You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ลูกชาย ปธน.ไบเดน เปิดใจปัญหาติดเหล้าและยาเสพติด "ชีวิตผมไม่ใช่ นสพ.แท็บลอยด์"
ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์บีบีซี เปิดเผยเรื่องราวการต่อสู้กับการติดเหล้าและยาเสพติด โดยบอกว่า "ชีวิตผมไม่ใช่ นสพ.แท็บลอยด์"
"ผมไม่ได้สังกัดรัฐบาล ผมเป็นสมาชิกของครอบครัว" ฮันเตอร์บอกกับบีบีซี
ลูกชายของ ปธน.สหรัฐฯ ผู้นี้บอกว่าเขาขอรับผิดชอบที่สร้างเรื่องซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่าจะทำให้เกิดกระแสบนหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี
การเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทบูริสมา บริษัทด้านพลังงานของยูเครน ขณะที่พ่อเขาเป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของบารัค โอบามา กลายมาเป็นประเด็นหลักในกระบวนการถอดถอน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งแรก จากข้อกล่าวหาที่ว่าเขาละเมิดกฎหมายด้วยการกดดันให้ผู้นำยูเครนขุดคุ้ยข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อนายโจ ไบเดน
อย่างไรก็ดี ข้อกล่าวหาเหล่านี้ถูกมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่มีหลักฐานว่านายไบเดนได้ดำเนินการใด ๆ ในการจงใจเอื้อประโยชน์ให้ลูกชาย และยังไม่มีหลักฐานว่าฮันเตอร์ได้กระทำความผิดด้วย
แม้ว่าฮันเตอร์จะยืนยันว่าเขามีคุณสมบัติพอที่จะดำรงตำแหน่งในบริษัทนั้นจริง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว เขาคิดว่าตัวเอง "มองข้ามไปว่าจะสร้างภาพลักษณ์อะไร[จากการดำรงตำแหน่งนั้น]"
เขาบอกอีกว่า บริษัทบูริสมาเห็นชื่อเขาเป็น "โอกาสทอง" และนั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท
ที่อันแสนมืดมน
ฮันเตอร์ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีก่อนหน้าที่เขาจะเปิดตัวหนังสืออัตชีวประวัติที่ชื่อ "Beautiful Things" โดยเขาบอกว่าอยากจะเขียนเรื่อง "ความรักของครอบครัว ว่าสิ่งนั้นช่วยผมไว้ได้อย่างไร"
แม่และน้องสาวของฮันเตอร์เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ในปี 1972 โดยเขาให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสะเทือนใจจากเหตุการนั้นกับการติดเหล้าและยาเสพติดของเขา
"มีบางอย่างที่ขาดหายไปจากแก่นกลางของผู้เสพติดแต่ละคน ที่พวกเขารู้สึกว่าต้องเติมให้เต็ม… ไม่มีสิ่งใดจะเติมมันให้เต็มได้ ดังนั้นคุณจึงทำให้ตัวเองรู้สึกด้านชาไปซะ"
หลังจากโบ พี่ชายของเขาเสียชีวิตจากมะเร็งที่สมองในปี 2015 ฮันเตอร์บอกว่าเขา "ดำดิ่งลงสู่ที่อันแสนมืดมน"
"พี่ชายผมเพิ่งตาย ผมเพิ่งแยกทางกับภรรยา ผมอยู่ในอะพาร์ตเมนต์คนเดียว พูดง่าย ๆ คือผมกำลังดื่มให้ตัวเองตาย มันแย่มาก ๆ ความโศกเศร้าส่งผลแปลก ๆ ต่อคนเรา แล้วพอไปรวมกับปัญหาการเสพติด มันเป็นสิ่งที่เอาชนะได้ยากมาก"
แม้ว่าปัญหาของเขาจะกลายเป็นเป้าสำหรับหนังสือพิมพ์หัวสี แต่ฮันเตอร์บอกว่ามันก็ทำให้คนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงได้ด้วย
"ผมคิดว่าสิ่งที่คนเห็นในครอบครัวไบเดนคือครอบครัวของพวกเขาเอง ผมคิดว่าพวกเขาเห็นโศกนาฏกรรมจากการสูญเสีย แต่ก็เห็นความรักและความจริงใจด้วย ผมคิดว่าพวกเขาเห็นว่าเราไม่ได้ต่างอะไรไปมากจากครอบครัวอื่น ๆ"
ฮันเตอร์บอกว่าเขาและพ่อรู้โดยสัญชาตญานว่าจะตอบอย่างไรตอนเตรียมรับมือกับการโต้วาทีรอบแรกที่คาดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะพูดถึงเรื่องปัญหาการเสพติดของเขา
"ผมบอกว่า 'พ่อ...พ่อก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวเรา มันเป็นเรื่องของความรัก เรื่องของความหวัง เป็นเรื่องที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ พ่อก็แค่พูดกับพวกเขา และขอให้เชื่อว่าความจริงใจของพ่อและของผมที่จะพูดเรื่องนี้จะทำให้ชาวอเมริกันมีความรู้สึกร่วมไปกับเรา' "
"มันไม่ใช่การคาดคะเนทางการเมือง มันมาจากหัวใจ"
เมื่อมองถึงอนาคต ฮันเตอร์บอกว่าอาการเสพติด "ไม่เคยหายไป" แต่ผู้เสพติดหลายคนก็กลายมาเป็นคนที่ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมในชีวิตได้
"ถึงเวลาแล้วที่เราจะมองปัญหาการเสพติดเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิต ไม่ใช่ปัญหาด้านจรรยาบรรณหรือศีลธรรม"
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พ่อของเขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกสมัยขณะอายุ 82 ปี ฮันเตอร์บอกว่า "พ่อเด็กกว่าผมทั้งในแง่ความสามารถทางร่างกายและจิตใจ ผมไม่รู้จักใครที่มีพลังงานมากไปกว่าเขา"