You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอให้ชาวอเมริกันอพยพออกจากยูเครนในทันที ลั่นจะไม่ส่งกองกำลังไปช่วย
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ขอให้พลเมืองชาวอเมริกันทุกคนที่ยังอยู่ในยูเครน รีบอพยพออกมาเสียแต่เดี๋ยวนี้ เนื่องจากความเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซียกำลังเป็นภัยต่อยูเครนเพิ่มขึ้นทุกขณะ
ผู้นำสหรัฐฯ เตือนโดยกล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า "พลเมืองอเมริกันควรอพยพในทันที เรากำลังเผชิญกับกองทัพที่ใหญ่ที่สุดกองกำลังหนึ่งของโลก นี่เป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไป และสิ่งต่าง ๆ จะกลายเป็นความปั่นป่วนวุ่นวายได้ ภายในเวลาอันสั้น"
ประธานาธิบดีไบเดนยังกล่าวว่า จะไม่ส่งกองกำลังไปช่วยอพยพชาวอเมริกันในยูเครน ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม "หากกองกำลังสหรัฐฯ กับรัสเซียเกิดยิงต่อสู้กัน นั่นคือสงครามโลก และตอนนี้เราก็อยู่ในโลกที่ต่างออกไปจากเดิมมากแล้ว"
แม้ในขณะนี้รัสเซียปฏิเสธว่าไม่มีแผนการบุกยูเครน แต่ก็ยังคงวางกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนายไว้ประชิดแนวพรมแดน หลายจุด รวมทั้งดำเนินการซ้อมรบในประเทศเบลารุสและทะเลดำ ซึ่งเท่ากับปิดทางเดินเรือออกสู่มหาสมุทรของยูเครนนั่นเอง
นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียจงใจปิดทางออกทะเลของตน หลังรัสเซียประกาศว่าจะทำการซ้อมรบในทะเลอาซอฟและทะเลดำทางตอนใต้ของยูเครนในสัปดาห์หน้า และไม่รับประกันความปลอดภัยจากกระสุนปืนและขีปนาวุธจริงที่ใช้ในการซ้อมรบด้วย
ด้านผู้นำของประเทศมหาอำนาจหลายชาติ ต่างกำลังพยายามใช้การเจรจาทางการทูต เพื่อโน้มน้าวไม่ให้รัสเซียใช้กำลังทหารบุกยึดยูเครน แต่อย่างไรก็ตามทางการรัสเซียและยูเครนต่างแถลงว่า การเจรจาในหลายเวทีไม่ประสบผลสำเร็จ รวมทั้งการเจรจาเพื่อยุติการต่อสู้ของกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลังในยูเครนตะวันออก ซึ่งมีฝรั่งเศสและเยอรมนีเป็นสื่อกลางในการเจรจาด้วย
นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรระบุว่า ยุโรปกำลังตกอยู่ในวิกฤตด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่เขาเชื่อว่ารัสเซียยังคงไม่ได้ตัดสินใจลงไปว่าจะบุกยูเครนอย่างแน่นอนหรือไม่ แม้รายงานข่าวกรองของอังกฤษจะชี้ถึงสภาพการณ์ที่ไม่สู้ดีนักก็ตาม
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย แถลงหลังพบหารือกับนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักรว่า การเจรจาในครั้งนี้น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหราชอาณาจักรขณะนี้อยู่ในจุดต่ำสุดของช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหราชอาณาจักรให้การช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์ที่ใช้ป้องกันตัว เช่นหมวกและเสื้อเกราะกันกระสุนแก่ยูเครน ส่วนนางทรัสส์บอกว่าฝ่ายรัสเซียมุ่งแต่ใช้วาทกรรมแบบสงครามเย็น
อย่างไรก็ตาม นายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักร จะพบหารือกับนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซียในวันนี้ โดยนายวอลเลซกล่าวว่ากลุ่มประเทศสมาชิกนาโตจะไม่ยอมให้คำขู่ของรัสเซียมาปั่นหัวเอาได้
เหตุขัดแย้งตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน หลังรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียเข้าเป็นอาณาเขตของตน ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมารัฐบาลยูเครนต้องสู้รบกับกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง ในบริเวณแนวพรมแดนทางตะวันออกของประเทศเรื่อยมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 14,000 คนแล้ว
ก่อนหน้านี้รัสเซียประกาศว่าจะไม่ยอมให้ยูเครนซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาก่อน ได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต และได้พยายามใช้กำลังทหารข่มขู่ให้ยูเครนยกเลิกความตั้งใจดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง