วัยทอง: ชายอังกฤษแนะผู้ชายรู้จักสังเกตปัญหาสุขภาพจิตในวัยหมดประจำเดือน หลังสูญเสียภรรยาจากการฆ่าตัวตาย

Published

สามีชาวอังกฤษที่สูญเสียภรรยาจากการฆ่าตัวตาย เรียกร้องให้ผู้ชายรู้จักสังเกตสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิตที่เชื่อมโยงกับภาวะวัยทองของสตรี

ลินดา ซัลมอน วัย 56 ปี ฆ่าตัวตายเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2020 หลังจากป่วยเป็นโรควิตกกังวลขั้นรุนแรงในช่วงการระบาดของโควิด-19

เดวิด สามีของเธอไม่เคยทราบมาก่อนว่า ภาวะวัยทองอาจกระตุ้นให้ภรรยาเกิดความคิดที่จะปลิดชีพตัวเองได้

เขากล่าวว่า "อาการทางกายเป็นสิ่งที่คุณอาจสังเกตเห็นได้ แต่อาการทางจิตใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น"

เดวิด จากมณฑลเวสต์ยอร์กเชียร์ เล่าว่า หลังจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว เขาได้ดูรายการ Look North ของบีบีซี แล้วจึงตระหนักได้ว่าภาวะวัยทองอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตได้

"ผมไม่รู้เลยว่ามันมีอาการอื่นพวกนี้ร่วมด้วย" เขาบอก

"ด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่าวัยทองจะทำให้มีแค่อาการร้อนวูบวาบ หรืออารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย แล้วตอนที่ผมได้ดูรายการที่เน้นให้เห็นถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย ผมก็ได้เข้าใจในตอนนั้น"

เดวิดเชื่อว่า หากเขาได้รู้เรื่องนี้มาก่อน เขาและภรรยาก็คงจะขอความช่วยเหลือที่จะช่วยรักษาชีวิตของเธอเอาไว้ได้

เรื่องน่าเศร้านี้เกิดขึ้นตอนที่อังกฤษเข้าสู่การล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ตอนนั้นลินดา ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกสอง ทำงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง แต่เธอรู้สึกวิตกกังวลว่าอาจติดโควิดจากการไปทำงาน

เธอหยุดพักงานชั่วคราวจากโรควิตกกังวลที่ทวีความรุนแรงขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในอีกหลายวันต่อมา

เดวิด ซึ่งใช้ชีวิตคู่กับภรรยามา 41 ปี บอกว่า เขาเชื่อว่า ภาวะวัยทองเป็น "ปัจจัยสำคัญ" ที่ทำให้สุขภาพจิตของเธอเลวร้ายลง บวกกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับโควิดที่ผลักดันให้เธอคิดสั้น

รู้จักภาวะวัยทอง

วัยทอง (Menopause) คือ ภาวะที่สตรีเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน โดยรังไข่หยุดการผลิตไข่ ส่งผลให้ไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทองจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45-55 ปี

การที่รังไข่หยุดทำงานทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า "เอสโตรเจน" ได้น้อยลง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยที่อาการไม่พึงประสงค์ช่วงวัยทองอาจหายไปเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยชรา หรืออาจคงอยู่ไปตลอดจนสิ้นอายุขัยก็ได้

ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า สัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้หญิงกำลังย่างเข้าสู่วัยทองนั้น อาจจะแสดงอาการล่วงหน้าประมาณ 3-4 ปี คือก่อนที่รังไข่จะหยุดทำงาน และหยุดผลิตฮอร์โมน นั่นคือ ประจำเดือนจะเริ่มมาผิดปกติ เช่น จะมาเดือนละ 2-3 ครั้ง หรือมาบ้างไม่มาบ้าง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารังไข่ทำงานน้อยลง

แต่หากประจำเดือนขาดหายไปนาน 1 ปีเต็ม ก็แสดงว่ารังไข่ได้หยุดทำงานแล้ว และถือว่าได้เข้าสู่วัยทองอย่างสมบูรณ์ โดยเฉลี่ยผู้หญิงไทยจะหมดประจำเดือน เมื่ออายุประมาณ 48-50 ปี

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างทางร่างกายของผู้หญิงทำให้ภาวะหมดประจำเดือนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยผู้หญิงประมาณ 15-20% จะไม่มีอาการไม่พึงประสงค์ใด ๆ นอกจากประจำเดือนหมดไปเฉย ๆ

