กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ : ฮ่องกงจับกุมผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตยกว่า 50 คน

ที่มาของภาพ, Reuters
ฮ่องกงจับกุมนักเคลื่อนไหวและนักการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยหลายสิบคน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า พยายามจะ "โค่นล้ม" รัฐบาลฮ่องกง
กลุ่มคนที่ถูกจับกุมตามกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนน "หยั่งเสียง" อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของฝ่ายค้านก่อนการเลือกตั้งในปี 2020 ที่ถูกเลื่อนออกไปในเวลาต่อมา
เลขาธิการสำนักงานความมั่นคงของฮ่องกง ระบุว่า การกระทำของพวกเขาเป็น "การบ่อนทำลาย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการใช้กฎหมายนี้มา
รัฐบาลจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกงเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว โดยระบุว่า จำเป็นต้องใช้เพื่อยับยั้งการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่ดำเนินต่อเนื่องมานานหลายเดือนและบางครั้งก็กลายเป็นความรุนแรง
แต่การจับกุมในลักษณะกวาดล้างที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ (6 ม.ค.) ดูจะเป็นการตอกย้ำความกังวลของหลายฝ่ายที่เคยเตือนถึงการนำกฎหมายนี้มาใช้ โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า การจับกุมนี้เป็น "การแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติได้กลายมาเป็นอาวุธในการลงโทษผู้ที่กล้าท้าทายกลุ่มอำนาจทางการเมืองอย่างไร"
เกิดอะไรขึ้นในวันนี้ (6 ม.ค.)
ช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจได้เริ่มบุกจับกุมบุคคลสำคัญที่ต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง
- มีผู้ถูกจับกุม 53 คน
- ส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติราว 1,000 นาย ปฏิบัติหน้าที่
- ตำรวจค้นบ้านของนายโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุมตัวไปแล้ว
- ตำรวจค้นสำนักงานของบริษัทกฎหมาย Ho Tse Wai & Partners
- มีสื่อ 3 แห่งถูกขอให้ส่งข้อมูลให้ทางการเกี่ยวกับเรื่องที่ แอปเปิล เดลี (Apple Daily) และ สแตนด์ นิวส์ (Stand News) ร่วมกันจัดเสวนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัครลงหยั่งเสียงเลือกตั้ง ขณะที่ อิน-มีเดีย (In-Media) ได้ลงโฆษณาเกี่ยวกับการจัดการหยั่งเสียงเลือกตั้ง
ในจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมคาดว่ามี สมาชิกพรรคซีวิก (Civic Party) อยู่ด้วย 3 คน สมาชิกพรรคเดโมเครติก (Democratic Party) 7 คน สมาชิกสภาเขตฝ่ายค้าน 21 คน ผู้สมัครลงหยั่งเสียงเลือกตั้ง 13 คน นักวิชาการที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์การจัดหยั่งเสียงเลือกตั้ง 2 คน นอกจากนี้ยังมี พลเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนจากบริษัทกฎหมายที่ถูกค้นด้วย
มีบุคคลสำคัญฝ่ายค้านที่เป็นที่รู้จักหลายคนอยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกควบคุมตัว รวมถึง เจมส์ โท, แลม ฉอก ทิง, เลสเตอร์ ชุม, และเบนนี ไท ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสนอแนวคิดจัดการหยั่งเสียง ส่วนทนายความสหรัฐฯ คือ จอห์น แคลนซีย์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอเชีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ไม่กี่ชั่วโมงหลังการจับกุมในช่วงเช้าตรู่ จอห์น ลี เลขาธิการสำนักงานความมั่นคงฮ่องกง ยืนยันว่า มีคนกลุ่มหนึ่งถูกจับกุมตัวในปฏิบัติการที่พุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ต้องสงสัยว่าพยายาม "โค่นล้ม" รัฐบาลฮ่องกง
เขากล่าวต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงว่า รัฐบาลจะไม่อดทนต่อการกระทำที่เป็น "การบ่อนทำลาย"
หยั่งเสียงเลือกตั้งคืออะไร
ในเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว พันธมิตรพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคได้จัดการหยั่งเสียงเลือกตั้งขึ้นมาเอง เพื่อดูว่า ผู้สมัครของตัวเองคนใดที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะชนะการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติซึ่งเป็นรัฐสภาของฮ่องกง ที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว
ประชาชนมากกว่า 600,000 คน ออกมาลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกตั้ง แต่ต่อมาการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติได้ถูกเลื่อนออกไป โดยเจ้าหน้าที่ทางการอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 เป็นเหตุผลในการเลื่อนการเลือกตั้ง
กลุ่มฝ่ายค้านหลายกลุ่มหวังว่า การได้ที่นั่งในสภาเพิ่มมากขึ้นจะทำให้พวกเขามีอำนาจมากพอที่จะขัดขวางข้อเสนอต่าง ๆ ของรัฐบาลและเพิ่มแรงกดดันให้มีการปฏิรูปประชาธิปไตย
ในครั้งนั้น นางแคร์รี แลม ผู้นำฮ่องกง ได้ออกมาเตือนว่า การจัดหยั่งเสียงเลือกตั้งอาจถือได้ว่าเป็นการบ่อนทำลาย

ที่มาของภาพ, Reuters
หลังจากนั้นบุคคลสำคัญจากฝ่ายค้านหลายคนที่มีแผนจะลงสมัครรับเลือกตั้งสภานิติบัญญัติก็ถูกตัดสิทธิ์ รวมถึงโจชัว หว่อง และเลสเตอร์ ชุม ด้วย
กวินเน็ธ โฮ อดีตผู้สื่อข่าว ซึ่งก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงจากการทำข่าวประท้วงในปี 2019 และต่อมาถูกตัดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ ก็อยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมตัวในวันนี้ (6 ม.ค.) ด้วย
สมาชิกสภานิติบัญญัติในซีกฝ่ายค้านในสภานิติบัญญัติชุดปัจจุบันได้ลาออกพร้อมกันหลายคนในช่วงเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เพื่อประท้วงการที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ 4 คน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

"กำจัดฝ่ายค้าน"
แดนนี วินเซ็นต์ บีบีซี นิวส์ ฮ่องกง
กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ได้แพร่กระจายสิ่งที่นักเคลื่อนไหวมักจะเรียกว่า "ความน่าสะพรึงกลัวสีขาว" (white terror) ไปทั่วฮ่องกง
เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการบังคับใช้กฎหมายนี้ พวกเขาอ้างว่า กฎหมายนี้พุ่งเป้าไปที่เฉพาะนักเคลื่อนไหวจำนวนไม่มากเท่านั้น แต่จากปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในวันนี้ ได้ทำให้หลายคนกลัวว่า เจ้าหน้าที่ทางการกำลังพยายามที่จะกำจัดฝ่ายต่อต้านทั้งหมด
กฎหมายนี้ทำให้แทบจะไม่มีการออกมาประท้วงบนท้องถนน และนำไปสู่การหนีออกไปจากฮ่องกงของนักเคลื่อนไหวจำนวนมากขึ้น
การจับกุมวันนี้เป็นการกวาดล้างฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่มีการใช้กฎหมายนี้มา ถ้าถูกตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ พวกเขาอาจถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตได้

ปฏิกิริยาเป็นอย่างไรบ้าง
หลายประเทศประณามการกวาดล้างจับกุมในวันนี้
นายแอนโทนี บลิงเคน ผู้ที่นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลือกให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศคนต่อไป กล่าวว่า การจับกุมนี้เป็น "การโจมตีผู้ที่สนับสนุนสิทธิอันเป็นสากลอย่างกล้าหาญ"
"รัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนฮ่องกง และต่อต้านการปราบปรามประชาธิปไตยของรัฐบาลจีน"

ที่มาของภาพ, Reuters
เบน ซาส์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการรัฐสภาว่าด้วยเรื่องข่าวกรอง เตือนว่า รัฐบาลจีนดำเนินการปราบปรามในช่วงที่ทั่วโลกพุ่งความสนใจมาที่สหรัฐฯ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน "เห็นอเมริกาที่มีความแตกแยกและไขว้เขว และเขาก็ไม่ยอมเสียโอกาสนี้" วุฒิสมาชิกเบน ซาส์ส กล่าว "การจับกุมอันน่ารังเกียจนี้เผยให้เห็นว่า บรรดาเผด็จการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความขี้ขลาดอย่างยิ่ง"
มายา หวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า "รัฐบาลจีนล้มเหลวในการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองในฮ่องกงอีกครั้งหนึ่ง การปราบปรามนั้นทำให้เกิดการต่อต้าน และประชาชนฮ่องกงหลายล้านคนจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิในการเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งในรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งมาตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป"
นาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวชื่อดังที่หลบหนีออกจากฮ่องกงเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว กล่าวว่า การจับกุมเป็นวงกว้างทำให้ "การกดขี่เสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ขยับไป "อีกระดับหนึ่ง"
"ใครก็ตามที่ยังคงปกป้องกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติอยู่ และยังคงนิ่งเฉย ก็ถือว่าเป็นศัตรูของประชาชนฮ่องกง"
กฎหมายความมั่นคงของฮ่องกง
กฎหมายความมั่นคงมีบทลงโทษสูงถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต หากกระทำความผิดในเรื่องที่จีนให้นิยามไว้อย่างกว้าง ๆ ว่า เป็นการแบ่งแยกดินแดน, การบ่อนทำลาย, การก่อการร้าย และการสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ
กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ และชาติตะวันตกหลายชาติวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายนี้อย่างกว้างขวาง ว่าเป็นการกำจัดผู้แข็งข้ออย่างได้ผล

ที่มาของภาพ, Reuters
อังกฤษส่งมอบฮ่องกง ซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมให้แก่จีนในปี 1997 โดยที่ฮ่องกงยังคงมีเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพของประชาชนมากกว่าที่จีนมี
แต่นักเคลื่อนไหวระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสรีภาพเหล่านี้กลับลดน้อยลง แม้ว่าจะมีการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยเกิดขึ้นหลายครั้งและมักจะมีการปะทะอย่างรุนแรงกับตำรวจ
รัฐบาลจีนปกป้องกฎหมายนี้ว่า จะช่วยทำให้ฮ่องกงกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยหลายครั้ง และจะทำให้กฎหมายฮ่องกงสอดคลองกับจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น
หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายนี้ กลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตยจำนวนหนึ่งได้ยุบกลุ่มตัวเองเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ศาลได้เริ่มไต่สวนคดีดังหลายคดีโดยใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับนี้แล้ว
จิมมี ไหล มหาเศรษฐีเจ้าของสื่อ ถูกตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายนี้ เช่นเดียวกับนักเคลื่อนไหวหลายคนที่พยายามจะนั่งเรือหนีออกจากฮ่องกงเมื่อช่วงเดือน ส.ค. ปีที่แล้วด้วย





























