ชุมนุม 28 ก.พ.: เยาวชนปลดแอกโพสต์ยุติการชุมนุม หลังตำรวจ "ใช้กระสุนยาง" กับผู้ประท้วง

ที่มาของภาพ, Reuters
มีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นหลายครั้งขณะเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง หลังมีการเดินขบวนประท้วงไปยังบ้านพักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและน้ำแรงดันสูงในการสลายฝูงชน
ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้โพสต์ประกาศยุติการชุมนุมและให้แยกย้ายกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. โดยระบุว่า "ตำรวจระดมยิงกระสุนยาง ชุดจับกุมเข้าพื้นที่ รัฐทำร้ายประชาชน!"
ข้อมูลจากศูนย์เอราวัณระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย โดยได้นำส่ง รพ.ราชวิถี 5 ราย รพ.รามาธิบดี 2 ราย รพ.ตำรวจ 6 ราย รพ.ทหารผ่านศึก 2 ราย และ รพ.พระรามเก้า 1 ราย
ด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่ามีผู้ถูกจับกุมที่ได้รับการยืนยันจากตำรวจแล้วรวม 22 คน โดยมีเยาวชนอายุ 15-16 ปี รวมอยู่ด้วย 4 คน ผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่ถูกนำตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ส่วนเยาวชนถูกนำตัวไปยัง สน.สุทธิสาร
ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันนี้ (28 ก.พ.) กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "Restart Democracy - ประชาชนสร้างตัว" หรือ "รีเด็ม" (REDEM) ได้นัดหมายการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" ได้เปิดตัว "รีเด็ม" เมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยอธิบายว่าเป็นขบวนการเคลื่อนไหวมวลชนซึ่งมี "ธง" ในการเคลื่อนไหว 3 ข้อ คือ 1) จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ 2) ขับไล่ทหารออกจากการเมือง และ 3) ลดความเหลื่อมล้ำด้วยรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และการชุมนุมในวันนี้เป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกของรีเด็ม โดยผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนตั้งแต่เวลา 17.00 น. เข้าสู่ ถ.ดินแดง แล้วเลี้ยวเข้าสู่ ถ.วิภาวดีรังสิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 18.15 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ชุมนุมเดินทางถึงกรมทหารราบที่ 1 และได้รื้อแผงเหล็กกั้นบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้เริ่มเข้ากระชับพื้นที่ ในเวลาประมาณ 19.20 น. สถานการณ์ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะที่หน้า รพ.ทหารผ่านศึก ที่ผู้ชุมนุมขว้างปาขวดน้ำเป็นระยะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งแนวอยู่ภายในโรงพยาบาล
เวลา 21.00 น. มีรายงานว่ามีเสียงดังคล้ายเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และมีรายงานว่ามีผู้พบวัตถุคล้ายหัวกระสุนยางตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมโล่ และกระบองนับร้อยนายตั้งแถวอยู่
ต่อมาในเวลาประมาณ 21.15 น.มีรายงานว่ามีเสียงดังคล้ายเสียงปืนดังขึ้นมากกว่าสามนัด ผู้เห็นเหตุการณ์เห็นควันพวยพุ่งขึ้นบริเวณแนวประชิดระหว่างเจ้าหน้าที่และผุ้มนุม บริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง 2
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอทางทวิตเตอร์ว่า มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม "ผมขอประนามเจ้าหน้าที่ที่ทำเกินกว่าเหตุอย่างยิ่ง"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่ามกลางเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า "อย่าทำร้ายตำรวจครับ" ขณะที่ผู้ชุมนุมโห่ร้องตะโกน จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศว่าไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้าและขอให้ "ถอยกันคนละก้าว"
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงในการสลายฝูงชนซึ่งมีอยู่ราว 2,000 คน

