย่างไม่เหมาะสม นางมาทิลดา บ็อกเนอร์ หัวหน้าทีมสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่ามี "ข้อมูลที่เชื่อถือได้" ว่าทั้งสองฝ่ายต่างกระทำผิดเรื่องนี้

มีหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการเรื่องการปฏิบัติต่อเชลยศึกหรือไม่

คำตอบคือมี เชลยสงครามได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการโดยอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึก ซึ่งมีขึ้นในปี 1929

อนุสัญญาฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึกอย่างมีมนุษยธรรม, การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเชลยเหล่านี้ และสิทธิของเจ้าหน้าที่ประเทศที่สามในการเยี่ยมค่ายคุมขังเชลยศึก

ในปี 1949 มีการเพิ่มเนื้อหาสำคัญในอนุสัญญา เช่น ความจำเป็นในการ "ปกป้องศักดิ์ศรี" ของผู้ตกเป็นเชลยศึก เนื่องจากหลายประเทศถูกกล่าวหาว่าละเมิดหลักเกณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ยูเอ็นระบุว่า มี 196 ประเทศร่วมลงนามว่าจะปฏิบัติตามอนุสัญญาฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย และยูเครน

เชลยศึกได้รับการคุ้มครองอย่างไร

อนุสัญญาดังกล่าวมีเนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็น ตั้งแต่สิทธิของเชลยศึกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล อาหาร และที่พักอาศัย ไปจนถึงการห้ามการทรมาน และการหาประโยชน์จากแรงงานผู้ตกเป็นเชลยศึก

นอกจากนี้ ยังระบุว่าไม่ควรใช้การจองจำเป็นรูปแบบหนึ่งในการลงโทษ แต่ใช้เป็นหนทางในการป้องกันไม่ให้เชลยศึกเข้าร่วมการสู้รบต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่อนุสัญญามีข้อกำหนดเรื่องการคุ้มครองเชลยศึกจาก "การข่มขู่, การดูหมิ่น และความสงสัยใคร่รู้จากสังคม"

นี่คือเหตุผลที่ทางการรัสเซียและยูเครนจึงถูกวิจารณ์เรื่องการเผยแพร่คลิปวิดีโอของเชลยศึก ซึ่งบางรายถูกนำไปร่วมในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

อนุสัญญาเจนีวาฉบับนี้ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินคดีเอาผิดต่อเชลยศึกจากการเข้าร่วมในสงครามได้ แต่มีหลักเกณฑ์ที่เปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ สามารถเอาผิดเชลยสงครามจากความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามได้

นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการส่งตัวเชลยศึกเหล่านี้กลับภูมิลำเนาเดิมในทันทีที่สงครามความขัดแย้งสิ้นสุดลง

ใครถือเป็นเชลยศึกบ้าง

อนุสัญญาเจนีวาฉบับนี้กำหนดนิยามของ "เชลยศึก" ว่าไม่ได้หมายถึงสมาชิกของกองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ และพลเรือนที่ไม่มีบทบาทในการสู้รบด้วย

หนึ่งในกลุ่มผู้ที่ไม่ถือเป็นเชลยศึกคือ ทหารรับจ้าง และสายลับในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาระบุว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวในฐานะสายลับ "ควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมด้วย" และต้องไม่สูญเสียสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

การแลกเปลี่ยนเชลยคืออะไร

การแลกเปลี่ยนเชลยคือข้อตกลงระหว่างคู่ขัดแย้งเพื่อแลกตัวผู้ที่ถูกจับกุมกลุ่มหนึ่งกับอีกกลุ่มหนึ่ง กรณีเช่นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในช่วงของการสู้รบเท่านั้น แต่ในช่วงของสงครามเย็น สหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตได้ทำข้อตกลงลักษณะนี้กันหลายฉบับ และยังเกิดขึ้นในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ด้วย

การแลกเปลี่ยนเชลยเป็นการปฏิบัติที่มีมายาวนานแล้วตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18

ที่ผ่านมามีการยืนยันกรณีการแลกเปลี่ยนเชลยระหว่างรัฐบาลรัสเซียและยูเครนเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ล่าสุดรัฐสภารัสเซียกำลังอภิปรายร่างกฎหมายที่อาจห้ามการกระทำลักษณะนี้

ประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือไม่

ไม่ อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่ามีการละเมิดหลักเกณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึกอย่างแพร่หลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่นคือหนึ่งในประเทศที่ปฏิบัติอย่างป่าเถื่อนโหดร้ายต่อเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร และคาดว่าทำให้เชลยศึกเสียชีวิตไปหลายหมื่นคนจากความหิวโหยและเจ็บป่วย

ในช่วงสงครามเวียดนามระหว่างปี 1965-1975 ทั้งสหรัฐฯ และเวียดนามเหนือต่างถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งหนึ่งในเหยื่อของความขัดแย้งครั้งนี้คือ นายจอห์น แมคเคน อดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ผู้ล่วงลับ ที่ถูกฝ่ายเวียดนามทรมานในระหว่างการคุมขังจนกลายเป็นผู้พิการ

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดอนุสัญญาเจนีวา จากการคุมขังผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่เรือนจำอ่าวกวนตานาโมในคิวบา หลังจากเหตุวินาศกรรม 9/11

เมื่อ 17 พ.ค. ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court หรือ ICC) ประกาศส่งคณะสอบสวน, ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน 42 คน ไปยังประเทศยูเครนเพื่อสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวเรื่องอาชญากรรมสงครามนับแต่รัสเซียเริ่มทำสงครามในยูเครน