ประท้วงฮ่องกง: แอกเนส โจว "มู่หลาน" ของชาวฮ่องกงผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

Agnes Chow standing in front of court on 23 November, 2020.

ที่มาของภาพ, Reuters

Published

ผู้สนับสนุนยกย่องให้ แอกเนส โจว นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเป็น "วีรสตรี" ของพวกเขา แต่ตอนนี้เธอถูกศาลฮ่องกงตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 เดือน จากการชุมนุมประท้วงอย่างผิดกฎหมายเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้าที่จะถูกควบคุมตัวระหว่างรอฟังคำพิพากษา เธอได้พูดคุยกับ แลม โช ไว นักข่าวบีบีซีแผนกภาษาจีนถึงความกดดันที่เธอกำลังเผชิญอยู่

"ฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้เครียด แต่ร่างกายมันไม่ได้บอกฉันอย่างงั้น" โจวกล่าว

"หลายคนบอกว่าอยากลดน้ำหนัก แต่ฉันไม่เลย ฉันพยายามใช้ชีวิตและกินตามปกติ แต่ยังไงน้ำหนักก็ไม่ยอมขึ้น"

เธอเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวจำนวนหนึ่งที่ถูกจับกุมเมื่อเดือน ส.ค. ด้วยข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีน กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้การแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างอำนาจ การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ ผิดกฎหมาย

Ms Chow was arrested from her home on the night of August 10,

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เธอถูกจับกุมข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่เมื่อต้นเดือน ส.ค.

จีนบอกว่าต้องการนำเสถียรภาพในสังคมกลับมาหลังจากการประท้วงรุนแรงบนท้องถนนดำเนินมาหลายเดือน แต่ผู้วิพากษ์วิจารณ์มองว่ากฎหมายนี้เปิดทางให้รัฐละเมิดสิทธิและจัดการกับผู้เห็นต่าง

โจวถูกควบคุมตัวด้วยข้อสงสัยว่า "สมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ" และได้รับการประกันตัวออกมา หากถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีนี้ เธออาจจะโดนจำคุกตลอดชีวิต ตอนนี้เธอเพิ่งถูกตัดสินจำคุก 10 เดือนด้วยข้อหาชุมนุมประท้วงอย่างผิดกฎหมายเมื่อปีที่แล้ว

แม้ว่าจะเคยถูกจับกุมจนชินแล้ว เธอบอกว่าหลัง ๆ มานี้ สถานการณ์ดูแย่กว่าเดิมมาก โจวบอกว่า เมื่อเดือน ส.ค. บ้านของเธอถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเฝ้าทั้งวัน ก่อนที่จะมาเคาะประตูหลายชั่วโมงต่อมา นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งกล้องอินฟราเรดที่เนินเขาใกล้ ๆ บ้านเธอด้วย

"พวกเขาบุกเข้ามาอยู่ในบ้านสองชั่วโมง แม่ฉันก็อยู่ด้วย ฉันกลัวมากและถามตัวเองว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่าที่เราจะได้เห็นบ้านเรา"

เธอบอกว่าตอนนี้มักฝันร้ายเรื่องการถูกจับกุม "ฉันกลายเป็นคนหวาดกลัวเสียงกริ่งหรือเสียงเคาะประตูไปแล้ว"

"มู่หลานตัวจริง"

Agnes Chow & Joshua Wong, 2018

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เธอร่วมกับโจชัว หว่อง และนาธาน ลอว์ ก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต (Demosisto)

โจว อายุแค่ 24 ปี แต่เคลื่อนไหวประท้วงมาอย่างโชกโชน ตั้งแต่ตอนวัยรุ่น เธอร่วมกับโจชัว หว่อง ต่อต้านแผนเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนที่พวกเขาบอกว่าเป็น "การล้างสมองให้เด็กมีความคิดชาตินิยม" จนกระทั่งรัฐบาลยอมถอยในที่สุด

เธอกลายเป็นแกนนำของ "ขบวนการร่ม" (Umbrella Movement) เรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งผู้ว่าการเกาะฮ่องกงโดยตรงโดยที่ไม่ถูกแทรกแซงจากจีนแผ่นดินใหญ่ สองปีต่อมา เธอร่วมกับโจชัว หว่อง และนาธาน ลอว์ ก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต (Demosisto)

พวกเขาประกาศยุบพรรคนี้ไปหลังมีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และเรียกร้องให้นานาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเจ้าหน้าที่รัฐจีนและฮ่องกง