อาการที่คนวัยทองพบบ่อย ได้แก่

  • ร้อนวูบวาบ หนาว ๆ ร้อน ๆ
  • ชาตามปลายมือ ปลายเท้า
  • หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ใจน้อย ซึมเศร้า
  • ช่องคลอดแห้ง แสบ บางรายมีอารมณ์ทางเพศลดลง
  • ปัสสาวะบ่อย และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ผิวหนังแห้ง หนังศีรษะบาง ผมร่วง
  • มีปัญหาเรื่องการนอน นอนน้อย นอนไม่หลับ
  • อ้วนขึ้น เพราะระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง
  • ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนไปนานแล้ว มักพบปัญหากระดูกพรุน โรคหลอดเลือดหัวใจ และสมองเสื่อม

ไดแอน เดนซ์บริงค์ จากองค์กร Menopause Support ที่ให้ความช่วยเหลือสตรีที่มีภาวะวัยทอง ระบุว่า กรณีของลินดา "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เพราะข้อมูลจากสมาคมสะมาริตันส์ (Samaritans) ในอังกฤษเผยให้เห็นว่า อัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดในหมู่ผู้หญิง คือกลุ่มหญิงอายุระหว่าง 45 - 54 ปี

"ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเข้าสู้วัยใกล้หมดประจำเดือนภายในอายุ 45 ปี และอายุเฉลี่ยของการเข้าสู่ภาวะวัยทองคือ 51 ปี"

ไดแอน ซึ่งปัจจุบันอายุ 55 ปี ได้ก่อตั้งองค์กร Menopause Support หลังจากเผชิญปัญหาหนักจากภาวะวัยทอง และไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร

เธอเล่าว่า ปัญหาสุขภาพจิตของเธอเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว และต้องทนทุกข์กับโรควิตกกังวลอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่เธอไม่สามารถออกจากบ้านได้

"ฉันเลิกรับโทรศัพท์ ฉันไม่กล้าเปิดซองจดหมาย เพราะในหัวฉันคิดว่าจดหมายทุกฉบับจะมีแต่ข่าวร้าย" ไดแอนเล่าถึงอาการในตอนนั้น

เธอเล่าว่าช่วงนั้นเธอมักตื่นขึ้นกลางดึกด้วยอาการแพนิก (panic attacks) แต่ก็รู้สึกหวาดกลัวเกินกว่าจะไปหาหมอ เพราะเธอคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้า

ไดแอน บอกว่า หลังจากทนทุกข์มาได้ระยะหนึ่ง "ก็ถึงจุดหนึ่งที่ฉันจำได้ว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องนอน แล้วคิดว่าถ้านี่คือชีวิตของฉัน ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป"

การมีความคิดอยากฆ่าตัวตายผุดขึ้นมา ทำให้ไดแอนตัดสินใจไปพบแพทย์

หมอของไดแอนรู้ทันทีว่าพฤติกรรมของเธอเป็นผลมาจากภาวะวัยทอง และเริ่มรักษาเธอด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone replacement therapy หรือ HRT)

ไดแอนบอกว่า องค์กรของเธอประสบความสำเร็จในการรณรงค์ให้บรรจุเรื่องภาวะวัยทองในหลักสูตรการเรียนในโรงเรียน เพื่อให้คนหนุ่มสาวมีความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งจะมีประโยชน์กับพวกเขาเมื่ออายุมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เธอชี้ว่ายังมีความจำเป็นที่ต้องให้ความรู้เรื่องนี้กับคนทุกกลุ่มเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตัวเอง คู่ครอง สมาชิกครอบครัว หรือเพื่อนฝูง และคนใกล้ตัวได้

เดวิดบอกว่า เขาอยากช่วยให้คู่รักและครอบครัวอื่น ๆ ได้รู้จักสังเกตอาการ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเผชิญการสูญเสียแบบเดียวกับเขา

"เราต้องพูดคุยกันและทำให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่ด้านร่างกาย แต่เป็นเรื่องของจิตใจด้วย" เขากล่าว

"ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ผมอยากบอกว่าจงช่วยภรรยาของคุณ กุมมือเธอไว้ และช่วยให้เธอผ่านพ้นมันไปให้ได้"

"คุณคงไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับผม ไม่มีใครสมควรต้องเป็นแบบนี้"