ที่มาของภาพ, PARIS JITPENTOM/BBC Thai
การชุมนุมในวันนี้ (28 ก.พ.) นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกของกลุ่มรีเด็มที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก "เยาวชนปลดแอก" ซึ่งทำหน้าที่นัดหมายและประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกลุ่ม
- พล.อ. ประยุทธ์พ้นผิด "คดีพักบ้านหลวง" ศาลรัฐธรรมนูญชี้รัฐพึงจัดบ้านพักให้ผู้นำ เพื่อ “สร้างความพร้อมทั้งสุขภาพกาย-ใจในการปฏิบัติภารกิจ”
- ชุมนุม 29 พ.ย. : "ราษฎร" เรียกร้องยกเลิก พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ สถาบันกษัตริย์ไม่ต้องมี "กองกำลังส่วนตัว"
- ชุมนุม 2 ธันวา : "ราษฎร" ปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญหลังให้นายกฯรอดคดีพักบ้านหลวง
- โปรดเกล้าฯ พ.ร.ก. โอนกำลังพล-งบประมาณบางส่วนของกรมทหารราบที่ 1-ราบ 11 ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
กลุ่มรีเด็มระบุว่าเป้าหมายของการเดินขบวนเป็นระยะทาง 3.1 กม. จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์เพื่อ"ทวงคืนสมบัติ" ของประชาชน เนื่องจากที่นี่ "มีบ้านพักหลวงที่ประยุทธ์พักอาศัยอยู่ฟรี ๆ โดยประชาชนเป็นผู้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ" และยังเป็นที่ตั้งของหน่วยทหารที่ถูกโอนไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ ตามพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562

ที่มาของภาพ, Reuters
กลุ่มรีเด็มจึงต้องการให้ "คืนค่ายทหาร พร้อมจ่ายค่าเสียหายและค่าน้ำค่าไฟให้ประชาชน" รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะแกนนำกลุ่ม "ราษฎร" 4 คนที่ตกเป็นจำเลยคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ทำให้ต้องอยู่ในเรือนจำมา 20 วันแล้ว

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai
ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามหีบเพลงมาติดตั้งด้านหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และบนสะพานลอย ถ. วิภาวดีรังสิต เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้เขตทหาร
พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าวเมื่อเวลา 11.00 น. ว่าพื้นที่การชุมนุมและเดินขบวนของกลุ่มรีเด็มอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.พญาไท สน.ดินแดง สน.บางซื่อ และ สน.วิภาวดี พร้อมกับเตือนว่าขณะนี้กรุงเทพฯ ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นการชักชวนกันมาร่วมชุมนุมหรือมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค
"การชุมนุมในขณะนี้เป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้ที่จะมีส่วนร่วมกระทำผิดกฎหมายมีตั้งแต่ผู้โพสต์ชักชวนหรือการชักชวนด้วยประการใดให้มาร่วมชุนนุม แกนนำ และผู้ชุมนุมทุกคนที่มาร่วมชุมนุม"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นเครื่องกีดขวางนั้น รอง ผบช.น.อธิบายว่าตำรวจพิจารณาตามความเหมาะสมจากพฤติกรรมของผู้ชุมนุม การข่าว และบริเวณที่มีการนัดชุมนุม
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าระยะหลังผู้ชุมนุมมีการใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่การชุมนุมที่แยกเกียกกายช่วงปลายปี 2563 เรื่อยมาจนถึงการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และการชุมนุมที่หน้าศาลฎีกาเมื่อวันที่ 13 ก.พ.
รอง ผบช.น. ระบุว่าผู้ชุมนุมมีการใช้อาวุธปืน ระเบิดเพลิง ระเบิดควัน และวัตถุไวไฟมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ สถานที่ราชการและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
"วันนี้มีการนัดหมายว่าจะเคลื่อนขบวนมาที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นบริเวณของค่ายทหาร เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง...จึงมีความจำเป็นต้องตั้งเครื่องกีดขวางในบางสถานที่ แต่จะระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด"

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai
คฝ.-ผู้ชุมนุมตรึงกำลังหน้ากรมทหารราบที่ 1
ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเวลาประมาณ 17.00 น. มุ่งหน้ามาทางแยกดินแดง แล้วเลี้ยวเข้าสู่ ถ.วิภาวดีรังสิต ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หัวขบวนก็มาถึงบริเวณด้านหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
เมื่อมาถึงกรมทหารราบที่ 1 ผู้ชุมนุมพบว่าเจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากพร้อมด้วยรั้วลวดหนามมาทำเป็นเครื่องกีดขวางยาวตลอดแนวรั้วของกรมทหารราบ 1 ผู้ชุมนุมบางส่วนจึงได้พยายามเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ซึ่งทำได้สำเร็จในบางจุด แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าประชิดแนวรั้วกรมทหารราบฯ ได้
เวลาประมาณ 18.00 น. มีความชุลมุนเล็กน้อยที่ด้านหน้ากรมทหารราบฯ เมื่อผู้ชุมนุมไม่พอใจที่เห็นว่ามีการเพิ่มกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนและมีการนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาประจำการ จึงได้ตะโกนให้ตำรวจถอยกำลังออกไป ด้านตำรวจยืนยันว่าไม่มีอาวุธ
ขณะที่อีกกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ฝั่งดินแดง ก็ยืนเผชิญหน้ากับแนวตำรวจควบคุมฝูงชนเช่นกัน แต่ยังไม่มีการปะทะเกิดขึ้น
การชุมนุมครั้งนี้ไม่มีแกนนำที่ชัดเจน มีเพียงผู้ชุมนุมบางคนที่ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้อยู่ในความสงบ
รู้จัก "รีเด็ม"
กลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" เปิดตัว "รีเด็ม" เมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยอธิบายว่าเป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่ "มวลชนร่วมกันเป็นเจ้าของ" และ "ไม่มีแกนนำ ไม่มีการ์ด ไม่มี STAFF ไม่มีรถเวทีที่จะรวมศูนย์ความสนใจ มีเพียงมวลชนที่จะดูแลกันและกัน สามารถร่วมกันลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ด้วยการร่วมกันตัดสินใจ"
กลุ่มรีเด็มประกาศ "ธง" ที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำเราไปสู่การเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง 3 ข้อ คือ
- จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์
- ปลดแอกประชาธิปไตยขับไล่ทหารออกจากการเมือง
- ลดความเหลื่อมล้ำด้วยรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า
ทั้งนี้กลุ่มเยาวชนปลดแอกจะเป็นฝ่ายสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การเคลื่อนไหวที่มวลชนเห็นร่วมกัน
ย้อนรอยประเด็นพักบ้านหลวง-พ.ร.บ. โอนอัตรากำลังฯ
ประเด็นเรื่อง "พักบ้านหลวง" ของ พล.อ. ประยุทธ์เกิดขึ้นมาตั้งแต่ศึกซักฟอกรัฐบาลเมื่อต้นปี 2563 เมื่อพรรคฝ่ายค้านกล่าวหา พล.อ. ประยุทธ์ว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 ว่าด้วยการขัดกันของผลประโยชน์ เนื่องจากยัง "พักในบ้านพักทหารโดยไม่จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกไปตั้งแต่ 1 ต.ค. 2557" ถือเป็นการรับประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
หลังจากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งศาลมีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2563 ว่า พล.อ. ประยุทธ์ไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นนายกฯ จากกรณีพักอาศัยในบ้านพักข้าราชการทหารแม้เกษียณอายุไป 6 ปีแล้ว เนื่องจากเป็นไปตามระเบียบภายในของกองทัพบก ศาลยังชี้ด้วยว่ารัฐพึงจัดสรรที่พำนักให้ผู้นำประเทศ เพื่อ "สร้างความพร้อมทั้งสุขภาพกายและจิตใจในการปฏิบัติภารกิจในการบริหารประเทศล้วนเป็นประโยชน์ส่วนรวม"
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย กลุ่ม "ราษฎร" ได้จัดการชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว แกนนำหลายคนปราศรัยโจมตีมติศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ กรณีพักบ้านหลวง
ประเด็นนี้ถูกพรรคฝ่ายค้านมาพูดอีกครั้งในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวันที่ 16-19 ก.พ. ที่ผ่านมา

สำหรับการคัดค้าน พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 นั้น เป็นประเด็นที่กลุ่ม "ราษฎร" หยิบมาเคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ ตลอดการเคลื่อนไหวในปี 2563 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการที่สถาบันกษัตริย์มีกองกำลังส่วนตัว
การชุมนุมครั้งล่าสุดที่กลุ่ม "ราษฎร" ชูประเด็นนี้ในการเคลื่อนไหวคือการชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2563 โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" หนึ่งแกนนำผู้ชุมนุมได้อ่านประกาศให้ยกเลิก พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ ของกรมทหารราบที่ 1 และ 11 ซึ่งถูกโอนไปเป็นส่วนราชการในพระองค์เมื่อปี 2562 คืนสู่ต้นสังกัดเดิมของกองทัพ เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ ไม่มีส่วนก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล
"ยกเลิกหน่วยราชการในพระองค์ซึ่งไม่มีความจำเป็น เป็นหนึ่งใน 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันของเรา" พริษฐ์กล่าวในการชุมนุมวันนั้น ซึ่งต่อมาได้มีแกนนำและผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112





























