เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ไบเดนทำคะแนนตีตื้นที่เพนซิลเวเนีย ผู้ประท้วงหนุน-ต้านทรัมป์เริ่มแสดงพลังในหลายรัฐ

Published

ชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลกต่างรอคอยลุ้นผลการนับคะแนนเสียง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 59 กันอย่างใจจดใจจ่อ แต่กระบวนการตรวจนับคะแนนที่ใช้เวลายาวนานกว่าปกติ ทำให้จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้ทราบผลอย่างเป็นทางการเมื่อใดกันแน่

ในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 5 พ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย ยังคงเหลือรัฐที่นับคะแนนไม่เสร็จสิ้นอีก 7 รัฐ โดยในจำนวนนี้รวมถึงสนามแข่งขันสำคัญที่อาจตัดสินชี้ชะตาของผู้สมัครได้โดยเด็ดขาด ซึ่งได้แก่รัฐแอริโซนา, จอร์เจีย, เนวาดา, วิสคอนซิน และเพนซิลเวเนีย

นายโจ ไบเดน ซึ่งคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ได้ในรัฐมิชิแกน ทำให้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งของเขาขึ้นแซงหน้าทรัมป์อย่างชัดเจน และเริ่มขยับเข้าใกล้จุดตัดสินชี้ชะตาที่ 270 คะแนนเข้าไปทุกขณะ โดยที่ฝ่ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลให้หยุดการนับคะแนนใน 4 รัฐ ได้แก่จอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน หลังทรัมป์กล่าวอ้างว่ามีเหตุทุจริตในการเลือกตั้งเกิดขึ้น

แม้จะยังไม่มีการประกาศชัยชนะ แต่นายไบเดนได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เขาจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 อย่างแน่นอนเมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลง โดยผลการนับคะแนนเสียงจากผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศหรือป็อปปูลาร์โหวตในเบื้องต้นชี้ว่า เขาอาจเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้คะแนนเสียงจากชาวอเมริกันเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่อย่างน้อย 71 ล้านเสียง และในขณะนี้ทีมงานของไบเดนได้เปิดเว็บไซต์ เพื่อเตรียมการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ของเขาไว้เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดไบเดนเริ่มมีคะแนนตีตื้นเข้าใกล้ทรัมป์ซึ่งเป็นฝ่ายนำอยู่ก่อนในหลายรัฐ เช่นล่าสุดที่รัฐเพนซิลเวเนีย ทั้งสองมีคะแนนห่างกันเพียงแสนกว่าคะแนนเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์นำไบเดนอยู่กว่า 3 แสนคะแนนเสียง

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูการนับคะแนนในรัฐเนวาดาซึ่งสองผู้สมัครขับเคี่ยวกันอย่างสูสี โดยไบเดนมีคะแนนนำอยู่ไม่ถึงหมื่นคะแนนเสียง ส่วนที่รัฐนอร์ทแคโรไลนานั้น ทรัมป์ยังเป็นฝ่ายนำอยู่กว่า 7 หมื่นคะแนน และที่รัฐแอริโซนานั้นดูเหมือนว่าการนับคะแนนจะยืดเยื้อออกไปอีกและจะยังไม่เสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้

สภาพการณ์ทางการเมืองของสหรัฐฯ ในระหว่างช่วงการนับคะแนนที่ยาวนานเริ่มทวีความตึงเครียด เนื่องจากมีกลุ่มผู้ประท้วงหลายฝ่ายปรากฏตัวขึ้นตามท้องถนนและสถานที่นับคะแนนในหลายรัฐ เช่นที่รัฐแอริโซนากลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันมารวมตัวกันนอกศูนย์นับคะแนนแห่งหนึ่ง เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ให้อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปจับตาดูการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าจะมีการโกงโดยพยายามไม่นับคะแนนที่เลือกทรัมป์รวมเข้าไปด้วย

มีการชุมนุมต่อต้านทรัมป์ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการนับคะแนนของผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงอย่างครบถ้วน โดยไม่ปฏิบัติตามความต้องการของทรัมป์ที่จะให้ศาลสั่งหยุดนับคะแนนในหลายรัฐ

ส่วนที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา รวมทั้งที่นครนิวยอร์ก เมืองฟิลาเดลเฟีย และนครชิคาโก ก็มีการประท้วงแบบเดียวกันเกิดขึ้นด้วย โดยตำรวจเข้าจับกุมผู้ประท้วงราว 200 คนที่ปิดกั้นถนน และบางคนก่อเหตุทุบกระจกร้านค้า

ความขัดแย้งในหมู่พลเมืองอเมริกัน รวมทั้งการที่ทรัมป์แสดงท่าทีว่าจะไม่ยอมแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ สร้างความหวั่นเกรงว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมือง และอาจเกิดความวุ่นวายในการถ่ายโอนอำนาจไปยังประธานาธิบดีคนใหม่ได้

เกาะติดความเคลื่อนไหวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 5 พ.ย.

12.40 น. นายทอม วูล์ฟ ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียยืนยันว่าการนับคะแนนจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ทีมงานหาเสียงของทรัมป์จะได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ยับยั้งการนับคะแนนในรัฐสำคัญแห่งนี้แล้วก็ตาม โดยนายวูล์ฟกล่าวว่าการกระทำเช่นนี้ "พยายามบ่อนทำลายกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย" ในขณะที่ไบเดนมีคะแนนตีตื้นในรัฐเพนซิลเวเนียเข้าใกล้ทรัมป์ซึ่งเป็นฝ่ายนำอยู่ก่อน จนล่าสุดห่างกันเพียงแสนกว่าคะแนนเท่านั้น

08.08 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้หยุดการนับคะแนนในรัฐจอร์เจีย

04.44 น. ไบเดนชนะครั้งใหญ่ในรัฐมิชิแกน ซึ่งมีคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งถึง 16 คะแนน ทั้งยังเคยเป็นรัฐที่ทรัมป์ชนะอย่างถล่มทลายมาก่อน ทำให้ไบเดนแซงหน้าทรัมป์ที่ 243/214 คะแนน และเขยิบเข้าใกล้จุดตัดสินชี้ชะตาที่ 270 คะแนนเข้าไปอีก

04.11 น. ไบเดนออกมาแถลงอีกครั้งว่า เขามีความมั่นใจต่อชัยชนะที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากผลการนับคะแนนในคืนที่ผ่านมานั้นชัดเจนว่า เขาจะได้เป็นผู้ชนะอย่างแน่นอนเมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลง ไบเดนยังเน้นย้ำว่าคะแนนเสียงทุกคะแนนจะต้องได้รับการตรวจนับ "ไม่มีใครจะแย่งชิงเอาความเป็นประชาธิปไตยของเราไปจากเราได้"

03.32 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์แถลงว่า กำลังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ยับยั้งการนับคะแนนในรัฐเพนซิลเวเนียที่มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์จำนวนมาก ซึ่งการยื่นฟ้องนี้อาจทำให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่ ส่วนที่รัฐมิชิแกนและวิสคอนซินก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดการฟ้องร้องเพื่อคัดค้านการนับคะแนนเช่นกัน