You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อิหร่านจะได้ประโยชน์อย่างไร หลังสหรัฐฯ ถอนทหารออกจากอิรัก
- Author, แฟรงก์ การ์ดเนอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวความมั่นคง บีบีซี
- Published
เริ่มจากอัฟกานิสถานเป็นที่แรก ตอนนี้ก็มาเป็นอิรัก ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอิรักเดินทางเยือนทำเนียบขาวเพื่อเจรจากับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ได้มีการประกาศว่า ทหารที่เหลืออยู่ทั้งหมดของสหรัฐฯ ในอิรัก จะออกจากอิรักภายในสิ้นปีนี้ ตาม "การเจรจายุทธศาสตร์สหรัฐฯ-อิรัก"
เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญขึ้น 2 ข้อ คือ การถอนกำลังทหารนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในพื้นที่ และจะเป็นการเปิดประตูให้กลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State--IS) กลับคืนมาหรือไม่ โดยกลุ่มไอเอส เป็นกลุ่มที่ก่อการร้ายในตะวันออกกลางเป็นส่วนมาก แต่ได้ชักชวนให้คนจากแดนไกลเดินทางมาเข้าร่วมตั้งแต่ กรุงลอนดอน, ตรินิแดด และออสเตรเลีย
18 ปี ผ่านไปนับตั้งแต่การบุกอิรักซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ปัจจุบัน สหรัฐฯ เหลือทหารประจำการอยู่ในอิรักเพียง 2,500 นาย และกองกำลังปฏิบัติการพิเศษสู้รบกับไอเอสอีกจำนวนไม่มากซึ่งไม่มีการเปิดเผยจำนวน
กำลังทหารเหล่านี้ประจำอยู่ที่ฐาน 3 แห่ง จากเดิมที่เคยมีกำลังทหารมากถึง 160,000 นาย อยู่ในอิรักในช่วงหลังการบุก ทหารที่เหลืออยู่ยังตกเป็นเป้าของการยิงจรวดและการใช้โดรนโจมตีจากสมาชิกกลุ่มติดอาวุธที่ต้องสงสัยว่าอิหร่านให้การสนับสนุน
งานของทหารสหรัฐฯ คือ การฝึกหัดและการช่วยเหลือกองกำลังความมั่นคงของอิรักที่กำลังสู้รบอยู่กับนักรบจีฮัดของไอเอสเป็นช่วง ๆ
แต่การคงอยู่ของทหารสหรัฐฯ ในอิรัก เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก
สมาชิกกลุ่มติดอาวุธและนักการเมืองที่อิหร่านให้การหนุนหลัง ต้องการให้ทหารเหล่านี้ออกไปจากประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ลอบสังหาร พล.ต.คาเซ็ม สุเลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ (Revolutionary Guards Quds Force) สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Revolutionary Guard Corps) และผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธมุสลิมชีอะห์ของอิรักคนหนึ่งที่สนามบินในกรุงแบกแดดในเดือน ม.ค. 2020
แม้แต่ในหมู่ชาวอิรักที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดก็ต้องการที่เห็นกองกำลังต่างชาติออกไปจากประเทศของพวกเขา ความเชื่อว่าถูกยึดครองโดยต่างชาติเป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์
เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่บางส่วนในรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ไม่ใช่การแลกมาด้วย "การยื่นอิรักให้อิหร่าน"
สหรัฐฯ ได้พยายามที่จะปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งที่ประธานาธิบดีไบเดน เรียกว่า "สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น" ในตะวันออกกลาง ขณะที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรได้หันไปให้ความสนใจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทะเลจีนใต้เพิ่มขึ้น ทำให้มีการเร่งถอนกำลังทหารของสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน
กลุ่มรัฐอิสลาม 2.2 ?
สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังคือความกังวลว่าไอเอสจะฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง และความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์จะกลับมาซ้ำรอย
ในปี 2011 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศว่า ทหารสหรัฐฯ กำลังถอนกำลังออกจากอิรัก
แม้ว่าจะมีการคงกำลังทหารจำนวนเล็กน้อยไว้นับตั้งแต่นั้น แต่การถอนกำลัง ประกอบกับปัญหาการเมืองอิรักและสงครามกลางเมืองที่กำลังขยายตัวในซีเรียประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการเอื้อให้ไอเอสสามารถยึดครองเมืองโมซูลได้ในที่สุด ซึ่งเมืองนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของอิรัก จากนั้นก็ได้ยึดครองดินแดนที่มีขนาดเท่ากับประเทศในยุโรปประเทศหนึ่ง
เรื่องเช่นนี้อาจเกิดขึ้นอีกครั้งได้หรือไม่ ไอเอส 2.0 ที่เกิดขึ้นใหม่จะกำจัดกองทัพอิรักที่เสียขวัญซึ่งมาจากการช่วยสหรัฐฯ สู้รบ ได้หรือไม่
ไม่น่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยเหตุผลหลายประการ
การที่ไอเอสสามารถได้การสนับสนุนอย่างมากในตอนนั้นเกิดมาจากความไม่พอใจของชาวมุสลิมนิกายซุนนีในอิรักที่มีต่อรัฐบาลนิกายชีอะห์ที่เลือกข้างของนายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกี เขาบริหารประเทศระหว่างปี 2006-2014 และลิดรอนสิทธิ์ของชาวซุนนี ผลักดันให้พวกเขาเข้าไปร่วมกลุ่มไอเอส
สมการการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าจะยังคงห่างไกลจากที่ควรจะเป็น แต่ก็เป็นที่ยอมรับได้มากขึ้นในกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ต่อสู้กันในอิรัก
นับตั้งแต่ปราบปรามไอเอสได้ สหรัฐฯ และอังกฤษ ได้ทุ่มเทเวลาและความพยายามในการฝึกหัดกองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายของอิรัก และการฝึกหัดนี้มีกำหนดที่จะมีต่อไปโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต
ประการที่ 3 ผู้นำทางยุทธศาสตร์ของไอเอส หรือผู้นำที่เหลืออยู่ ดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การหาประโยชน์จากพื้นที่ที่ไม่มีการปกครองในแอฟริกาและอัฟกานิสถาน มากกว่าที่จะต่อสู้กับกองกำลังความมั่นคงที่มีอาวุธครบมือในใจกลางภูมิภาคอาหรับ
"ดูเหมือนว่า กองกำลังรัฐบาลอิรักจะควบคุมการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธไอเอสได้" บริก เบน แบร์รี อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอังกฤษ และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ด้านกลาโหมของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์ (International Institute for Strategic Studies) กล่าว
"แต่ว่า" เขากล่าวเพิ่มเติม "หากไม่มีการตกลงกันทางการเมืองกับฝ่ายซุนนีในอิรัก รากเหง้าของความรุนแรงก็จะยังคงอยู่ต่อไป"
ไอเอสสามารถที่จะจัดการโจมตีแบบสายฟ้าแลบอย่างประสบความสำเร็จไปทั่วภูมิภาคในช่วงฤดูร้อนปี 2014 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ชาติตะวันตกละเลยอิรักไป
จากนั้นก็ได้นำกองกำลังผสม 80 ชาติ พร้อมกับใช้เงินอีกหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการปราบปรามไอเอสนาน 5 ปี ไม่มีใครต้องการที่พบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ดังนั้น แม้ว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังทหาร ซึ่งอาจจะยังมีทหารอเมริกันจำนวนเล็กน้อยเหลือไว้ ชาติตะวันตกก็จะยังจับตามองว่า ไอเอส หรือกลุ่มจีฮัดกลุ่มอื่น ๆ จะใช้อิรักเป็นฐานในการปฏิบัติการโจมตีข้ามชาติหรือไม่ โดยเฉพาะการโจมตีชาติตะวันตก
"ถ้าสหรัฐฯ ตรวจพบว่า ไอเอสในอิรักกำลังเตรียมการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ นอกอิรัก รัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะโจมตีฝ่ายเดียว" นายแบร์รี กล่าว และด้วยทรัพยากรที่มีอยู่จำนวนมหาศาลในอ่าวเปอร์เซียและในพื้นที่ใกล้เคียง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ต้องมีวิธีการจัดการอย่างแน่นอน
เกมอันยาวนานของอิหร่าน
ภาพที่ใหญ่กว่านั้นและเป็นภาพในระยะยาวคือ เรื่องนี้จะเป็นผลดีต่ออิหร่าน
นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านในปี 1979 อิหร่านได้พยายามที่จะขับกองกำลังของสหรัฐฯ ออกไปจากประเทศเพื่อนบ้าน และกลายเป็นชาติมหาอำนาจในภูมิภาค
อิหร่านไม่สามารถทำเช่นนั้นได้กับชาติต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งไม่ไว้วางใจรัฐบาลอิหร่านอย่างมาก และกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้ามาตั้งอาคารต่าง ๆ ในทั้ง 6 ประเทศ รวมถึง กองบัญชาการใหญ่ของกองเรือที่ 5 อันทรงพลังของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน
แต่การที่สหรัฐฯ นำการโค่นล้มการปกครองของซัดดัม ฮุสเซน ในอิรักในปี 2003 ได้กำจัดอุปสรรคในการขยายตัวของอิหร่านอย่างได้ผลมาก และรัฐบาลอิหร่านก็ยังไม่ได้รับโอกาสอีกเลยหลังจากนั้น อิหร่านได้แทรกซึมสมาชิกกลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะห์ของตัวเองเข้ามาในฝ่ายต่าง ๆ ของหน่วยงานความมั่นคงของอิรัก และยังมีพันธมิตรของอิหร่านในรัฐสภาด้วย
สงครามกลางเมืองในซีเรีย ได้เปิดประตูให้กองทัพอิหร่านเข้ามา ขณะที่ในเลบานอน กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านได้กลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งในประเทศ
อิหร่านกำลังเล่นเกมที่ยาวนานนี้ ผู้นำของอิหร่านหวังว่า ถ้ากดดันต่อไปทั้งที่แสดงออกอย่างชัดเจนและแอบกดดัน สุดท้ายแล้วภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่คุ้มค่าสำหรับสหรัฐฯ ที่จะคงกำลังทหารอยู่ต่อไป
ดังนั้น อิหร่านจึงใช้จรวดโจมตีฐานทัพต่าง ๆ ของสหรัฐฯ บ่อยครั้ง และสนับสนุนให้ประชาชนออกมาประท้วงเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ออกไปจากประเทศ
คนในรัฐบาลอิหร่านหลายคนมองว่า ข้อตกลงที่ทำให้ปฏิบัติการสู้รบของสหรัฐฯ ในอิรักสิ้นสุดลง เป็นอีกขั้นหนึ่งที่ก้าวไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