เธอได้รับการกล่าวขานโดยคนบางกลุ่มว่าเป็น "มู่หลานตัวจริง" โดยอ้างอิงกับตัวละครในนิทานจีนชื่อดังซึ่งต่อสู้เพื่อครอบครัวและประเทศชาติของตน

"ฉันไม่คิดว่าตัวเองสมควรได้รับชื่อนั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี หากมันช่วยทำให้คนสนใจสถานการณ์ในฮ่องกงได้"

"ฉันหวังว่าชื่อเสียงของฉันจะผลักดันให้คนยังยืนหยัดในความเชื่อของตัวเองต่อไป"

Agnes Chow, Ivan Lam and Joshua Wong wearing face masks

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โจชัว หว่อง แอกเนส โจว และอิวาน แลม 3 นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ถูกศาลตัดสินจำคุกฐานเข้าร่วมการชุมนุมโดยผิดกฎหมาย

โจวยังภูมิใจที่การเป็นแกนนำของเธอช่วยทำลายภาพจำซ้ำ ๆ ว่าผู้ชายเท่านั้นที่เป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวได้

"ในอดีต ผู้ประท้วงคนอื่น ๆ บอกให้ผู้หญิงถอยไปข้างหลังเพราะพวกเขาอาจจะไม่สามารถรับกับการปะทะรุนแรงได้ ...แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นสิ ผู้หญิงรับบทบาทสำคัญ ๆ พวกเขาเคลื่อนไหวประท้วงด้วยความกล้าหาญ"

โจวพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่ว เธอชอบอนิเมะ (ภาพยนตร์การ์ตูน) ของญี่ปุ่น และมีคนติดตามสนับสนุนในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก

ปีที่แล้ว เธอบินไปญี่ปุ่นเพื่อขอให้รัฐบาลของนายชินโซ อาเบะ ช่วยประกาศสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง แต่เธอบอกว่าต้องหยุดเคลื่อนไหวไปหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

"ฉันไม่สามารถพูดในสิ่งที่เคยพูดได้แล้ว ...มัน[กฎหมายความมั่นคง]อยู่ค้ำหัวชาวฮ่องกงทุกคน รวมถึงฉันด้วย"

โจวบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้คนรู้สึกตกตะลึงไป "แต่ไม่ได้หมายความว่าคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเขาแค่ถูกความกลัวครอบงำ"

การประท้วงปีที่แล้วดำเนินไปด้วยความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตำรวจปราบจลาจลถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงเกินไป ส่วนฝ่ายสนับสนุนจีนก็บอกว่าผู้ประท้วงต่างหากที่ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่

แต่หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย ขบวนการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักลง

เมื่อถามว่าปีที่แล้วผู้ประท้วงผลักดันรุนแรงไปไหมจนทำให้ตอนนี้ฮ่องกงสูญเสียเสรีภาพยิ่งกว่าเดิมเพราะกฎหมายฉบับใหม่ โจวบอกว่า "มันยากมากที่จะบอกว่าบทสรุปของการประท้วงเป็นอย่างไร ...มันไม่ใช่ชัยชนะแน่ ๆ เพราะว่าเราไม่ได้สิ่งที่เรียกร้องไปเลย"

แต่เธอบอกว่า ถึงแม้จะไม่มีการประท้วงปีที่แล้ว การจัดการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองก็จะดำเนินต่อเนื่องมาอยู่ดี เพื่อนร่วมเคลื่อนไหวของเธออย่างนาธาน ลอว์ ก็ลี้ภัยมาสหราชอาณาจักรแล้ว แต่โจวบอกว่าเธอไม่คิดจะไปจากฮ่องกง

"ฉันเข้าใจว่าทำไมหลายคนอยากจะไป ฮ่องกงกลายเป็นที่ ๆ สิ้นหวังขึ้นเรื่อย ๆ ชาวฮ่องกงอยากมีประชาธิปไตย อยากมีเสรีภาพ และสิ่งเหล่านี้ดูอยู่ห่างไกลมาก"

แต่หลายคนก็เลือกที่จะเสียสละ โจวบอกว่า "เราไม่ควรปล่อยให้ความสิ้นหวังหรือความกลัวมาครอบงำความคิด เราต้องสู้ต่อไปเพื่อประชาธิปไตย"

"แต่เราจะเอาชนะความกลัวยังไงกัน" โจวถาม "ถ้ามีใครรู้วิธี ได้โปรดช่วยสอนฉันที"

ปีนี้ แอกเนส โจวได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ 100 Women หรือผู้หญิง 100 คนจากทั่วโลก ผู้เป็นแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลประจำปี 2020 ของบีบีซี